ไทยเดินหน้าผลักดัน ASEAN Zero Dropout เปิดประชุมอนุกรรมการนัดแรก เตรียมยกร่างปฏิญญาอาเซียน สร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กทุกคน

ไทยเดินหน้าผลักดัน ASEAN Zero Dropout เปิดประชุมอนุกรรมการนัดแรก เตรียมยกร่างปฏิญญาอาเซียน สร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กทุกคน

“อาเซียนยังมีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากว่า 18 ล้านคน” ตัวเลขนี้สะท้อนความท้าทายร่วมของภูมิภาค และเป็นจุดเริ่มต้นที่ประเทศไทยประกาศเดินหน้าผลักดัน “ASEAN Zero Dropout 2030” พร้อมเริ่มกระบวนการจัดทำ ASEAN Declaration on Zero Dropout 2028 (ปี พ.ศ. 2571) เพื่อวางกรอบความร่วมมือให้เด็กและเยาวชนทุกคนในภูมิภาคเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้อย่างเสมอภาค ผ่านความร่วมมือของทั้ง 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมโกวิท วรพิพัฒน์ อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN Zero Dropout) ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางสาวธีราภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานอนุกรรมการฯ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในฐานะอนุกรรมการฯ พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ UNESCO, UNICEF Thailand และ SEAMEO เข้าร่วมประชุม Onsite และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

การประชุมครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกของการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout Plus สู่ ASEAN Zero Dropout 2030 ตามมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (คกศ.) ที่เห็นชอบให้ประเทศไทยยกระดับการทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียน โดยใช้โอกาสที่ประเทศไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี พ.ศ. 2571 ในการผลักดันเป้าหมายร่วมในการลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาทั่วภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “All for Education, Education for All” เนื่องในวาระครบรอบ 40 ปี ปฏิญญาจอมเทียนว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน 

หนึ่งในวาระสำคัญของการประชุม คือ การพิจารณา Roadmap การจัดทำ ASEAN Declaration on Zero Dropout 2028 ซึ่งกำหนดให้ไทยเป็นประเทศแกนนำ (Lead Country)  ในการขับเคลื่อนประเด็น Zero Dropout ภายใต้ ASEAN Work Plan on Education 2026–2030 โดยมีกรอบการดำเนินงานตั้งแต่การยกร่างปฏิญญา การจัดเวทีหารือระดับภูมิภาค การรับฟังข้อเสนอจากประเทศสมาชิก ก่อนเสนอร่างต่อที่ประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน และผลักดันเข้าสู่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในปี พ.ศ. 2571 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

หากได้รับการรับรองจากผู้นำอาเซียน ปฏิญญาฉบับนี้จะเป็นกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคในการกำหนดเป้าหมายร่วม พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และแนวปฏิบัติระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อป้องกันและลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา รวมถึงสร้างหลักประกันการเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงสำหรับเด็กทุกคนในอาเซียน

ที่ประชุมยังรับทราบสถานการณ์เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในภูมิภาคอาเซียนจาก UNESCO, UNICEF และ SEAMEO ซึ่งสะท้อนว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาประมาณ 18 ล้านคน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยปัญหารุนแรงที่สุดอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

โดยความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความพิการ การย้ายถิ่น และความไม่เท่าเทียมทางเพศ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กจำนวนมากหลุดออกจากระบบการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศจึงเสนอให้ประเทศสมาชิกพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น การรับรองผลการเรียนรู้เดิม ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการพัฒนาฐานข้อมูลผู้เรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบตั้งแต่ต้นทาง

ในส่วนของประเทศไทย กสศ. ได้รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงาน Thailand Zero Dropout Plus ระยะที่หนึ่ง (พ.ศ. 2567–2569) โดยสามารถลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบการศึกษาเหลือประมาณ 603,095 คน ผ่านการบูรณาการฐานข้อมูลระดับประเทศ การค้นหาเชิงรุก การติดตามช่วยเหลือเป็นรายกรณี และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น พร้อมวางทิศทางขยายผลสู่เด็กปฐมวัยและกลุ่มเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการศึกษา การจ้างงาน หรือการฝึกอบรม (NEET) ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือระดับอาเซียนในระยะต่อไป

ที่ประชุมยังเห็นชอบให้แต่งตั้ง Drafting Working Group for ASEAN Declaration on Zero Dropout 2028 เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการยกร่างปฏิญญา กำหนดสาระสำคัญ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในประเทศและประเทศสมาชิกอาเซียน ให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศและเป้าหมายร่วมของภูมิภาคในการลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการยกระดับ Thailand Zero Dropout Plus จากนโยบายภายในประเทศ สู่ความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยมีเป้าหมายให้การลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากลายเป็นวาระร่วมของอาเซียน และร่วมกันสร้างหลักประกันว่า เด็กและเยาวชนทุกคนในอาเซียนจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังจากโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้