โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข Conditional Cash Transfer

โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข
Conditional Cash Transfer

จัดสรรเงินอุดหนุนอย่างไร
ไม่ให้มีเด็กคนไหน ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แม้แต่คนเดียว

แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54 ระบุให้รัฐต้องดําเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย แต่ข้อเท็จจริงมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่แม้จะได้เรียนฟรี แต่ความยากจนในระดับที่รุนแรงกว่า ยังเป็นอุปสรรคทำให้ไม่สามารถมาเรียนได้ เช่น ไม่มีค่าครองชีพ ค่าอาหาร ค่าเดินทาง การช่วยเหลือลักษณะนี้จึงยังไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษาได้

จึงนํามาสู่โครงการ จัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer: CCT) หรือทุนเสมอภาค ที่เริ่มต้นในสถานศึกษาสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งแต่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561

โครงการนี้มีรากฐานจากงานวิจัย 3 เรื่องสําคัญ ได้แก่ บัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ (National Education Account of Thailand : NEA) การวิจัยระบบ เกณฑ์การคัดกรองรายได้ทางอ้อม (Proxy Means Tests) และระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการ ศึกษา ที่กสศ. ร่วมมือกับ สพฐ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร นํามาสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย “การปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” (Equity-based Budgeting) เพื่อปรับปรุง ประสิทธิภาพการจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามอุปสงค์ (Demand-side Financing) ตรงตามความต้องการของนักเรียนเป็นรายบุคคล ในบริบทพื้นที่ซึ่งแตกต่างกันเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและบรรเทาอุปสรรคการมาเรียน นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการศึกษา เป็นการช่วยลดความเหลื่อมลํ้าที่ต้นทาง ปกป้องเด็กไทย ไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา

การคัดกรองนักเรียนยากจน
ด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อม Proxy Mean Test : PMT
โดยประเมินจากข้อมูล 2 ประเภท ดังนี้

ประเภทที่ 1

ข้อมูลรายได้เฉลี่ยสมาชิกครัวเรือน
(ไม่เกิน 3,000 บาท/คน/เดือน)

ประเภทที่ 2

ข้อมูลสถานะครัวเรือน 8 ด้านได้แก่

ครัวเรือนมีภาระพึ่งพิง

ยานพาหนะในครัวเรือน

ที่ดินทำการเกษตร

แหล่งไฟฟ้าหลัก

ประเภทที่อยู่อาศัย

สภาพที่อยู่อาศัย

ของใช้ในครัวเรือน

แหล่งน้ำดื่ม น้ำใช้

ข้อมูลทั้ง 2 ประเภท
จะถูกประมวลผลด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อม (PMT)
เพื่อหาคะแนนความยากจนของนักเรียนแต่ละคน

สำรวจอย่างแม่นยำ
ยืนยันตัวตนอย่างชัดเจน

กสศ. ใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันด้วยพิกัดบ้าน ภาพถ่าย สภาพบ้านพร้อมรูปนักเรียนและสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งพิกัดและเวลาในการลงนามรับรองของคณะกรรมการเพื่อให้มั่นใจว่าเด็กเหล่านั้นมีตัวตนจริงและอาศัยอยู่ในบ้านที่มีสภาพดังกล่าวจริง ซึ่งถือเป็นหลักฐานทางกายภาพที่สำคัญในการประกอบการพิจารณา (Hard Evidence)

2 เงื่อนไขสำคัญที่พิสูจน์ว่า
“เงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคมีประสิทธิภาพจริง”

อัตราการมาเรียนรายวัน

นักเรียนที่ได้รับการจัดสรรเงิน จะต้องรักษาอัตราการมาเรียนให้สูงกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด (อัตราการมาเรียนสะท้อนความสุขในการเรียนและการขาดเรียนบ่อยเป็นสัญญาณเตือนของการหลุดออกจากระบบการศึกษา)

น้ำหนัก-ส่วนสูง

นักเรียนที่ได้รับการจัดสรรเงิน มีพัฒนาการที่สมวัยตามเกณฑ์มาตรฐาน (พัฒนาการของนักเรียน มีรากฐานมาจากภาวะโภชนาการและสุขลักษณะที่ดี น้ำหนัก-ส่วนสูงที่เป็นไปตามเกณฑ์สมวัย เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องเรียน)

ผลผลิต/ผลลัพธ์ของโครงการ

ลิงค์เพื่อการเข้าใช้งานระบบ และแหล่งข้อมูล

สถานศึกษาสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

เว็บไซต์ “ระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน” cct.thaieduforall.org
ดาวน์โหลด Application ผ่านสมาร์ทโฟน ค้นคำว่า “ปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน”

สถานศึกษาสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

เว็บไซต์ “ระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน” dla.thaieduforall.org
ดาวน์โหลด Application ผ่านสมาร์ทโฟน ค้นคำว่า “คัดกรองทุนเสมอภาค

สถานศึกษาสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)

เว็บไซต์ “ระบบปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน” bpp.thaieduforall.org
ดาวน์โหลด Application ผ่านสมาร์ทโฟน ค้นคำว่า “คัดกรองทุนเสมอภาค

ข่าวสาร

“เด็กทุกคนมีความฝัน แต่หลายคน
กลับไม่กล้าแม้แต่จะฝัน เพราะต้นทุนชีวิตน้อย
และขาดโอกาส”