กสศ.-สมาคมฟุตบอลฯ ผนึกพลังครู–ผู้บริหาร เดินหน้าหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’
เปลี่ยนความชอบในสนาม สู่การเรียนรู้–เส้นทางอาชีพ พัฒนาเด็กเต็มศักยภาพ

กสศ.-สมาคมฟุตบอลฯ ผนึกพลังครู–ผู้บริหาร เดินหน้าหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ เดินหน้าขยายผลหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น “จักรวาลวิทยาฟุตบอล” สู่สถานศึกษา ชวนครูและผู้บริหารมองฟุตบอลให้ไกลกว่าเกมการแข่งขัน ใช้ความชอบและความถนัดของผู้เรียนเป็นจุดตั้งต้น เชื่อมการเรียนรู้จากสนามสู่ทักษะชีวิต วิชาการ และโลกอาชีพ เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน และป้องกันไม่ให้ข้อจำกัดของระบบการศึกษากลายเป็นเหตุให้เด็กต้องหลุดออกจากการเรียนรู้

โดยเมื่อวันที่ 4–5 กันยายน 2569 ได้เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่น “จักรวาลวิทยาฟุตบอล” ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพมหานคร การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวต่อเนื่องหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กสศ. และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อขยายแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ “ฟุตบอลเป็นฐาน” ไปสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษา โดยมีครูและผู้บริหารจาก 50 โรงเรียน เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก ตลอดจนโค้ชและผู้แทนสโมสรฟุตบอลท้องถิ่นเข้าร่วมกว่า 110 คน

หัวใจสำคัญคือการชวนผู้จัดการศึกษาเปลี่ยนคำถามจาก “เด็กจะปรับตัวเข้ากับการศึกษาอย่างไร” ไปสู่ “การศึกษาจะยืดหยุ่นเพื่อรองรับความสนใจ ศักยภาพ และเงื่อนไขชีวิตที่แตกต่างของเด็กแต่ละคนได้อย่างไร” โดยใช้โลกของฟุตบอลที่เด็กคุ้นเคยและสนใจเป็นพื้นที่เชื่อมโยงความรู้ทางวิชาการ ทักษะชีวิต ประสบการณ์จริง และเส้นทางอาชีพเข้าด้วยกัน

ภายในงาน ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กสศ. คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. คุณชมนพัฒน์ ปานวิไล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. คุณกันตพล เลิศล้ำสกุลการ ผู้แทนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วยคณะวิทยากรจากศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ร่วมถ่ายทอดแนวคิดเชิงนโยบายและแนวทางนำหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่นไปประยุกต์ใช้ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งส่วนสำคัญของการประชุม คือการเปิดให้ครูและผู้บริหารได้เห็น “จักรวาล” ที่อยู่รอบฟุตบอล ผ่านประสบการณ์ของคนทำงานในวงการจริง และมองเห็นว่า สำหรับเด็กคนหนึ่งที่รักฟุตบอล ปลายทางไม่จำเป็นต้องมีเพียงการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ
‘โค้ชซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

‘โค้ชซิโก้’ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตกัปตันและหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ Liverpool FC International Academy Thailand และประธานมูลนิธิซิโก้ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์บนเส้นทางฟุตบอล ตั้งแต่การเป็นนักกีฬาจนถึงการทำงานระดับมืออาชีพ พร้อมแลกเปลี่ยนกับครูและผู้เข้าร่วมกิจกรรมถึงสิ่งที่เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านฟุตบอล

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามไม่ได้มีเพียงทักษะการเล่น แต่ยังรวมถึงวินัย การทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ ความเชื่อมั่น การตั้งเป้าหมาย และการรับมือกับความผิดหวัง ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ต่อในการเรียน การทำงาน และชีวิตจริง

คุณวิศรุต สินพงศพร

ขณะที่ คุณวิศรุต สินพงศพร เจ้าของเพจ “วิเคราะห์บอลจริงจัง” สื่อมวลชนและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ชวนผู้เข้าร่วมมองออกไปนอกสนามว่า เบื้องหลังการแข่งขันฟุตบอลหนึ่งนัด ยังมีผู้คนและอาชีพอีกหลากหลายที่ทำให้โลกของฟุตบอลขับเคลื่อนไปได้

เด็กที่รักฟุตบอลจึงไม่จำเป็นต้องมีความฝันเป็นนักฟุตบอลอาชีพเพียงอย่างเดียว ความสนใจเดียวกันนี้ยังสามารถต่อยอดไปสู่การเป็นนักข่าว นักเขียน คอนเทนต์ครีเอเตอร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพากย์ ผู้ดูแลสนาม ผู้จัดการทีม ผู้จัดการนักฟุตบอล เอเย่นต์ฟุตบอล ล่าม หรือนักออกแบบชุดแข่งขัน รวมถึงอาชีพใหม่ ๆ ที่เติบโตขึ้นพร้อมกับอุตสาหกรรมฟุตบอล

เมื่อมองฟุตบอลในลักษณะนี้ “ความชอบ” จึงสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ และนำมาออกแบบเป็นเส้นทางการเรียนรู้เฉพาะบุคคลที่เชื่อมสิ่งที่เด็กสนใจเข้ากับความรู้ ทักษะ และอาชีพในอนาคตได้

คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน

คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอลจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างทางเลือกทางการศึกษา ทั้งการป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้หลุดออกจากระบบ และการเปิดเส้นทางให้เด็กที่หลุดออกไปแล้วสามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้อีกครั้ง ผ่านการศึกษาที่ยืดหยุ่นซึ่งรองรับความชอบ ความสนใจ ความถนัด และเงื่อนไขชีวิตของผู้เรียนแต่ละคน

“การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง กสศ. กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 บนความเข้าใจร่วมกันว่า องค์ประกอบของฟุตบอลสามารถพัฒนาเป็นหลักสูตรการศึกษาทางเลือก ที่ช่วยจุดประกายให้เด็กและเยาวชน สถานศึกษา ตลอดจนหน่วยจัดการเรียนรู้และผู้เกี่ยวข้องทุกระดับเห็นว่า ฟุตบอลเป็นได้มากกว่าความรักหรือความสนใจในช่วงวัยหนึ่ง แต่สามารถเชื่อมโยงไปสู่โอกาสต่าง ๆ ในชีวิตได้”

แนวคิดดังกล่าวจึงไม่ได้มุ่งสร้างนักฟุตบอลอาชีพให้กับเด็กทุกคน หากมุ่งใช้สิ่งที่เด็ก “รักและอยากเรียนรู้” เป็นประตูบานแรก ก่อนเชื่อมต่อไปยังองค์ความรู้และทักษะด้านอื่น ๆ เพื่อให้เด็กเห็นความหมายของการเรียนรู้และมองเห็นเส้นทางของตนเองชัดขึ้น

คุณชมนพัฒน์ ปานวิไล

คุณชมนพัฒน์ ปานวิไล ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. กล่าวว่า หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอลสะท้อนการออกแบบการเรียนรู้ที่ก้าวพ้นจากกรอบการแบ่งความรู้เป็นรายวิชาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเชื่อมการเรียนรู้เข้ากับชีวิตและเส้นทางอาชีพ ภายใต้แนวคิด “Anywhere Anytime” ที่เปิดให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงสามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานและการฝึกฝนในสิ่งที่ตนเองสนใจ

โครงสร้างของ “จักรวาลวิทยาฟุตบอล” จึงเริ่มต้นจากสนามฟุตบอลและเกมการแข่งขันเป็นจุดศูนย์กลาง ก่อนขยายออกไปสู่ 4 กลุ่มทักษะสำคัญ ได้แก่

  1. ทักษะในสนามฟุตบอล ครอบคลุมบทบาทนักฟุตบอล ผู้ฝึกสอน และผู้ตัดสิน
  2. ทักษะด้านการจัดการสปอนเซอร์และทรัพยากร ครอบคลุมการสร้างความร่วมมือและแรงสนับสนุนให้กิจกรรมหรือทีมสามารถดำเนินต่อไปได้
  3. ทักษะการสื่อสาร ครอบคลุมงานสื่อสารมวลชนและการผลิตเนื้อหาหลากหลายรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล
  4. ทักษะการบริหารสโมสร ตั้งแต่การจัดการทีม บุคลากร ไปจนถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทำให้สโมสรฟุตบอลสามารถดำเนินงานและเติบโตได้

องค์ประกอบเหล่านี้สามารถนำมาออกแบบเป็นกิจกรรมและบทเรียนที่เชื่อมโยงความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จริงเข้าด้วยกัน โดยมีความสนใจของผู้เรียนเป็นจุดตั้งต้น และเปิดพื้นที่ให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้มากกว่าภายในห้องเรียนเพียงรูปแบบเดียว

คุณชมนพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดจักรวาลวิทยาฟุตบอลยังสอดคล้องกับนวัตกรรมการศึกษาที่ยืดหยุ่น “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ที่ สพฐ. กำลังขับเคลื่อน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจัดการเรียนรู้ให้รองรับผู้เรียนที่มีบริบทและข้อจำกัดแตกต่างกัน และช่วยป้องกันหรือลดจำนวนเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา

ขณะเดียวกัน การจัดการศึกษาผ่านศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ยังเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ผู้ปกครอง ชุมชน และบุคคล มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเดินต่อบนเส้นทางการศึกษาแบบเดิม

การขับเคลื่อน “จักรวาลวิทยาฟุตบอล” จึงเป็นมากกว่าการนำกีฬามาประกอบการเรียนการสอน แต่คือการขยายพื้นที่ของ “การศึกษา” ให้กว้างพอที่จะรองรับความแตกต่างของผู้เรียน และเชื่อมประสบการณ์จากสนาม ชุมชน และโลกการทำงานกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กแต่ละคนสามารถพัฒนาตนเองบนเส้นทางที่สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัด และศักยภาพของตนเอง