กสศ. และภาคี คว้า ‘รางวัลเลิศรัฐ 2569’ ผลงานบูรณาการข้อมูลดิจิทัล ‘Thailand Zero Dropout’ มุ่งสู่เป้าหมายลดเด็กนอกระบบการศึกษา

กสศ. และภาคี คว้า ‘รางวัลเลิศรัฐ 2569’ ผลงานบูรณาการข้อมูลดิจิทัล ‘Thailand Zero Dropout’ มุ่งสู่เป้าหมายลดเด็กนอกระบบการศึกษา

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมภาคีเครือข่าย รับ “รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569” ด้านบริการภาครัฐ ระดับดี ประเภทบูรณาการข้อมูลในรูปแบบดิจิทัล จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จากผลงาน “Thailand Zero Dropout (TZD): การบูรณาการข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์” ตอกย้ำพลังความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาให้ได้รับโอกาสกลับเข้าสู่การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละคน

โดยทำงานการบูรณาการฐานข้อมูลดิจิทัลร่วมกันกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ อาทิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร ฯลฯ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลเด็กและเยาวชนจากฐานข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถระบุตัวตนและติดตามเด็กที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ก่อนนำข้อมูลไปสู่การช่วยเหลือในระดับพื้นที่อย่างตรงจุดและยั่งยืน

รางวัลเลิศรัฐถือเป็นรางวัลเกียรติยศที่มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีผลงานโดดเด่นในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชน โดยพิธีมอบรางวัลประจำปี 2569 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ ผู้แทนจากจาก 5 หน่วยงานร่วมขึ้นรับรางวัล ประกอบด้วย ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นายอิทธิกร ช่างสากล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระบบสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นางเตือนใจ คงสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ นางสมฤดี ลันสุชีพ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี


นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รางวัลเลิศรัฐเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่มุ่งมั่นปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยในปีนี้มีผลงานส่งเข้ารับการพิจารณามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2,030 ผลงาน และมีผลงานผ่านการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลเพียง 250 รางวัล

รองนายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำว่า ภาครัฐจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงเป้าหมาย โดยประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับโครงสร้าง วิธีคิด และวิธีทำงานของภาครัฐให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ควบคู่กับการเข้าร่วม Open Government Partnership เพื่อส่งเสริมภาครัฐที่เปิดกว้าง โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ (Trust in Government)

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่ภาครัฐดิจิทัลแบบไร้รอยต่อ จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Big data และปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อยกระดับการทำงานของภาครัฐจากการแก้ปัญหาเชิงรับ ไปสู่การมองเห็นปัญหาและให้ความช่วยเหลือประชาชนในเชิงรุก

สำหรับ Thailand Zero Dropout การบูรณาการข้อมูลไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้ภาครัฐ “รู้จำนวน” เด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษา แต่คือการทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถ มองเห็นว่าเด็กแต่ละคนคือใคร อยู่ที่ไหน กำลังเผชิญข้อจำกัดอะไร และควรได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบใด เพื่อเปลี่ยนข้อมูลระดับประเทศให้กลายเป็นการช่วยเหลือที่เกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่

การได้รับรางวัลเลิศรัฐครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของความร่วมมือในการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout โดย กสศ. และภาคีเครือข่ายจะเดินหน้าพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลและกลไกความร่วมมือ เพื่อให้การค้นหา ติดตาม และช่วยเหลือเด็กและเยาวชนมีความแม่นยำและต่อเนื่องยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายสำคัญ คือ ลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ และทำให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับชีวิตและศักยภาพของตนเอง

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.