เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยพะเยา และ สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Municipal Institute for Lifelong Learning Education: SMILE) ประเทศจีน ณ มหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความร่วมมือ 3 ฝ่าย เชื่อมท้องถิ่น-ประเทศ-นานาชาติ ในระยะเวลา 3 ปี (2569–2572) มุ่งใช้ “เมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)” เป็นกลไกหลักในการสร้างระบบนิเวศการศึกษาเชิงพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง พร้อมเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชากรวัยแรงงาน เข้าถึงการเรียนรู้และอาชีพได้อย่างยั่งยืน
วิกฤตความเหลื่อมล้ำ สู่ความร่วมมือในการพลิกโฉมการศึกษา
ข้อมูลจาก กสศ. สะท้อนถึงวิกฤตที่ต้องเร่งแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขปีเฉลี่ยการศึกษาของคนไทยที่หยุดอยู่เพียง 9 ปี, เด็กและเยาวชน ร้อยละ 20 หลุดจากระบบการศึกษาหลังจบ ม.3, และแรงงานกว่าร้อยละ 64 ขาดทักษะพื้นฐาน หากปล่อยให้วงจรนี้ดำเนินต่อไป ความเหลื่อมล้ำจะฝังรากลึกข้ามรุ่น

เพื่อแก้ปัญหานี้ กสศ. และ ทุกภาคส่วนจึงให้ความสำคัญกับการใช้ “ฐานข้อมูล” เข้ามาค้นหากลุ่มเป้าหมาย เพื่อส่งมอบการสนับสนุนนและช่วยเหลือได้ตรงจุดและทันท่วงที
“การยกระดับความเสมอภาค ต้องเริ่มจากการเชื่อมฐานข้อมูลเพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้ท้องถิ่นร่วมกันจับคู่เด็กกับโอกาสทางการศึกษาและอาชีพที่เหมาะสม เมืองแห่งการเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่การนำเด็กกลับเข้าโรงเรียน แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ตอบโจทย์ชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง”
— ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.

แผนขับเคลื่อน 3 ปี จากการพัฒนาร่วม สู่มาตรฐานอ้างอิงใหม่
ภายใต้แผนขับเคลื่อนระยะ 3 ปี ความร่วมมือนี้มุ่งเปลี่ยนนโยบายสู่แนวปฏิบัติเชิงระบบ ผ่านการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง 7 เมืองของประเทศไทยกับนครเซี่ยงไฮ้ รวมถึงการพัฒนาตัวชี้วัดผลลัพธ์เชิงคุณภาพ (Learning City People Indicators) และจัดตั้ง Shanghai–Thailand Consortium เพื่อเป็นกลไกถาวรในการขับเคลื่อนงานระยะยาว โดยมีสถาบัน SMILE เป็นแกนกลางเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง

“สถาบัน SMILE พร้อมเป็นหุ้นส่วนในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยขอเชิญชวนเมืองแห่งการเรียนรู้ในประเทศไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนนวัตกรรมและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบไปพร้อมกับนครเซี่ยงไฮ้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน”
— รศ.หลี่ เจียเชิง รองอธิการบดีบริหาร สถาบัน SMILE
บูรณาการท้องถิ่นผ่านกลไกจากมหาวิทยาลัยพะเยากับการแปลงนโยบายสู่พื้นที่
กลไกความร่วมมือระดับนานาชาติจะถูกนำมาปฏิบัติจริงในระดับชุมชน โดยมีสถาบันวิชาการในพื้นที่อย่าง มหาวิทยาลัยพะเยา เป็นผู้รับช่วงต่อในการแปลงนโยบายให้เข้ากับบริบทท้องถิ่น เพื่อสร้างนวัตกรรมที่สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาได้อย่างแท้จริง

“มหาวิทยาลัยพะเยามุ่งมั่นบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อออกแบบระบบการศึกษาและการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เชื่อมองค์ความรู้จากท้องถิ่นสู่มาตรฐานนานาชาติ และนำกลับมาพัฒนาเมืองเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม”
— รศ.ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา
ความยั่งยืนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังภายใน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เมืองแห่งการเรียนรู้ทำหน้าที่เสมือน “สะพานเชื่อมโอกาส” ให้ประชากรเข้าถึงการศึกษา สุขภาวะ และอาชีพที่มั่นคง การสร้างระบบที่เข้มแข็งจากฐานรากจึงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
“ความสำเร็จสูงสุดของการขับเคลื่อนงาน ไม่ใช่เพียงการได้เป็นสมาชิกเครือข่ายระดับโลก แต่คือการยกระดับศักยภาพ และทำให้คนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง”
— ศ.วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กสศ.

การขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงท้องถิ่น ประเทศ และนานาชาติ ผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่ 1) การใช้ข้อมูลค้นหากลุ่มเป้าหมาย 2) การบูรณาการวิชาการกับท้องถิ่น 3) การใช้พื้นที่ชุมชนเชื่อมเทคโนโลยีและสุขภาวะ และ 4) การเชื่อมเส้นทางการศึกษากับโอกาสทางอาชีพ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างระบบนิเวศการศึกษาใหม่ที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง และสร้างโอกาสทางการศึกษาได้อย่างยั่งยืน

อ้างอิงจาก: พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ และมหาวิทยาลัยพะเยา เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยพะเยา