กสศ. จับมือ Engenius International เปิดห้องเรียนออนไลน์ติวเข้มภาษาอังกฤษนักเรียนทุน ODOS รุ่น 2 เตรียมพร้อมเรียนต่อไทยและต่างประเทศ

กสศ. จับมือ Engenius International เปิดห้องเรียนออนไลน์ติวเข้มภาษาอังกฤษนักเรียนทุน ODOS รุ่น 2 เตรียมพร้อมเรียนต่อไทยและต่างประเทศ

เรียนภาษาอังกฤษให้สนุกกว่าเดิม! นักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 2 จำนวน 1,200 คน ได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษผ่านห้องเรียนออนไลน์กลุ่มเล็กกับครูเจ้าของภาษา ฝึกฝนผ่านเกมบนสมาร์ตโฟน และเลือกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษจากคลังหนังสือดิจิทัลกว่า 15,000 เล่ม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นัดพบนักเรียนทุนในโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS) รุ่นที่ 2 ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมเสริมสร้างสมรรถนะการสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่ง กสศ. ร่วมกับ Engenius International ออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับพื้นฐานและเป้าหมายของนักเรียนแต่ละคน โดยมุ่งพัฒนาทักษะทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน ควบคู่กับการสร้างความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตจริง

ดร.ไกรยส ภัทราวาท

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวระหว่างพูดคุยกับนักเรียนทุนว่า ทุน ODOS เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนที่มีศักยภาพแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถเดินหน้าสู่การศึกษาระดับปริญญาตรีได้โดยไม่ต้องกังวลกับภาระค่าใช้จ่าย พร้อมขอให้นักเรียนทุกคนรักษาความมุ่งมั่นตั้งใจ และใช้โอกาสที่ได้รับพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และการเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางที่แต่ละคนเลือก

สำหรับนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 2 ทั้ง 1,200 คน มีนักเรียน 66 คนผ่านการคัดเลือกรอบแรกเพื่อเตรียมศึกษาต่อต่างประเทศ ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) โดยนักเรียนกลุ่มนี้ยังต้องผ่านการทดสอบภาษาอังกฤษ IELTS ให้ได้คะแนนอย่างน้อย 5.5 ตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเดินหน้าสู่กระบวนการคัดเลือกในขั้นตอนต่อไป สำหรับโอกาสศึกษาต่อในประเทศเป้าหมาย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย

ขณะที่นักเรียนกลุ่มอื่น ๆ จะได้รับการสนับสนุนให้เตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในประเทศไทย ในกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ STEM ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้ทางวิชาการและทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา (TCAS) และรองรับการเรียนรู้ในสาขาวิชาที่สนใจ

ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ภาษาอังกฤษไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือการศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ยังเป็นทักษะที่ช่วยให้เยาวชนเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ (Automation) และเทคโนโลยีขั้นสูงกำลังเปลี่ยนแปลงโลกการทำงาน การมีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี ทั้งการสื่อสารอย่างมั่นใจและการนำไปใช้ในศาสตร์ที่เรียน จะช่วยเพิ่มความพร้อมให้เยาวชนสามารถพัฒนาตนเองและปรับตัวเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต

ดร.ไกรยส กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุน ODOS ไม่ได้มุ่งเพียงสนับสนุนให้เยาวชนได้เรียนจนจบปริญญาตรี แต่ยังต้องการให้ทุกคนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ศึกษาต่อในต่างประเทศแล้วกลับมาทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ หรือผู้ที่ศึกษาต่อในประเทศและนำความรู้กลับไปพัฒนาตนเอง ครอบครัว และชุมชน

พร้อมกันนี้ ผู้จัดการ กสศ. ยังขอบคุณผู้บริหารสถานศึกษา ครู และอาจารย์ทั่วประเทศ ที่มีส่วนร่วมค้นหาและสนับสนุนเยาวชนผู้มีศักยภาพแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา พร้อมฝากถึงนักเรียนทุนทุกคนว่า เมื่อเติบโตและประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพแล้ว ไม่ว่าจะทำงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือประกอบธุรกิจของตนเอง อยากให้นึกถึงโอกาสที่เคยได้รับ และร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่คนรุ่นต่อไป

ดร.เหมือนฝัน โกรัตนะ

ด้าน ดร.เหมือนฝัน โกรัตนะ ผู้อำนวยการโครงการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมนานาชาติ Engenius International กล่าวว่า โปรแกรมพัฒนาภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 2 ถูกออกแบบให้การเรียนภาษาเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย สนุก และสามารถฝึกฝนได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำกัดการเรียนรู้ไว้เพียงในห้องเรียน แต่ผสมผสานเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มการเรียนรู้ 3 รูปแบบเข้าด้วยกัน

เริ่มจาก OnLearn แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่รวบรวมทั้งวิดีโอบทเรียนสำหรับเรียนด้วยตนเองและห้องเรียนสดกับอาจารย์ชาวต่างชาติเจ้าของภาษา โดยปรับลดขนาดห้องเรียนจากเดิม 20 คน เหลือเพียง 10 คนต่อกลุ่ม เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสฝึกพูด ตั้งคำถาม และโต้ตอบกับผู้สอนได้อย่างทั่วถึงตลอด 40 นาทีของแต่ละคลาส

นอกจากนี้ ยังมีการเรียนรู้ผ่านเกม (Gamification) ที่เปลี่ยนการฝึกภาษาอังกฤษให้เป็นกิจกรรมสนุก ๆ บนสมาร์ตโฟน นักเรียนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมาใช้ฝึกฝนได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงห้องสมุดดิจิทัล ที่รวบรวมหนังสืออ่านนอกเวลาและตำราภาษาอังกฤษมากกว่า 15,000 เล่ม ให้นักเรียนเลือกอ่านตามระดับความสามารถและความสนใจของตนเอง

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ Peer-to-Peer Learning หรือการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนทุนจากต่างโรงเรียนและต่างพื้นที่นัดหมายเข้ามาพูดคุย ฝึกภาษา และทบทวนบทเรียนร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ในแต่ละสัปดาห์ โดยมีครูชาวไทยและทีมโค้ชการเรียนรู้คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

เพื่อให้สอดคล้องกับตารางเรียนของนักเรียน โครงการเปิดห้องเรียนออนไลน์ในวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 17.00–20.00 น. มากกว่า 10 คลาสต่อวัน และวันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 09.00–18.00 น. พร้อมระบบส่งลิงก์เข้าห้องเรียนและแจ้งเตือนผ่านอีเมลล่วงหน้า 1 ชั่วโมง ช่วยให้นักเรียนสามารถวางแผนการเรียนได้สะดวกยิ่งขึ้น

ก่อนเริ่มเรียน นักเรียนทุกคนจะต้องทำแบบทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ e-LT (Engenius Language Test) ซึ่งอ้างอิงกรอบมาตรฐานสากล CEFR ครอบคลุมทักษะการฟังและการอ่าน รวม 50 ข้อ ใช้เวลาทดสอบไม่เกิน 1 ชั่วโมง สามารถทำผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟนจากที่บ้าน และทราบผลได้ทันที โดยกำหนดทดสอบระหว่างวันที่ 1–4 ตุลาคม 2569 ก่อนเริ่มเรียนกลุ่มย่อยตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมเป็นต้นไป

ผลการทดสอบจะถูกนำมาใช้จัดการเรียนรู้ให้เหมาะกับความสามารถของนักเรียนแต่ละคน ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน A1–A2 ระดับกลาง B1–B2 ไปจนถึงระดับสูง C1 โดยทีมโค้ชจะช่วยเลือกบทเรียนวิดีโอ หนังสือ และกิจกรรมฝึกฝนที่เหมาะสม เพื่อให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะได้จากจุดเริ่มต้นของตนเอง

ดร.เหมือนฝัน กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการไม่ใช่การทำให้นักเรียนทุกคนมีทักษะภาษาอังกฤษเท่ากันตั้งแต่วันแรก แต่คือการออกแบบการเรียนรู้ให้ทุกคนได้พัฒนาจากพื้นฐานที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเริ่มต้นจากระดับใดก็ตาม

“เราตั้งใจจัดการเรียนรู้โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่านักเรียนจะมีพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่ในระดับอ่อน ปานกลาง หรือเก่งแล้ว ทุกคนจะต้องก้าวไปพร้อมกันและพัฒนาตนเองขึ้นมาให้ได้อย่างน้อย 1–2 ระดับ ภายในระยะเวลา 3 เดือนหลังจากนี้ เพื่อนำทักษะที่ได้ไปใช้ต่อยอดในการเขียนพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) เขียนเรียงความภาษาอังกฤษสำหรับยื่นสมัครเรียนต่อ หรือช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบให้ผ่านเกณฑ์ IELTS 5.5 ได้ตามเป้าหมาย” ดร.เหมือนฝัน กล่าว