ถ้าดอกไม้ที่เราเห็นอยู่ทุกวัน สามารถกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้และอาชีพได้ แล้วเราจะมองเห็นคุณค่าของมันมากกว่าที่เคยหรือไม่?
สำหรับเด็ก ๆ ในเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก คำตอบเริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า “เราจะนำสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์อะไรได้บ้าง?”
จากกิจกรรมชมรมที่เปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้เรื่องอาชีพ พวกเขาไม่ได้เลือกทำผลิตภัณฑ์เพียงเพราะทำได้ง่าย แต่ลองมองกลับไปยังสิ่งที่อยู่รอบตัวจนค้นพบว่า “ดอกไม้” ที่คุ้นเคยอาจมีเรื่องราวมากกว่าที่คิด


1. เราจะเปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน ให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างไร?
ในช่วงแรก นักเรียนทดลองทำผลิตภัณฑ์กลิ่นต่าง ๆ ที่พบได้ทั่วไปในท้องตลาด ก่อนจะเริ่มตั้งคำถามว่า ถ้าอยากให้สินค้าของตัวเองมีความเป็นเนินมะปรางมากขึ้น เราจะใช้เรื่องราวอะไรมาเป็นตัวแทนได้บ้าง
ครูและนักเรียนจึงออกสำรวจสิ่งที่พบในพื้นที่ ทั้งดอกคูณ ดอกปีบ และดอกไม้ที่เชื่อมโยงกับภูมิทัศน์และการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก จนได้ 3 กลิ่นที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ “ช่อปราง (Chor Prang)”
กลิ่นแรก ดอกปีบ เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของจังหวัดพิษณุโลกในฐานะต้นไม้ประจำจังหวัด
กลิ่นที่สอง ดอกคูณหรือราชพฤกษ์ สื่อถึงภาพจำของพื้นที่เนินมะปราง
กลิ่นสุดท้าย ดอกพญาเสือโคร่ง ชวนให้นึกถึงธรรมชาติและการท่องเที่ยวของจังหวัด
จากสิ่งที่อยู่รอบตัว จึงค่อย ๆ กลายเป็นเรื่องราวที่สามารถนำไปเล่าให้คนอื่นรู้จักบ้านเกิดของพวกเขาได้


2. เราจะเปลี่ยนดอกไม้ให้กลายเป็นกลิ่นที่คนอยากใช้ได้อย่างไร?
การทำก้านไม้หอมไม่ได้เริ่มต้นจากสูตรสำเร็จ แต่เริ่มจากการทดลอง นักเรียนลองใช้หม้อต้มสกัด ก่อนที่ครูจะจัดหาอุปกรณ์กลั่นมาให้ทดลองและพัฒนาสูตรต่อ พวกเขาต้องค้นหาวิธีสกัด ทดลองปรับกลิ่น และถามความคิดเห็นจากคนรอบตัวซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า “กลิ่นนี้โอเคไหม?” ซึ่งแต่ละกลิ่นจึงมีบุคลิกแตกต่างกัน
ดอกปีบ กลิ่นนุ่ม ๆ ละมุน เหมาะกับคนวัยทำงานที่ชอบบรรยากาศสบาย ๆ
ดอกคูณ กลิ่นอบอุ่นและนุ่ม เมื่อผ่านการสกัดแล้วให้ความรู้สึกคล้ายแป้งเด็ก
พญาเสือโคร่ง กลิ่นหวาน สดใส และเป็นกลิ่นที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นมากที่สุด
“หนูชอบกระบวนการปรับแก้กลิ่น กลิ่นแรงเกินไปก็ต้องแก้ แล้วก็ลุ้นกับตัวเองว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราชอบได้ที่ลองแก้กลิ่น แล้วถามคนอื่นว่าโอเคไหม คนส่วนมากจะชอบไหม” -ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนบ้านเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก กล่าว
กว่าจะได้กลิ่นที่ลงตัว นักเรียนต้องทดลองและแก้ปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอของกลิ่นอยู่หลายครั้ง เพราะการทำผลิตภัณฑ์จริงไม่มีคำตอบเดียว


3. เราจะทำให้ของดีในชุมชน กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนอยากซื้อได้อย่างไร?
เมื่อได้กลิ่นแล้ว คำถามต่อมาคือ “จะทำอย่างไรให้คนอยากหยิบสินค้าของเรา?”
ตรงนี้เองที่การทำงานร่วมกับเพื่อนจากโรงเรียน Satit Prasarnmit International Programme เข้ามาเติมอีกมุมหนึ่งให้กับผลิตภัณฑ์
เด็กทั้งสองโรงเรียนต้องช่วยกันคิดตั้งแต่ชื่อแบรนด์ โลโก้ ไปจนถึงรูปแบบกล่องและการนำเสนอสินค้า
แน่นอนว่าการทำงานร่วมกันไม่ได้ราบรื่นทุกครั้ง เพราะแต่ละคนมีความคิดเห็นและเวลาที่แตกต่างกัน บางครั้งสื่อสารกันไม่เข้าใจ หรือต้องรอคำตอบจากอีกฝ่าย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเรียนรู้ที่จะพูดคุย ปรับความเข้าใจ และหาทางออกร่วมกัน
ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนบ้านเนินมะปรางเล่าว่า “บางทีเกิดปัญหาการสื่อสาร เพราะเราเข้าใจไม่ตรงกัน แต่สุดท้ายพวกเราก็ค่อย ๆ คุยปรับความเข้าใจกัน จนสุดท้ายก็ผ่านไปได้ค่ะ”
จากการออกแบบครั้งแรกที่ยังไม่ลงตัว พวกเขาจึงกลับมาคุยกันอีกครั้ง ปรับทั้งกลิ่น ลวดลายของกล่องและรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ก่อนจะพัฒนาออกมาเป็น “ช่อปราง” ในที่สุด

4. แล้วสิ่งที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากการทำก้านไม้หอมคืออะไร?
สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางอาจสำคัญไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในมือ “หนูได้เรียนรู้เรื่องการทำงานร่วมกันกับคนใหม่ ๆ เรียนรู้ที่จะสร้างธุรกิจในชีวิตจริง แล้วก็เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าค่ะ” ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนบ้านเนินมะปราง เล่า
เมื่อการทดลองไม่สำเร็จ พวกเขาต้องกลับไปหาวิธีใหม่ เมื่อกลิ่นยังไม่ถูกใจ ก็ต้องปรับสูตร เมื่อความคิดเห็นไม่ตรงกัน ก็ต้องเรียนรู้ที่จะรับฟัง ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้การเรียนรู้เรื่องอาชีพไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่เชื่อมโยงไปถึงการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดแก้ปัญหา และการตัดสินใจ ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ต่อในชีวิตจริงได้
“หนูรู้สึกว่าหนูอยากลองทำธุรกิจของตัวเองมากขึ้น และอยากทำโครงงานแบบนี้อีกค่ะ” ตัวแทนนักเรียนโรงเรียน Satit Prasarnmit International Programme กล่าว
บางครั้ง การเรียนรู้เรื่องอาชีพอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากคำถามว่า ‘โตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร” เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการมองสิ่งใกล้ตัว แล้วลองถามตัวเองว่า “ถ้าเราลองทำอะไรสักอย่าง จะเกิดอะไรขึ้น?”
สำหรับเด็ก ๆ คำถามนั้นได้พาพวกเขาไปไกลกว่าดอกไม้ใกล้ตัว จนไปสู่การทดลองทำธุรกิจจริงในชื่อ “ช่อปราง” ที่นำเรื่องราวของท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ทุกขวดจึงถ่ายทอดทั้งกลิ่นหอม เสน่ห์ของธรรมชาติ รวมถึงอัตลักษณ์ของเนินมะปราง



Equity Partnership’s School Network Season 7
นวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
Equity Lab ภายใต้สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายทั้งบริษัท Sea (ประเทศไทย) เครือข่ายโรงเรียนนานาชาติและเครือข่ายมหาวิทยาลัย เดินหน้าสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อม “ห้องเรียน–ชุมชน–ตลาดจริง” เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนนานาชาติได้พัฒนาทักษะอาชีพ สร้างแบรนด์ สร้างรายได้ และก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือระหว่าง “โรงเรียนพี่–โรงเรียนน้อง” หากแต่เป็นการสร้าง “พื้นที่แห่งมิตรภาพที่เสมอภาค” ในโลกศตวรรษที่ 21
ก้านไม้หอมปรับอากาศแบรนด์ Chor Prang (ช่อปราง)
รร.บ้านเนินมะปราง จ.พิษณุโลก x Satit Prasarnmit International Programme
“ช่อปราง” ถ่ายทอดเสน่ห์ของธรรมชาติและอัตลักษณ์ของอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ผ่านก้านไม้หอมที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้และธรรมชาติในท้องถิ่น รังสรรค์เป็น 3 กลิ่น ได้แก่ ดอกปีบ ดอกราชพฤกษ์ และดอกพญาเสือโคร่ง
ก้านไม้หอม 3 กลิ่นนี้ ขยับออกไปขายสู่ตลาดที่กว้างขึ้นอย่างในแอพพลิเคชั่น Shopee คลิก