ส่งตรงจากเมืองสุโขทัย ชุบชีวิต “ผ้าทอปั่นไก” สู่กระเป๋าใส่เหรียญแบรนด์ “ศุทรา” ผลลัพธ์จากการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สร้างมูลค่าเกินคาด
รองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัล Equity Partnership's School Network Season 7

ส่งตรงจากเมืองสุโขทัย ชุบชีวิต “ผ้าทอปั่นไก” สู่กระเป๋าใส่เหรียญแบรนด์ “ศุทรา” ผลลัพธ์จากการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สร้างมูลค่าเกินคาด

ณ บ้านปากคะยาง จังหวัดสุโขทัย การทอผ้าเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เด็ก ๆ เติบโตมากับภาพของผู้ใหญ่ในชุมชนที่ทอผ้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนคนทอผ้ากลับลดลง ขณะที่ผ้าทอซึ่งต้องใช้ทั้งเวลาและความประณีตกลับมีมูลค่าไม่สูงนัก

เหล่านี้เป็นที่มาของคำถามนอกห้องเรียนว่า….

1. จะทำอย่างไรให้ผ้าทอของชุมชนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและทำให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าจนอยากสืบทอดต่อ

จากคำถามนี้จึงเกิดแนวคิดนำ “ผ้าทอปั่นไก” ซึ่งมีลวดลายและวิธีการผลิตอันเป็นเอกลักษณ์มาพัฒนาเป็น “กระเป๋าใส่เหรียญ” เพราะสามารถนำผ้าทอมาใช้ได้อย่างเหมาะสม และเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ

“หนูเห็นว่าผ้าทอปั่นไกสวยมาก มันเป็นลายเฉพาะ และเห็นญาติพี่น้องเราทำ  ตอนนี้คนทอผ้าในชุมชนมีน้อยลงก็เลยอยากเรียนรู้  เผื่อจะได้ทำ” – ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนบ้านปากคะยาง  กล่าว

ความพิเศษของกระเป๋าใส่เหรียญใบนี้เริ่มต้นตั้งแต่ “เส้นด้าย” เพราะผ้าที่นำมาใช้คือ ผ้าทอปั่นไกซึ่งมีเอกลักษณ์จากการนำด้าย 3 สีมาพันรวมกันเป็นเส้นเดียว ก่อนนำไปทอจนเกิดเป็นลวดลายและพื้นผิวเฉพาะตัว  สีของเส้นด้ายที่นำมาผสมกัน เช่น เขียวขี้ม้า ครีม และเทา หรือ ครีมกับกรมท่า ทำให้ผืนผ้ามีมิติและความโดดเด่น แม้จะเป็นเพียงสีพื้น ๆ แต่เมื่อนำมาพันรวมกันและผ่านกระบวนการทอ กลับเกิดเป็นลวดลายที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนผ้าทั่วไป

กว่าจะได้ผ้าหนึ่งผืนต้องอาศัยความชำนาญของคนในชุมชน  และกว่าจะกลายเป็นกระเป๋าใบหนึ่ง  เด็ก ๆ ต้องนำผ้ามาผ่านอีกหลายขั้นตอน  ตั้งแต่การตัดผ้า ตัดกาวและซับใน การรีด การกลิ้งแบบ การเย็บปากกระเป๋า และการตกแต่งด้วยดอกบัวที่สะท้อนความเป็นสุโขทัย

เด็ก ๆ ใช้เวลาหลังเลิกเรียนและวันหยุดในการทำงานร่วมกัน ทุกคนช่วยกันรับผิดชอบงานตามความถนัด ตั้งแต่ตัดผ้า ตัดซับใน รีดผ้า ทำดอกไม้ เย็บปากกระเป๋า ไปจนถึงการตรวจสอบและบรรจุสินค้า

การทำงานครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนโรงเรียนบ้านปากคะยางได้พบเจอกับมิตรภาพใหม่จากเพื่อนๆ โรงเรียน KIS International School Bangkok ที่มาเป็นพาร์ตเนอร์และมาร่วมเรียนรู้บนเส้นทางแห่งนี้

2. กระเป๋าหนึ่งใบกับบทเรียนเรื่อง “การทำงานเป็นทีม”

ทั้งสองฝ่ายเริ่มจากการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และลงพื้นที่จริง นักเรียนโรงเรียนบ้านปากคะยางนำเสนอทุนทางวัฒนธรรมและวัสดุที่ชุมชนมี ขณะที่นักเรียนโรงเรียน KIS International School Bangkok  เข้ามาช่วยคิดเรื่องการออกแบบ  เช่น โลโก้ บรรจุภัณฑ์ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์

ระหว่างทางไม่ได้มีเพียงความสำเร็จ แต่ยังมีปัญหาให้ต้องแก้ไขร่วมกัน ทั้งแบบกระเป๋าที่ทำได้ยาก สีและเนื้อผ้าที่ไม่ตรงกับแบบ ลวดลายที่เอียง หรือดอกบัวที่ต้องทดลองหลายครั้งกว่าจะได้รูปแบบที่เหมาะสม ทุกปัญหากลายเป็นบทเรียนเรื่องการสื่อสาร การวางแผน และการทำงานเป็นทีม

“หนูได้รู้จักการแบ่งหน้าที่ การทำงานเป็นทีมกับเพื่อน สมมติว่ามีคนสั่งของจำนวนมาก ผลิตไม่ทัน เราก็ช่วยกันแบ่งหน้าที่ว่าใครถนัดอะไรก็ทำแบบนั้น” – ตัวแทนนักเรียน

โรงเรียนบ้านปากคะยาง  กล่าว

สำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านปากคะยาง  การทำงานกับเพื่อนต่างวัฒนธรรมยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและการสื่อสารในสถานการณ์จริง ขณะที่นักเรียนโรงเรียนนานาชาติได้เรียนรู้ว่าการนำเสนอความคิดที่ดีต้องมาพร้อมรายละเอียดและความชัดเจน เพื่อให้สามารถสื่อสารกับผู้ผลิตและนำความคิดไปสู่การปฏิบัติได้จริง

“ระหว่างทำโปรเจกต์ เราเจอความท้าทายหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร เพราะเราไม่ได้อยู่จังหวัดเดียวกันและมีเวลาว่างไม่ตรงกัน ทำให้บางครั้งการตัดสินใจล่าช้าและเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย เราจึงพยายามสื่อสารกับทางโรงเรียนไทยให้ชัดเจนที่สุด ทั้งการส่งข้อมูล ภาพวาด และไอเดียต่าง ๆ รวมถึงเปิดโอกาสให้น้อง ๆ แชร์ความต้องการและความคิดเห็น เพื่อนำมาปรับให้เข้ากับสินค้าและตัดสินใจร่วมกัน”  – ตัวแทนนักเรียนโรงเรียน KIS International School Bangkok  กล่าว

เรื่องสำคัญอีกอย่างที่เด็ก ๆ ค้นพบระหว่างทำกระเป๋าคือ “ความอดทน” เพราะทุกขั้นตอนต้องใช้ความประณีตและสมาธิ  ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ แต่แทนที่จะยอมแพ้ เด็ก ๆ เรียนรู้ที่จะกลับมาดูว่าผิดพลาดตรงไหนแล้วลองใหม่อีกครั้ง

“สมมติหนูทำไม่ได้สักที หนูก็กลับมาคิดว่าทำไมถึงทำไม่ได้ แล้วลองสู้ใหม่ พอทำใหม่มันก็ดีขึ้นกว่าเดิม” – ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนบ้านปากคะยาง  กล่าว

สำหรับเด็ก ๆ การเรียนรู้เช่นนี้แตกต่างจากการเรียนในห้องเรียน เพราะไม่ได้เรียนจากตำราเพียงอย่างเดียว แต่ได้ลงมือทำจริง ได้พบปัญหาจริง และต้องร่วมกันหาทางแก้ไข

“ในห้องเรียนจะเน้นจด แต่การทำแบบนี้เราได้ลงมือจริง ได้เจอสถานการณ์จริง ได้ทำงานเป็นทีม และได้แก้ปัญหา”  – ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนบ้านปากคะยาง  กล่าว

3. คุณค่าที่ส่งกลับไปยังชุมชน

ขณะเดียวกันชุมชนเองก็ได้รับคุณค่าจากการที่เด็ก ๆ กลับเข้าไปเรียนรู้และให้ความสนใจกับภูมิปัญญาท้องถิ่น   จากผ้าทอที่มีมูลค่าไม่สูงนัก ถูกนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและมูลค่าเพิ่มขึ้น ที่สำคัญคือทำให้คนรุ่นใหม่ได้กลับมามองเห็น “ของดี” ในบ้านเกิดของตัวเอง

“พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจมาก ๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคุณค่าให้กับสินค้าท้องถิ่นของสุโขทัย และได้แบ่งปันความรู้กับน้อง ๆ ที่โรงเรียนบ้านปากคะยาง” – ตัวแทนนักเรียนโรงเรียน KIS International School Bangkok  กล่าว

ผู้ใหญ่ในชุมชนต่างหวังว่าภูมิปัญญาการทอผ้าจะไม่สูญหาย และดีใจที่เห็นเด็ก ๆ สนใจและเข้ามาเรียนรู้ เพราะการสืบทอดภูมิปัญญาอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากการบอกเล่าเพียงอย่างเดียว แต่อาจเริ่มต้นจากการที่เด็กคนหนึ่งได้ลองลงมือทำ และค้นพบว่าของที่อยู่ใกล้ตัวมีคุณค่ามากกว่าที่เคยคิด

“กระเป๋าใส่เหรียญจากผ้าทอปั่นไกจึงไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดชิ้นหนึ่ง หากเป็นผลลัพธ์ของการเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง ชุมชน นักเรียนไทย และนักเรียนนานาชาติ เป็นพื้นที่ที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพบกับความคิดสร้างสรรค์และมุมมองใหม่ ๆ”

จากผืนผ้าหนึ่งผืน สู่กระเป๋าใบเล็กหนึ่งใบ เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ทั้งการทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การแก้ปัญหา ความอดทน และการเห็นคุณค่าของบ้านเกิด และในขณะเดียวกัน กระเป๋าใบนี้ก็กำลังช่วยบอกเล่าเรื่องราวของผ้าทอปั่นไกให้เดินทางไปไกลกว่าชุมชนบ้านปากคะยาง

เพราะสิ่งที่เด็ก ๆ กำลังช่วยกันสร้าง ไม่ได้มีเพียงกระเป๋า

แต่คือการต่อยอดคุณค่าของภูมิปัญญา และการส่งต่อเรื่องราวของบ้านเกิดไปสู่คนรุ่นต่อไป


Equity Partnership’s School Network  Season 7
นวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

Equity Lab ภายใต้สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายทั้งบริษัท Sea (ประเทศไทย) เครือข่ายโรงเรียนนานาชาติและเครือข่ายมหาวิทยาลัย  เดินหน้าสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อม “ห้องเรียน–ชุมชน–ตลาดจริง” เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนนานาชาติได้พัฒนาทักษะอาชีพ สร้างแบรนด์ สร้างรายได้ และก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือระหว่าง “โรงเรียนพี่–โรงเรียนน้อง” หากแต่เป็นการสร้าง “พื้นที่แห่งมิตรภาพที่เสมอภาค” ในโลกศตวรรษที่ 21

“ศุทรา” กระเป๋าใส่เหรียญจากผ้าทอปั่นไก
โรงเรียนบ้านปากคะยาง จ.สุโขทัย x KIS International School Bangkok

ผ้าทอปั่นไกเอกลักษณ์หนึ่งเดียวจากสุโขทัย เกิดจากการนำด้าย 3 สี (เช่น เขียวขี้ม้า ครีม และเทา / หรือครีมกับกรมท่า) มาพันรวมเป็นเส้นเดียวก่อนนำไปทอ เกิดเป็นผืนผ้าที่มีมิติ ลวดลายและพื้นผิวเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร

งานแฮนด์เมดจากฝีมือเด็ก ๆ และคนในชุมชน ตั้งแต่การคัดสรรผ้า ตัดเย็บ ซับใน ไปจนถึงการตกแต่งด้วยลวดลายดอกบัวอันสะท้อนความเป็นสุโขทัย  มากกว่ากระเป๋าคือการส่งต่อคุณค่า ทุกใบคือเรื่องราวของการเรียนรู้ การทำงานเป็นทีม และการช่วยสืบสานภูมิปัญญาผ้าทอท้องถิ่นให้คงอยู่ ผลิตภัณท์นี้ขยับออกไปขายสู่ตลาดที่กว้างขึ้นอย่างในแอพพลิเคชั่น Shopee คลิก