‘Future You’ นวัตกรรมช่วยให้เด็กค้นพบตัวเอง มองเห็นเส้นทางชีวิต และเชื่อว่าทุกอนาคตเป็นไปได้
จากความร่วมมือของ กสศ. | KBTG | MIT Media Lab | คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘Future You’ นวัตกรรมช่วยให้เด็กค้นพบตัวเอง มองเห็นเส้นทางชีวิต และเชื่อว่าทุกอนาคตเป็นไปได้

เมื่อจอภาพในมือเผยให้เห็นตัวเราในวันข้างหน้า ที่กำลังบอกเล่าถึงเส้นทางอาชีพในอีกหลายปีถัดไป และมาช่วยแนะแนวว่า ศักยภาพและความสนใจในวันนี้ จะนำพาไปสู่อนาคตแบบใดได้บ้าง แล้วถ้าอยากบรรลุปลายทางเช่นที่ภาพปรากฎ ตัวเรา ณ ปัจจุบันควรมุ่งไปทางไหน เตรียมพร้อมอย่างไร เพื่อจะเปลี่ยนสิ่งที่ฝันวันนี้ ให้เป็นความจริงวันหน้า

นี่คือแนวคิดของ ‘Future You’ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมปัจจุบันสู่อนาคต ที่จะเริ่มต้นจากการบันทึกข้อมูลผู้ใช้งาน ผ่านแบบสอบถามเกี่ยวกับขั้นตอนการเติบโต จุดเปลี่ยนต่าง ๆ ของชีวิต จนถึงเรื่องราวความสนใจ เป้าหมาย ความใฝ่ฝัน ก่อนเทคโนโลยี AI จะวิเคราะห์ประมวลผล สร้าง ‘ตัวตนเสมือนจริงในวัยผู้ใหญ่’ ซึ่งเปี่ยมด้วยประสบการณ์ชีวิต ก่อนให้ผู้ใช้งานสามารถสนทนาโต้ตอบกับตนเองในวันข้างหน้า ด้วยบทสนทนาที่สมจริง เป็นส่วนตัว และอยู่บนฐานของรายละเอียดชีวิตเฉพาะบุคคล  

Future You คือนวัตกรรมจากประเทศไทย ที่พัฒนาขึ้นบนความร่วมมือระหว่าง KBTG บริษัทผู้ชำนาญด้านเทคโนโลยีในเครือธนาคารกสิกรไทย (KBank) และ สถาบันการศึกษาระดับโลกอย่าง MIT Media Lab, Harvard University และ UCLA จนสามารถคว้ารางวัล World Changing Ideas Awards 2025 หรือ ‘นวัตกรรมเปลี่ยนโลก’ ในสาขา Academic Excellence ที่การันตีโดย Fast Company สื่อด้านนวัตกรรมและธุรกิจชั้นนำของโลก ก่อนจะนำไปใช้ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และเห็นผลแล้วว่า ‘Future You’ เป็นนวัตกรรม AI Feature ที่เพิ่มระดับเชื่อมั่นในการเชื่อมโยงกับตัวตนปัจจุบันสู่ความเป็นไปได้ในอนาคต (Future Self-Continuity) ทั้งเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นตัวช่วยวางแผนชีวิต และการตัดสินใจระยะยาว ให้กับผู้ใช้งานจำนวนมาก  

ถึงวันนี้ KBGT และ MIT Media Lab ได้พา Future You กลับมาที่ประเทศไทย โดยร่วมมือกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำ Future You มาใช้เป็นเครื่องมือแนะแนวการศึกษา ซึ่งเป็นความร่วมมือในรูปแบบงานวิจัย เพื่อมุ่งลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสการเข้าถึงข้อมูล ของการตั้งเป้าหมายชีวิต และเพื่อส่งเสริมแรงบันดาลใจให้เด็กเยาวชนในโรงเรียนทุกพื้นที่ทุกขนาด สามารถออกแบบเส้นทางไปถึงอาชีพในฝัน 

กสศ. โดยสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา KBTG, MIT Media Lab และคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดตัว Future You ครั้งแรก เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 โดยมีอาสาสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย และ โรงเรียนวัดชัยมงคล กรุงเทพมหานคร ร่วมทดลองใช้งาน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาบริบทโรงเรียนในประเทศไทย ก่อนคณะทำงานจะนำข้อมูลกลับไปปรับให้ Future You ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพกับนักเรียนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการขยายผลถึงโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล อันเป็นกลุ่มซึ่งอยู่ไกลจากโอกาสมากที่สุด     

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวถึงการนำ Future You มาใช้ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาไทยระยะยาวว่า การค้นหาตัวเองให้พบคือรากฐานของการศึกษา เพราะช่วงสำคัญของทุกการเติบโต คือวันที่เด็กคนหนึ่งรู้ตัวว่าอยากเป็นอะไร และตระหนักว่าความสามารถบางอย่างในตัวตนจะสามารถพาชีวิตไปทางไหนได้บ้าง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในตัวเอง และกำหนดเส้นทางเดินต่อไป Future You จึงเป็นหนึ่งในความร่วมมือของภาคีการศึกษา เพื่อจะนำเทคโนโลยี AI มาช่วยฉายภาพความฝันในใจของเด็กให้ชัดขึ้น

“ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเป้าที่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่มีครูแนะแนวไม่พอต่อสัดส่วนของนักเรียน เพราะเราพบว่าเด็กที่ขาดโอกาสเข้าถึงข้อมูล ทั้งจากความห่างไกล หรือความไม่พร้อมในการเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัล เขาจะเหมือนถูกบดบังไว้จนมองไม่เห็นภาพของตัวเองในวันข้างหน้า ฉะนั้นถ้ามี AI Feature ที่สามารถย่อข้อมูลมหาศาลมาไว้ในมือเด็ก ให้เห็นว่าโลกใบนี้มีความเป็นไปได้ของอนาคตกี่รูปแบบ พร้อมได้สำรวจค้นพบความสนใจ ความชอบ และทักษะที่มีในตัวเอง ก็อาจจะเป็นการเริ่มต้นของการตั้งเป้าหมาย และพบเส้นทางพาไปสู่ภาพอนาคตที่ฝันไว้ได้”

ผู้จัดการ กสศ. เผยหลักการทำงานของ Future You ว่า คือการเชื่อมต่อภาพอดีตกับอนาคต ที่เด็กจะได้เห็นภาพเสมือนจริงของตัวเองในวัยผู้ใหญ่ พร้อมได้ใช้เวลาสื่อสาร ถามตอบ ทำความเข้าใจในเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้เด็กรู้สึกปลอดภัยที่จะตอบคำถาม กล้าขุดค้นลึกลงถึงความต้องการภายใน จนพบบางความฝันที่อาจไม่เคยเชื่อมั่น และเมื่อคู่สนทนาตรงหน้าคือตัวเองที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านประสบการณ์ทำงานมาแล้ว เด็กจะเริ่มมองเห็นทุกความเป็นไปได้ที่มีจุดเริ่มจากชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งจะเติมความมั่นใจและเป็นข้อมูลนำทางสู่การเลือกเส้นทางชีวิต ทั้งข้อมูลนี้จะช่วยให้ครูแนะแนวทำงานต่อเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือ ร่วมออกแบบเส้นทางให้เด็กไปต่อได้อย่างมั่นคง และกล้าฝันใหญ่ขึ้น

(กลาง) ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.

“การเปิดตัว Future You ในสองโรงเรียนต้นแบบ คือโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย และ โรงเรียนวัดชัยมงคล กรุงเทพมหานคร เป็นขั้นตอนแรกของงานวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อศึกษาข้อมูลของนักเรียนที่มีบริบทต่างกัน ในโรงเรียนขนาดต่างกัน และไปให้ถึงข้อค้นพบที่เชื่อมโยงกับข้อเท็จจริงทางการศึกษา ซึ่งข้อมูลระบุว่ามีนักเรียนจำนวนมากในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่ต้องต่อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สถานการณ์ในครอบครัว การเดินทาง และภาระในชีวิต จนทำให้ตัดสินใจไม่เรียนต่อ ซึ่งในทางกลับกัน หากเด็ก ๆ เหล่านี้มีโอกาสเห็นปลายทางของการเรียนรู้มากขึ้น เขาจะรู้ว่าทางไปต่อในการศึกษายังเป็นไปได้ และจะพยายามพาตัวเองไปต่อ ด้วยความเชื่อมั่นและพลังใจที่เพิ่มขึ้น แล้วความพยายามนี้เองที่จะพาเด็กไปถึงจุดเชื่อมต่อที่มีแรงสนับสนุนรองรับ ไม่ว่าทุนการศึกษา ครู โรงเรียน กระทั่งปัจจัยภายนอกในรูปภาคีการศึกษาอีกมากมาย ที่พร้อมผลักดันน้อง ๆ สู่ความสำเร็จ”    

ดร.ไกรยส กล่าวถึงอนาคตของการพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้เป็น ‘ผู้ช่วย’ ในโรงเรียนด้านการดูแลสุขภาวะจิตใจ ว่านอกจาก Future You จะเป็นผู้ช่วยแนะแนวของคุณครูแล้ว บันทึกข้อมูลที่แสดงถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของชีวิตเด็ก ยังจะช่วยครูให้เชื่อมโยงถึงการดูแลสุขภาพใจอย่างเป็นระบบ “เพราะก่อนจะกล้าเดินตามฝัน เด็กต้องอยู่ในสภาวะจิตใจที่ดีก่อน ดังนั้นไม่เพียงมองที่อนาคต คณะทำงานจะวิจัยต่อเนื่องเพื่อให้ Future You เป็นผู้ช่วยครูแนะแนวสำรวจสภาวะจิตใจ ตลอดจนมองหาสัญญาณความช่วยเหลือเพื่อดูแลเยียวยา และส่งต่อสู่ระบบดูแลที่มีนักจิตวิทยามืออาชีพรับช่วงต่อ”   

คุณเรืองโรจน์ พูนผล KBank Executive Innovation Futurist กล่าวว่า ‘Future You’ เกิดขึ้นจากคำถามเชิงวิจัยว่า หากเรามองเห็นตัวเองในอนาคตที่เป็นไปได้ในหลายรูปแบบ จะส่งผลต่อพฤติกรรมที่กำหนดชีวิตในภายภาคหน้ามากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในรายละเอียดเล็ก ๆ ของการวางแผนพัฒนาตัวเอง จนเมื่อพัฒนาเครื่องมือขึ้นจึงพบว่า แรงบันดาลใจจากอนาคต สามารถส่งต่อถึงตัวตนปัจจุบัน และกลายเป็นจุดเริ่มของความเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันเพื่อไปสู่เป้าหมาย

คุณเรืองโรจน์ พูนผล
KBank Executive Innovation Futurist

“ผลจากผู้ใช้งานมากกว่าหนึ่งแสนคนในร้อยกว่าประเทศทั่วโลก ช่วยยืนยันว่า Future You ยังสามารถเป็นเครื่องมือที่จะเข้ามาช่วยเด็กในเรื่องการวางแผนอนาคต ในฐานะ ‘ตัวช่วยครูแนะแนว’ เพื่อเปิดประตูความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ให้กับเด็ก จึงได้นำแนวคิดดังกล่าวกลับมาเริ่มต้นที่ประเทศไทย และถึงวันนี้คณะทำงานพร้อมลงพื้นที่ครั้งแรก เพื่อศึกษา เก็บข้อมูล นำข้อสังเกตกลับไปพัฒนาเครื่องมือ เพื่อให้ Future You สามารถรองรับบริบทของโรงเรียนที่แตกต่างหลากหลาย” 

คุณเรืองโรจน์ กล่าวถึงประเด็นสำคัญของการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ว่าเครื่องมือจะต้องสามารถเป็นตัวช่วยให้ครูและนักเรียนก้าวข้ามข้อจำกัด ทั้งการเข้าถึงข้อมูล ความรู้ และความเป็นไปได้ของอนาคต หรือคือการพาเด็กไปให้ถึงการรีดศักยภาพในตัวเองออกมาได้เต็มที่ ซึ่งจะเป็นไปได้ต่อเมื่อเด็กเชื่อมั่น ว่าเขาเป็นได้ทุกอย่างที่ฝัน ขอเพียงตระหนักรู้ถึงเส้นทาง ได้รับการเตรียมความพร้อม และพัฒนาทักษะความสามารถของตนต่อไปอย่างไม่ยอมจำนนต่อข้อจำกัด

ดร.พัทน์ ภัทรนุธาพร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำ MIT Media Lab สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เจ้าของไอเดียและผู้เริ่มโปรเจค Future You กล่าวว่า การจะเปลี่ยนภาพอนาคต ย่อมต้องมาจากการวางแผนระยะยาว ไม่ว่าสุขภาพ การเงิน หรือการศึกษา เนื่องจากความสำเร็จเหล่านี้ไม่อาจหวังผลได้จากการลงมือทำระยะสั้น ขณะที่ระบบการศึกษาปัจจุบันที่เน้นความเข้มข้นของเนื้อหา กลับแทบไม่ให้ความสำคัญกับ ‘การทำความรู้จักตัวเอง’ Future You จึงพัฒนาขึ้นเพื่อสื่อสารกับผู้ใช้งานว่า ทุกความสนใจใส่ใจหรือทุกการกระทำในวันนี้ คืออนาคตในวันข้างหน้าของเรา และโดยเฉพาะเมื่อเห็นภาพของตัวเองที่เป็นไปได้ ก็อาจเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ ของอนาคตที่รออยู่ไม่ไกล 

ดร.พัทน์ ภัทรนุธาพร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำ MIT Media Lab

“โจทย์การเชื่อมอนาคตกลับมาที่ปัจจุบันคือสิ่งที่เป็นสากล เพราะลึกลงไปแล้วมนุษย์ทุกคนจะตั้งคำถามในใจเสมอว่าวันข้างหน้าของเราจะเป็นอย่างไร จะไปอยู่ตรงไหน ทำงานอะไร แต่กว่าจะไปถึงตรงนั้น เราต้องรู้ก่อนว่าจะเลือกเรียนอะไร มีความรู้เฉพาะทางด้านไหน ซึ่งจะกลายเป็นเส้นทางของการพาตัวเองไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่จำเป็น เพราะไม่เพียงความเหลื่อมล้ำของการศึกษาที่มีขนาดใหญ่ของเมืองกับพื้นที่ห่างไกล การเรียนรู้ระดับปัจเจกยังสะท้อนว่าผู้เรียนทุกวันนี้ถูกกำหนดให้เรียนเกินความจำเป็น ซึ่งมันตรงข้ามกับการกำหนดแผนการเรียนเฉพาะบุคคล ที่เราควรมุ่งไปที่การ ‘เรียนเฉพาะสิ่งที่จำเป็น’

“Future You จึงตั้งคำถามว่า ถ้าเด็กทุกคนได้รู้จักตัวเองมากขึ้น เขาจะสามารถฝันถึงอนาคตที่เป็นไปได้ของตัวเองกี่แบบ และจะทำให้เด็กคนหนึ่งกล้าพอจะวิ่งตามภาพ ๆ นั้นไปได้ไกลแค่ไหน นอกจากนี้การได้โต้ตอบกับตัวตนในอนาคต ยังสัมพันธ์กับการ ‘ถูกมองเห็น’ ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ของโลกใบนี้ ว่าตัวเขาสามารถทำอะไรเพื่อตัวเองได้ เพื่อคนอื่นได้ ด้วยตระหนักแล้วว่าอนาคตมีที่ทางสำหรับเขา และมันจะมีส่วนตรง ๆ ต่อแรงขับให้อยากลุกขึ้นไขว่คว้าเป้าหมาย”

ดร.พัทน์กล่าวว่า Future You ยังมีเป้าหมายสนับสนุนเรื่องการดูแลสุขภาวะจิตใจ (Mental Health) เพราะการมองเห็นอนาคตเชิงบวก จะกระตุ้นให้เด็กเชื่อมั่นว่าทุกปัญหาจะไม่คงอยู่ตลอดไป และจะคิดถึงการแก้ไข พัฒนา ทำวันนี้ให้ดีขึ้น ซึ่งเชื่อมต่อถึงการสร้างทัศนคติของการยอมรับ และความเข้าใจการเปลี่ยนผ่าน เพื่อปลดล็อค ‘ความคิดแบบยึดติด’ (Fixed Mindset) แล้วเชื่อว่า ‘ทุกสิ่งเป็นไปได้’

ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความร่วมมือในการทำงานว่า คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมโปรเจค Future You ในบทบาทของฝ่ายข้อมูลความรู้ด้านจิตวิทยา และประเมินถึงการพาเครื่องมือไปสู่การดูแลสุขภาวะจิตใจเด็กอย่างปลอดภัย พร้อมเผยว่าการทำงานของ AI ในเชิงจิตวิทยานั้นเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามต้องเกิดขึ้นจากความร่วมมือของมนุษย์ ที่ลึกซึ้งเรื่องความเข้าใจ ความคิด การคำนึงถึงจริยธรรม ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจาก Future You จะช่วยให้นักจิตวิทยาวิเคราะห์ประมวลผลได้แม่นยำและรอบด้านยิ่งขึ้น    

ผศ.ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์
คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ปัจจุบันสังคมซับซ้อนขึ้นในหลายด้าน เด็กส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับการเปรียบเทียบแข่งขันทั้งในออนไลน์และชีวิตจริง ซึ่งส่งผลต่อความเครียด กดดัน ความไม่เชื่อมั่นในตนเอง จนไม่กล้าฝันถึงอนาคต Future You จึงไม่เพียงสะท้อนถึงอนาคตที่เป็นไปได้ แต่ยังจะเป็นเครื่องมือให้เรารับมือกับปัจจุบัน ทั้งปัญหาทางอารมณ์จิตใจ การมองเห็นคุณค่าของตัวเอง ที่จะช่วยให้เด็กเข้าใจ ตั้งเป้าหมาย แล้วเมื่อภาพในใจชัดเจน มันจะนำไปสู่การยกระดับความสามารถในการกำกับจัดการตัวเอง ซึ่งคือการลดปัญหาสุขภาพจิตที่ต้นทางจริง ๆ”   

ครูนุสบา บอนประโคน ครูแนะแนวโรงเรียนวัดชัยมงคล กล่าวถึง Future You หลังร่วมทดสอบการใช้งานว่า หนึ่งในความสนใจที่เด็กเข้ามาปรึกษาครูแนะแนวมากที่สุดจะเป็นเรื่องความไม่แน่ใจในการศึกษาต่อ เนื่องจากเด็กไม่รู้ว่าตนถนัดอะไร จนถึงไม่มั่นใจในความพร้อมของตัวเอง โดยใจความสำคัญที่พบนอกจากเรื่องทุนทรัพย์ ก็จะเป็นกรอบจำกัดของการรับรู้เรื่องอาชีพ ดังนั้นการที่ Future You เข้ามาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการช่วยเปิดโลกของงานอาชีพใหม่ ๆ พร้อมเชื่อมโยงไปที่ความสนใจและความถนัดของเด็ก จึงสำคัญมากต่อการกำหนดเป้าหมายชีวิต

ครูนุสบา บอนประโคน
ครูแนะแนวโรงเรียนวัดชัยมงคล

“เพราะเมื่ออนาคตบ่งชี้ความเป็นไปได้ให้เด็กพอมองเห็นอยู่ไกล ๆ สิ่งที่เคยคลางแคลงใจจะคลี่คลายออก กลายเป็นความเชื่อมั่นที่ค่อย ๆ เข้ามาแทน โดยสำหรับในมุมมองของการแนะแนว การมีเป้าหมายตั้งต้นและการรู้จักตัวเอง ถือเป็น ‘เส้นบอกทาง’ ที่สำคัญที่สุด ทั้งต่อตัวเด็ก หรือต่อการทำงานของครู ในการพาศักยภาพของเด็กไปต่อได้ถูกทาง Future You จึงถือว่าเป็น ‘ผู้ช่วย’ แบ่งเบางานครูแนะแนว ที่จะทำให้ครูรู้จักนักเรียนและสามารถวิเคราะห์เพื่อออกแบบการดูแลสนับสนุนเด็กเป็นรายคนได้ดีขึ้น”