กสศ. ร่วมกับ สคช. ลงนาม MOU ยกระดับพัฒนากำลังคนผ่านระบบ EWE Platform และคุณวุฒิวิชาชีพ มุ่งพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

กสศ. ร่วมกับ สคช. ลงนาม MOU ยกระดับพัฒนากำลังคนผ่านระบบ EWE Platform และคุณวุฒิวิชาชีพ มุ่งพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. เพื่อร่วมกันบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนากำลังคน ผ่านระบบคุณวุฒิวิชาชีพและระบบ E-Workforce Ecosystem (EWE Platform) ณ ลานอเนกประสงค์ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก โดยมี นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และ นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวอย่างเป็นทางการ 

จุลลดา มีจุล

นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการ สคช. กล่าวว่า MOU ในวันนี้ จะนำไปสู่การเชื่อมโยงมากกว่าเดิม โดยเฉพาะในระบบ EWE Platform ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ได้รับทุนจาก กสศ. ให้มองเห็นเส้นทางอาชีพ (Career Path) ที่มั่นคงเมื่อเติบโตขึ้น กลุ่มเป้าหมายเร่งด่วน คือ กลุ่มเยาวชนอายุ 17–18 ปี ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาภาคปกติ และไม่ประสงค์จะกลับเข้าสู่รั้วโรงเรียน  โดยจะใช้กลไกของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เข้ามารับช่วงต่อเพื่อส่งเสริมและต่อยอดทางอาชีพให้แก่เยาวชนกลุ่มนี้โดยตรง  

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง สคช. และ กสศ. เคยสร้างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมมาแล้วจากโมเดลอาชีพ “ผู้ดูแลผู้สูงอายุ” ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า มีเยาวชนที่เคยได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เข้าศึกษาต่อกับหน่วยงานฝึกอบรม (Training Provider) ของ สคช. จนสำเร็จการศึกษา โดยผู้เรียนได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพในอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ ระดับ 4 และ ระดับ 5  ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่ตลาดกำลังต้องการสูงและได้รับค่าตอบแทนที่ดีมาก

“สคช. เชื่อมั่นว่าข้อค้นพบและโมเดลความสำเร็จที่เคยร่วมงานกับ กสศ. จะสามารถนำไปขยายผลเพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนคนอื่น ๆ ได้อีกเป็นจำนวนมาก และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้ ซึ่งมุ่งหวังตอบโจทย์การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม จะเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้คนไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง พร้อมยกระดับตัวชี้วัด (Indicator) ด้านการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพของประชากรในประเทศไทยให้สูงขึ้นตามมาตรฐานสากล

“โดยในส่วนของขอบเขตความร่วมมือ สคช. จะทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลบนแพลตฟอร์ม EWE Platform ส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Training) ตลอดจนพัฒนาแนวทางการสะสมสมรรถนะการเรียนรู้ (Competency Credit Bank) และระบบสะสมหน่วยกิต (Credit bank) เพื่อเชื่อมโยงคุณวุฒิวิชาชีพกับคุณวุฒิทางการศึกษา” ผู้อำนวยการ สคช. กล่าว

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า กสศ. จะสนับสนุนด้านข้อมูล และองค์ความรู้ทางวิชาการเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ร่วมถอดบทเรียนเพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย พร้อมทั้งสนับสนุนการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มบริหารจัดการข้อมูลของเด็กและเยาวชนเข้ากับระบบ EWE Platform และส่งเสริมให้องค์กรต่าง ๆ ได้รับการรับรองเป็นองค์กรฝึกอบรมหรือองค์กรรับรองสมรรถนะบุคคล 

ดร.ไกรยส กล่าวอีกว่า ทั้งสององค์กรได้ร่วมทำงานกันมาแล้วระยะหนึ่ง จนเห็นภาพความเชื่อมโยงที่ชัดเจน และเชื่อมั่นว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์อนาคตของเด็กไทยอย่างแท้จริง และจะสามารถสานฝันให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลจำนวนมากที่มีความใฝ่ฝันอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ต้องการโอกาสในการเรียนรู้เพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว คุณวุฒิวิชาชีพจะเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของพวกเขาให้นำความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดตัวเองได้ในอนาคต

“ความร่วมมือครั้งนี้ จะปลดล็อกข้อจำกัดข้อมูลภายใต้กฎหมาย PDPA โดยการพัฒนาคนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคนี้ จำเป็นต้องใช้การบริหารจัดการข้อมูล ปัจจุบันมีข้อจำกัดทางกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ค่อนข้างเข้มงวด MOU ฉบับนี้ จึงทำขึ้นเพื่อตกลงรายละเอียดในการส่งต่อข้อมูลอย่างถูกต้อง ช่วยให้การส่งต่อโอกาสและอนาคตของเด็กทำได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนระบบ E-Workforce Ecosystem และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดย กสศ. จะเชื่อมโยงแพลตฟอร์มข้อมูลเยาวชนเข้ากับระบบ E-Workforce Ecosystem ของ สคช. เพื่อสร้างรูปแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) นอกรั้วโรงเรียน เปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาตนเองและได้รับใบรับรองวุฒิตามศักยภาพจริง 

“โดยการรับรองคุณวุฒินี้ จะช่วยเปลี่ยนชีวิตเด็ก ครอบครัว และขับเคลื่อนประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการ ถอดบทเรียนเพื่อผลักดันนโยบาย ที่ส่งเสริมให้องค์กรต่าง ๆ ได้รับการรับรองเป็นหน่วยฝึกอบรม เพื่อพาประเทศไทยออกจากกับดักความยากจนและกับดักรายได้ปานกลาง” ผู้จัดการ กสศ. กล่าว