เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือฉบับใหม่ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคด้านความเสมอภาคทางการศึกษา และสนับสนุนแนวทางเชิงนวัตกรรมเพื่อลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่ร่วมมือ
สำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ และสำนักงานเพื่อการประสานงานสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก (ยูเนสโก กรุงเทพฯ) เป็นผู้ลงนามในข้อตกลงใหม่นี้ สำหรับการดำเนินงาน “การสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายกลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในภูมิภาคอาเซียนพลัสบนฐานองค์ความรู้เชิงปฏิบัติสู่การขับเคลื่อนนโยบาย” ข้อตกลงนี้มีระยะเวลา 2 ปีและจะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับภูมิภาค การพัฒนานโยบาย และกลไกนวัตกรรมทางการเงินเพื่อส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมทุกกลุ่ม


“ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตรนี้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ยูเนสโกและ กสศ. มีร่วมกันในการสร้างหลักประกันว่าผู้เรียนทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบางมากที่สุดจะเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเสมอภาคและทั่วถึง” นางสาวซูฮย็อน คิม ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาค ยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าว “ทั่วเอเชียและแปซิฟิก เด็กและเยาวชนหลายล้านคนยังคงเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาอันเนื่องมาจากความยากจน การพลัดถิ่น ความเหลื่อมล้ำ และปัจจัยรูปแบบอื่น ๆ ดังนั้น การมีความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เข้มแข็งกว่าเดิม แนวทางนวัตกรรมการเงิน และเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น จะช่วยให้ประเทศต่าง ๆ สร้างระบบการศึกษาที่ครอบคลุมทุกคนและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันลงมือทำเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เสมอภาคทางการศึกษาทั่วภูมิภาค “ประสบการณ์ของไทยแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างความเสมอภาคและประสบการณ์สะท้อนให้เห็นว่า การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่เข้มแข็ง แนวทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ตลอดจนการลงทุนอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้เรียน” ดร.ไกรยสกล่าว “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กสศ. ได้ทำงานร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนในการสร้างระบบนิเวศทางการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กและเยาวชนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สามารถเข้าถึงการดูแลช่วยเหลือ และเชื่อมต่อโอกาสการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการขับเคลื่อนตามแนวทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและนโยบาย Thailand Zero Dropout Plus (การยกระดับการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์) ดังนั้นความร่วมมือกับยูเนสโกในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดการเรียนรู้และการทำงานระดับภูมิภาค รวมถึงร่วมพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนในภูมิภาคอาเซียนพลัส (ASEAN+)”
ความร่วมมือครั้งนี้จะมุ่งส่งเสริมระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ควบคู่กับการส่งเสริมกลไกนวัตกรรมทางการเงินเพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาคมากยิ่งขึ้น กิจกรรมสำคัญภายใต้ความร่วมมือนี้ ได้แก่ การจัดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 การจัดงานประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับภูมิภาคอาเซียน+4 ที่นครโฮจิมินห์ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2569 และการพัฒนาชุดคู่มือสำหรับภูมิภาคอาเซียนพลัสว่าด้วยการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมทุกกลุ่ม
ข้อตกลงนี้ต่อยอดจากความร่วมมือยาวนานระหว่างยูเนสโกกับ กสศ. ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 นับแต่นั้นมา ยูเนสโกกับ กสศ. ได้ร่วมมือกันสนับสนุนความคิดริเริ่มด้านความเสมอภาคทางการศึกษาทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ เช่น การจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equitable Education Alliance – EEA) อันเป็นชุมชนระดับภูมิภาคของผู้ปฏิบัติงานในด้านนี้จาก 34 องค์กรทั่วเอเชียและแปซิฟิก และอยู่ภายใต้เครือข่ายการเรียนรู้และการศึกษา 2030+ (Learning and Education 2030+ Network) ซึ่งเป็นกลไกการประสานงาน SDG4 ในเอเชียและแปซิฟิก

ความคิดริเริ่มร่วมกันภายใต้ความร่วมมือนี้ได้เข้าถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านการศึกษามากกว่า 650,000 คนทั่วภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกผ่านพื้นที่การแบ่งปันองค์ความรู้ในระดับภูมิภาค การร่วมมือกันนี้ยังได้ส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนานโยบายเกี่ยวกับเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการจ้างงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม (Not in Employment, Education or Training – NEET) กำหนดเค้าโครงยุทธศาสตร์การเรียนรู้แบบยืดหยุ่น และแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิผลในการสนับสนุนกลุ่มผู้เรียนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในภูมิภาค
ในการลงนามข้อตกลงใหม่นี้ ยูเนสโกและกสศ. ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นที่มีร่วมกันในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 และการเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อให้ผู้เรียนทุกคนทั่วเอเชียและแปซิฟิกเข้าถึงโอกาสการศึกษาที่มีคุณภาพ เสมอภาค และครอบคลุมทุกกลุ่ม
เกี่ยวกับยูเนสโก
องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีประเทศสมาชิก 194 ประเทศ มีส่วนสนับสนุนสันติภาพและความมั่นคงโดยเป็นผู้นำความร่วมมือพหุภาคีด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การสื่อสารและสารสนเทศ ยูเนสโกมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส มีสำนักงานสาขาใน 54 ประเทศ และมีพนักงานมากกว่า 2,300 คน ยูเนสโกกำกับดูแลแหล่งมรดกโลก พื้นที่สงวนชีวมณฑล และอุทยานธรณีโลกมากกว่า 2,000 แห่ง และกำกับดูแลเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ เมืองแห่งการเรียนรู้ และเมืองแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน นอกจากนี้ ยังกำกับดูแลโรงเรียนภายใต้โครงการการศึกษาเพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างชาติ เครือข่าย UNESCO Chair ในมหาวิทยาลัย และสถาบันฝึกอบรมและวิจัย รวมกว่า 13,000 แห่งโดยอาศัยเครือข่ายของคณะกรรมการแห่งชาติ 200 คณะทั่วโลก ผู้อำนวยการใหญ่ของยูเนสโกคือ คาเล็ด เอล-เอนานี
“สงครามเริ่มที่จิตใจของมนุษย์ฉันใด ความหวงแหนสันติภาพก็ต้องสร้างที่จิตใจของมนุษย์ฉันนั้น” – ธรรมนูญยูเนสโก พ.ศ. 2488
ข้อมูลเพิ่มเติม : www.unesco.org
เกี่ยวกับ กสศ.
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2561 เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นหน่วยงานในกำกับของฝ่ายบริหารภายใต้การดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยมีพันธกิจในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและเสมอภาคสำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบาง กสศ. ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา ชุมชน ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย นวัตกรรมทางการศึกษา แนวทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และการใช้ข้อมูลเพื่อช่วยให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเสมอภาค
ข้อมูลเพิ่มเติม: www.eef.or.th