กลุ่ม New Normal สร้างสรรค์ผลงานเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษา

โดย : กสศ.

ขึ้นชื่อว่า “คนรุ่นใหม่” จัดได้ว่าเป็นอีกเจนเนอเรชั่นที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับแนวความคิดแปลกแหวกแนว เป็นวัยที่มีพลังกระทำหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อก่อประโยชน์ต่อสังคมชนิดที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง ดังเช่น กลุ่มน้องๆ นักเรียนชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดีวิเทศน์ศึกษา รวมตัวกันได้ราว 10 คน ในชื่อ  NN  หรือย่อมาจาก  “New Normal

เริ่มจาก เศวตพัชร์ อำพันยุทธ์ หรือ บอส” หัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ในการระดมเพื่อนๆ  ตั้งแต่ ภูวินทร์  ตั้งศักดิ์ยืน ซึ่งมีผลงานการแสดงละครจอแก้ว และซีรีย์หลายเรื่องรวมถึงผลงานล่าสุดจากเรื่อง GIFTED  ธีร์  รงควิลิต หรือ “เบอร์ดี้”  หนุ่มนักเรียนนอก จากวอชิงตันดีซี  สหรัฐอเมริกา และยังมีเพื่อนๆ ที่ทุ่มเทงานเพื่อสังคมครั้งนี้ ตั้งแต่ ณญาดา สรวงศารัตน์, ปิ่นไวทย์ สุขกิจประเสริฐ, มนัสนันท์ คงเกิดลาภ, วงศธร อ่อนรักษา และสิทธิณี ลีลาพิลาส

แน่นอนการตั้งชื่อกลุ่มว่า “New Normal” พอคาดเดาออกว่ามีต้นสายปลายเหตุ มาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19  ที่ส่งผลกระทบเชิงสังคม เศรษฐกิจ คนตกงาน ครอบครัวไม่มีรายได้ซึ่งหนีไม่พ้นลุกลามมาถึงบรรดาเด็กนักเรียนที่อาจต้องออกจากระบบการศึกษา

“กลุ่ม New Normal”   จึงระดมไอเดียเพื่อช่วยเหลือน้องๆ

เศวตพัชร์ หรือ “บอส” เริ่มต้นเล่าโปรเจคต์คนรุ่นใหม่ให้เราฟังว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ร่วมกันคิดกับเพื่อนๆว่าจะทำโครงการเพื่อสังคมจนมาได้ข้อสรุปร่วมกันผลิตหน้ากากผ้าและสเปย์แอลกอฮอล์นำไปจำหน่าย โดยนำรายได้บริจาคให้องค์กรทางการกุศล

ตอนที่รัฐบาลประกาศให้ทุกคนกักตัวอยู่ในบ้าน ส่งผลถึงนักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนได้ตามปกติ ต้องหยุดยาวหลายวัน มีการปรับเปลี่ยนให้เรียนออนไลน์ คนที่มีความพร้อมได้เปรียบเรียนทางออนไลน์ แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีเหมือนเรา ผมจึงอยากช่วยในสิ่งที่สามารถทำได้ และเราก็มีความสุขที่ได้ช่วย

บอส เล่าถึงสาเหตุที่ติดต่อมายังสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)  เพื่อขอนำรายได้จากการจำหน่ายหน้ากากผ้าและสเปย์แอลกอฮอล์บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา

ขณะที่ภูวินทร์  ตั้งศักดิ์ยืน  นิสิตใหม่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในทีม NN กล่าวเสริมว่า “ช่วง COVID-19  แพร่ระบาดใหม่ๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคม มีคนตกงาน น้องๆ นักเรียนก็ต้องปิดเทอมยาว ไม่รู้ว่าจะได้เริ่มเรียนกันเมื่อไหร่ และจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ทำให้พวกเราคุยกันว่าควรทำอะไรสักอย่างให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ”

หลังจากได้ไอเดีย ก็มีการมอบหมายหน้าที่ตามความถนัด เพราะในกลุ่มเพื่อนมีความสามารถในการออกแบบดีไซน์ การประสานงานทางการตลาด

ธีร์  รงควิลิต หรือ “เบอร์ดี้” ผู้ทำหน้าที่ดีไซน์เนอร์ โดยตั้งใจที่จะออกแบบหน้ากากให้แตกต่างจากที่มีจำหน่ายทั่วไป จึงได้รูปแบบหน้ากากผ้าสามมิติที่พอเหมาะกับใบหน้า สามารถปรับสายคล้องได้อย่างสะดวก พร้อมกับสเปย์แอลกอฮอล์มีสมุนไพรบำรุงผิวเป็นส่วนประกอบ บรรจุในกล่องพลาสติกขนาดเล็กเหมาะต่อการพกพา ซึ่งถือได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ในช่วงที่มีการผลิตสเปย์แอลกอฮอล์ เพราะมีการไปจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ NN ไว้ด้วย

ความโดดเด่นของหน้ากากผ้าวาดด้วยลายเส้นสีสรรค์ฉูดฉาด โดยมีเนื้อหาบ่งบอกถึงการใช้ชีวิตของผู้คนบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมกับ เขียนข้อความเพื่อเป็นการย้ำเตือนให้รักษาระยะห่างปลอดจาก COVID-19 ด้วยรูปลักษณ์ของหน้ากากผ้า และสเปย์แอลกอฮอล์  สร้างความสะดุดตาผู้คนทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะตรงใจกลุ่มวัยรุ่นหลายคน ทำให้สินค้าของ “กลุ่ม NN ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

“ส่วนหนึ่ง เราทำโครงการนี้เพราะตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้คน เราไม่ได้เก็งกำไรเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เราคิดกันว่าจะนำเงินบริจาคมอบให้องค์กรทางการกุศล คราวนี้มาร่วมกันนั่งดูว่าแล้วจะบริจาคที่ไหนดี เดิมจะไปบริจาคที่สถานพยาบาล แต่พบว่ามีผู้บริจาคเยอะแล้ว เราจึงมาดูที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ว่ามีผลงานการช่วยเหลือเด็กนักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้ด้อยโอกาส  ซึ่งพบว่า ตรงอุดมคติเรา จึงตัดสินใจนำเงินตรงนั้นมาบริจาคกับ กสศ.” ภูวินทร์ กล่าว

เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานจนประสบความสำเร็จ  ต้องยกให้กับครอบครัวของน้องๆ ในกลุ่มที่คอยทำหน้าที่ให้คำปรึกษา “คุณพ่อคุณแม่มีส่วนช่วยครับ ท่านสนับสนุนในเรื่องการลงทุนแต่เราต้องคืน ท่านจะสอบถามจะใช้วัสดุที่ไหน นอกจากนี้ช่วยดูแหล่งจำหน่าย เพราะเราเป็นเด็กมัธยม เวลาไปคุยกับคนทำงานอำนาจการพูดคุยจะแตกต่าง คุณพ่อคุณแม่จึงแนะนำวิธีการเสนองานไปจำหน่ายตามร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งแหล่งค้าขายออนไลน์ อะไรที่ควรพูดไม่ควรพูดสื่อสารออกไปได้ชัดเจน” ภูวินทร์ กล่าวเสริม

อย่างไรก็ดี “เบอร์ดี้” กระซิบกับเราว่า กำลังออกแบบสินค้าใหม่เพื่อจำหน่าย โดยตั้งเป้าหมายว่าสิ้นปีนี้ จะนำไปช่วยเหลือน้องๆ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในต่างจังหวัดที่ประสบปัญหาอยู่ใกล้ฟาร์มสุกร ฟาร์มไก่ มีแมลง คอยรบกวนเวลาเรียนหนังสือ จึงจะนำรายได้ทั้งหมดไปสร้างมุ้งลวดให้โรงเรียนต่างจังหวัด

น้องๆ กลุ่ม NN ทำให้เราเห็นว่า ทุกคนสามารถเป็นพลังในการสร้างสรรค์ทำให้เกิดสิ่งดีๆ ในสังคมได้ และทำให้เราเชื่อว่ายังมีเยาวชนอีกจำนวนมากที่มีพลังในการสร้างสรรค์ ยื่นมือให้ความช่วยเหลือน้องๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา

Back To Top