วัตถุดิบจากในชุมชนและปลอดสารพิษ เพื่อการพัฒนายั่งยืน

จากเกษตรกรที่เคยหาเลี้ยงชีพด้วยการปลูกพริกและผักขาย​ ​แต่การต้องพึ่งพาสารเคมี บางครั้งผลผลิตที่ออกมาก็ขายได้ ไม่คุ้มกับต้นทุนที่ลงไป  กลายเป็นการลงแรงที่สูญเปล่ามีแต่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาใช้จ่าย

มาวันนี้  ป้าอี๊ด-สุภาพร สระทองขาว ​เริ่มต้นบุกเบิกธุรกิจเล็กๆ ​ขายชาสมุนไพร กล้วยกระจก และน้ำพริกสมุนไพรคั่วกล้วย ที่ทำให้มีรายได้ไว้ใช้จ่ายในครอบครัว​มากกว่าเดิม จนสามารถนำไปทยอยใช้หนี้ในอดีตได้แล้ว

จุดเปลี่ยนทั้งหมด​มาจากเรียนรู้จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยพอใจในวิถีพอเพียงจังหวัดกาญจนบุรี ของสถานธรรมไท่ซิวเอี่ยน 1 ใน 74 โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

นอกจากเป้าหมายเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งเผชิญกับความยากลำบากในฐานะทางเศรษฐกิจ อีกด้านหนึ่งยังส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมโครงการลดละเลิกการใช้สารเคมี นำพืชผักผลไม้ที่มีอยู่ในบ้านไปแปรรูปสร้างมูลค่า และหาช่องทางจัดจำหน่าย ผ่านการอบรมทักษะจากปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่

 

น้ำพริกสมุนไพรคั่วกล้วย สินค้าขายดีสูตรเด็ดป้าอี๊ด

ป้าอี๊ด เล่าให้ฟังว่า วิทยากรจะมาสอบถามว่าเราอยากทำอะไรซึ่งเดิมชอบทำอาหารเคยทำน้ำพริกอยู่บ้างแต่ทำตามใจชอบ ไม่ได้มีสูตร วิทยากรก็จะมาช่วยสอนสูตรออกมาให้ได้มาตรฐาน อย่างผลิตภัณฑ์ “น้ำพริกสมุนไพรคั่วกล้วย” ก็มาจากที่เราทำ “กล้วยกระจก” และมีกล้วยชิ้นเล็กๆ ที่ขนาดไม่ได้มาตรฐานเราก็เอามาป่นผสมไปในน้ำพริกสมุนไพร โดยดัดแปลงจาก​น้ำพริกปลาดุกฟู

พอเริ่มนำ “น้ำพริกสมุนไพรคั่วกล้วย” ไปวางขายคนก็ชอบ และสั่งซื้อมาเรื่อยๆ ถึงตอนนี้  โดยเฉพาะคนที่ทานมังสวิรัติ ก็จะนิยมสั่งมา โดยจะฝากวางขายที่ร้านค้าและขายออนไลน์ ซึ่งมีคนติดต่อเข้ามาทั้งสองช่องทาง

ส่วนชาสมุนไพรก็จะขายดี มีทั้งชาไมยราบ ที่ช่วยฆ่าเชื้อ แก้ปัญหาเรื่องกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และชาอัญชัน ที่ช่วยเรื่องคอเลสเตอรอลและบำรุงสายตา ชาใบหม่อนที่มีสรรพคุณช่วยเรื่องเบาหวาน และไขมัน   

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจะเน้นเรื่องสมุนไพรที่ปลูกแบบปลอดสารพิษ​ซึ่งแต่เดิมเคยปลูกพริก ปลูกผัก ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นปลูกสมุนไพร เพราะจะได้ควบคุมคุณภาพได้สมุนไพรที่ปลอดสารพิษจริงๆ รายได้ก็มากกว่าเดิม สุขภาพก็ดีกว่าเดิม

 

อาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้และคุณค่าให้ตัวเอง

ไม่ต่างจาก “สุวรรณา ยิ้มศรีแพร” หรือ “พี่ไก่” ที่เคยรับจ้างตัดผักส่งตลาด มีรายได้ไม่แน่นอน แถมยังต้องเสี่ยงกับการสัมผัสสารพิษในแต่ละวัน ซี่งตอนนี้กำลังบุกเบิกธุรกิจของตัวเองด้วยการทำน้ำยาล้างจานจากธรรมชาติ แชมพูสระผม ครีมนวดผมพืชสมุนไพร และปลูกต้นอ่อนทานตะวันปลอดสารพิษ​

“พี่ไก่” ยื​นยันว่า ​ได้รับโอกาสในชีวิตมากขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการ โดยก่อนหน้านี้เธอต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สิน และเสี่ยงต่อสุขภาพที่ต้องสัมผัสสารเคมีในแปลงผัก ซึ่งทักษะและองค์ความรู้ที่ได้รับ ทำให้เกิดประโยชน์กับตัวเธอมากมาย มีรายได้เข้ามาเดือนละ 2,500 บาท

“เมื่อก่อนเราเหมือนกบในกะลา แต่กะลาได้ถูกเปิดแล้วให้เราได้มองโลกกว้างออกไป ได้รับการอบรมฝึกทักษะจากการเรียนรู้ในโครงการของกสศ.นี้  ชีวิตดีขึ้นจากเดิมที่เลี้ยงหลานอยู่บ้านก็มีอาชีพเสริม มีรายได้เข้ามาช่วยค่าใช้จ่ายในครัวเรือน  เรารู้สึกถึงความมีคุณค่ามากขึ้น” ผู้เข้าร่วมโครงการระบุ

 

 วัตถุดิบจากในชุมชนและปลอดสารพิษ เพื่อการพัฒนายั่งยืน

พาฝัน ไพรเกษตร ผู้ประสานงานโครงการระบุว่า ​ชีวิตของผู้เข้าร่วมโครงการ เขาจะมีแนวทาง หนทางมากขึ้น บางคนที่ไม่มีอาชีพ หรือมีอาชีพที่เสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาวต้องสัมผัสสารเคมีต่างๆ ได้มองเห็นลู่ทางในการทำมาหากิน โดยใช้ทรัพยากรที่มีในชุมชน ขายเองที่บ้าน เพื่อนบ้านก็มาซื้อ ที่สำคัญคือเอาไว้ใช้เองก็ลดค่าใช้จ่ายได้

​โดยทั้งหมดจะเน้นไปเรื่องผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษ การสอนทำปุ๋ยอินทรีย์ จุลินทรีย์ที่ใช้ในการเกษตร การแปรรูปและผลิตน้ำยาเอนกประสงค์ต่างๆ เพื่อใช้ในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็น น้ำยาล้างจาน จากมะกรูด และมะนาวปลอดสารพิษ แชมพู ครีมนวดผม จาก อัญชัญ สับปะรด ว่านหางจระเข้ ใบย่านาง และสบู่เหลวจากมะขามเปียก

รวมไปถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผลไม้ในบ้านเรือน ทั้ง กล้วยกวน มะม่วงกวน และชาสมุนไพรธรรมชาติปลอดสารพิษต่างๆ เช่น อัญชัญอบแห้ง ถั่วดาวอินคา ใบหม่อน ชาไมยราบ

โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้ มีทั้งเก็บไว้รับประทานเอง เผื่อแผ่เพื่อนบ้าน และนำไปบรรจุอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ดูมาตรฐานขายใน Facebook จนวันนี้ทางกลุ่มต่อยอดไปถึงการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนที่จะช่วยการการพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

 

ร่วมสร้างโอกาสไปกับ
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
www.eef.or.th/donate/
ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์
เลขที่ : 172-0-30021-6
บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค

Back To Top