‘เมื่อวงหมอลำเปลี่ยนเป็นสถาบันเรียนรู้ชีวิต …ที่มีปลายทางคือวุฒิการศึกษา’ ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ ประธานศูนย์การเรียนปัญญากัลป์

‘เมื่อวงหมอลำเปลี่ยนเป็นสถาบันเรียนรู้ชีวิต …ที่มีปลายทางคือวุฒิการศึกษา’ ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ ประธานศูนย์การเรียนปัญญากัลป์

‘หลักสูตรหมอลำศึกษา’ เปิดฤดูกาลรับสมัครนักเรียนใหม่ปี 2569

  • ผ่าน 12 วงแรก มีน้อง ๆ หมอลำรุ่นใหม่สมัครเรียนทั้งชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายแล้ว 86 คน
  • เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมายจากปีแรก เมื่อโครงการเป็นที่รู้จักมากขึ้น ผ่านพลังสื่อสารปากต่อปากในแวดวงหมอลำ จนได้รับความสนใจจากวงหมอลำทุกคณะ
  • ผู้บริหารวงส่งสัญญาณให้ความสำคัญกับวุฒิการศึกษา ชวนเด็กสมัครเรียนด้วยตัวเอง พร้อมปรับระบบบริหารจัดการภายในวงให้เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยเชื่อว่า ‘การศึกษาคือเครื่องมือเปลี่ยนชีวิต’      
  • หลายวงหมอลำยิ่งชัดเจนกับสถานะการเป็นโรงเรียน เปลี่ยนวิถีทำงานแลกเงิน เป็น ‘สถาบันเรียนรู้ทักษะอาชีพ วิชาการ และทักษะชีวิต’ โดยมีปลายทางคือวุฒิการศึกษา

ทุกวันเมื่อเย็นย่ำมาถึง บรรยากาศหลังเวทีหมอลำจะพลุกพล่านด้วยสมาชิกวง ที่ต่างคนต่างกำลังทำหน้าที่ของตัวเอง เพื่อเตรียมโชว์ให้พร้อม …ตั้งแต่นักร้อง นักดนตรี หางเครื่อง ฝ่ายเทคนิคที่ดูแลแสงสีเสียงและเสื้อผ้าหน้าผม ฝ่ายจัดการเวที จนถึงฝ่ายประสานงานเกี่ยวกับธุรกิจธุรกรรมต่าง ๆ  

“ถ้าไม่อยากพลาดเจอใครสักคน ช่วงนี้คือเวลาดีที่สุดที่เราจะได้พบสมาชิกหมอลำทั้งคณะ”       

‘อาจารย์ใหม่’ ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ ประธานศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ กล่าวถึงการรับสมัครนักเรียนในช่วงใกล้พลบค่ำของวัน ว่าเป็นความตั้งใจของศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ที่จะทำติดต่อกันตลอดทั้งเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อนำโอกาสไปหาน้อง ๆ ให้ได้มากที่สุด สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมาหลังปิดรับสมัครไปแล้ว ยังมีคนที่ประสงค์อยากเรียนอีกเป็นจำนวนมาก      

“ปีนี้ต้องบอกว่าหลักสูตรหมอลำศึกษาเป็นที่สนใจมากขึ้น วัดจากช่วงเวลาเดียวกันที่มีเด็กสมัครมากกว่าเดิมเกือบสิบเท่า และเราเองไม่ต้องแนะนำตัวหลักสูตรหรือรูปแบบการเรียนมากเท่าปีก่อน แล้วมันมีปรากฎการณ์เล็ก ๆ เกิดขึ้น คือมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาที่หาทางไปไม่ได้ส่วนหนึ่งเลือกมาอยู่วงหมอลำ เพราะมองว่างานสนุก มีรายได้ และบางคนในกลุ่มนี้ยังเห็นว่าเป็นโอกาสจะได้เรียนเพื่อวุฒิการศึกษาด้วย”

อาจารย์ใหม่บอกว่าเด็ก ๆ ที่เข้ามาอยู่ในวงหมอลำมีอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป วัยนี้คือช่วงค้นหาตัวตน ลองผิดลองถูก หรือบางคนก็ออกจากโรงเรียนมาทำงานหาเงินช่วยทางบ้าน มีประสบการณ์ทำงานอื่น ๆ มาก่อน เช่นงานรับจ้าง หรือเป็นแรงงานในไซต์งานก่อสร้าง ซึ่งทั้งหนัก กินเวลามาก และยังอาจเผชิญความเสี่ยงจากหลายด้าน สำหรับคนที่เป็นเพียงเยาวชน

“การอยู่ในวงหมอลำจึงเป็นทั้งงานเลี้ยงชีพ และการค้นพบพื้นที่ปลอดภัยสบายใจในสังคมเล็ก ๆ ที่เด็กไม่รู้สึกว่าถูกตัดสิน ไม่เสี่ยงภัยอันตรายจากอุบัติเหตุ หรือจากความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ คนที่เข้ามาส่วนใหญ่จึงเลือกยึดเป็นอาชีพระยะยาว แต่จะมีการโยกย้ายข้ามจากวงหนึ่งไปอีกวง เป็นการเลื่อนไหลในมิติของทักษะอาชีพ รายได้ ตัวงาน หรือบ้างก็ขึ้นอยู่บนฐานของความสบายใจ”

ปัจจัยดังกล่าวนี้เอง ที่ส่งเสริมให้ ‘วงหมอลำเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการจัดการศึกษา’ เพราะเด็กมักอยู่ติดที่ มีกิจวัตรประจำวันค่อนข้างตายตัว และมีช่องว่างของเวลา ทั้งระหว่างวันและช่วงพักวงประจำปี         

ประธานศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ตั้งข้อสังเกตถึงความต่างของเด็กที่สมัครเรียนปีนี้กับปีก่อนว่า ที่ชัดเจนในรุ่นแรก คือเด็กที่สมัครเรียนจะหลงใหลในหมอลำอยู่แล้วเป็นทุนเดิม พวกเขามีเป้าหมาย มีความฝัน อยากประสบความสำเร็จในอาชีพ และทั้ง 100% คือคนมีวุฒิ ม.3 อยู่แล้ว ขณะที่ปีนี้ก็อย่างที่บอกว่าเด็กส่วนหนึ่งคือคนที่มาอยู่ในวงหมอลำเพราะมีความสุข รู้สึกปลอดภัย ข้อมูลสำคัญของปีนี้คือเด็กที่สมัครเรียนมีช่วงอายุน้อยลง (14-16) และส่วนใหญ่ออกจากโรงเรียนตั้งแต่ยังไม่จบ ม.ต้น บางวงมีสมาชิกราว 30% จบการศึกษาต่ำกว่าชั้น ม.3

“อีกเรื่องที่น่าสนใจของปีนี้ คือเราพบว่าผู้บริหารจำนวนหนึ่งแสดงความตื่นตัวเรื่องการศึกษาของเด็ก มีการเชิญทีมงานจากศูนย์การเรียนเข้าไปหารือ เปิดโอกาสให้คุยกับเด็ก ๆ ทีละคน เพราะเขามีวิสัยทัศน์เรื่อง ‘การศึกษาคือเครื่องมือเปลี่ยนชีวิต’ ที่ตกผลึกผ่านประสบการณ์ตรง จากที่เคยเป็นเด็กที่ขาดโอกาสมาก่อน บางคนเล่าให้ฟังว่าพอเริ่มตั้งตัวได้จากการทำวงหมอลำ ก็ตัดสินใจกลับไปเรียนจนจบปริญญาตรี ทั้งที่อายุเข้าวัยเลขสามแล้ว”    

ประเด็นดังกล่าวยังสนับสนุนเรื่องที่ว่า หลาย ๆ วงหมอลำกำลังเปลี่ยนพื้นที่ทำมาหากินเป็น ‘พื้นที่เรียนรู้’ สำหรับเด็ก ๆ …ดังที่อาจารย์ใหม่เล่าว่า “มีผู้จัดการวงที่ทักมาบอกว่า เคยร่วมอบรมเรื่องครูนอกระบบการศึกษากับเรา และตอนนี้ตั้งใจจะเปิดพื้นที่ในวงหมอลำให้เด็กเรียนรู้และได้รับวุฒิการศึกษา พอเจอหลักสูตรหมอลำศึกษา เลยไปพาเด็กที่ไม่มีวุฒิ ม.3 หรือ ม.6 ทั้งวงมาสมัครเรียนหมด ไม่ว่าใครทำตำแหน่งอะไรก็ตาม จนตอนนี้บรรยากาศในวงกลายเป็นเด็ก ๆ ได้ทำงานไปด้วย และช่วยกันเรียนหนังสือไปด้วย”

อาจารย์ใหม่พูดถึงความรู้สึกของน้อง ๆ ตอนมาสมัครเรียน ว่าหลายคนดีใจมากที่จะมีโอกาสได้วุฒิ เพราะในใจยังก้าวข้ามความเสียดายไม่พ้น ที่ตัวเองเรียนไม่จบจากการติด ร มส และไม่มีโอกาสได้กลับไปแก้ หรือบางคนสู้จนเรียนจบแล้ว แต่หาเงินมาจ่ายค่าบำรุงการศึกษาที่ค้างไว้ไม่ไหว จึงไถ่วุฒิออกมาไม่ได้

“ส่วนคนที่หันหลังให้โรงเรียน แล้วทุ่มหมดหน้าตักหวังเอาดีกับอาชีพหมอลำ ด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปินในดวงใจที่บางคนก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เขาก็ตื่นเต้นกันว่าแม้จะเหน็ดเหนื่อยไล่ตามความฝันอยู่ในวงหมอลำ แต่การศึกษาก็ไม่ได้ทอดทิ้งเขา แล้วมันมีทางแล้วที่เขาจะทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกันได้ และประสบความสำเร็จทั้งคู่ ไม่ว่าอาชีพหรือการศึกษา”   

‘คณะหมอลำ’ = ‘สถาบันเรียนรู้ทักษะอาชีพ วิชาการ และทักษะชีวิต’

หนึ่งปีเต็มของหลักสูตรหมอลำศึกษา ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์พบว่า โดย ‘วิถีของวงดนตรีหมอลำ’ นั้น จะมีธรรมชาติของความเป็นโรงเรียนหรือสถาบันอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ที่เข้ามา พวกเขา ‘ไม่เพียงเอาแรงงานมาแลกเงิน’ แต่ในโชว์ทุกคืนที่สมาชิกวงร่วมกันสร้างสรรค์ ล้วนคือเส้นทางการเติบโตอย่างเป็นอัตโนมัติ ของการเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิต ศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา หรืองานช่างงานฝีมือซึ่งคือการสั่งสมทักษะเฉพาะทาง และสิ่งเหล่านี้คือ ‘ขุมทรัพย์วิชา’ ที่ถอดเป็นบทเรียนได้ไม่รู้จบ

หลักสูตรหมอลำศึกษาในก้าวถัดไป จึงมุ่งเติมเต็มให้สถานะความเป็นโรงเรียนแข็งแรงขึ้น ที่ชัดเจนคือการพาผู้เรียนไปสู่วุฒิการศึกษา ทั้งมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมถึงส่งเสริมโอกาสเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อความก้าวหน้าในชีวิต    

“สัญญาณที่ดีมาก ๆ คือพอปีนี้เรารู้ว่าผู้บริหารวงส่วนใหญ่เห็นความสำคัญ ก็ยิ่งง่ายขึ้นที่วงหมอลำวงหนึ่ง จะกลายเป็นพื้นที่ผลักดันเด็ก ๆ ให้จบการศึกษาได้มากขึ้น อีกส่วนหนึ่งคือทางศูนย์การเรียน ฯ จะพยายามลดทอนขั้นตอนซับซ้อนของการศึกษาลง เพื่อให้เด็กสมัครแล้วเข้าสู่ระบบการเรียนได้ทันที ทั้งจากทางออนไลน์ ใบงาน และทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกันง่ายและสะดวกที่สุด เพื่อให้เด็กโฟกัสการเรียนและทำงานได้ไม่สะดุด       

“หลายวงตอนนี้กลายเป็นผู้บริหารเอาใจใส่เด็ก ๆ มาก มีการตั้งผู้จัดการวงเป็นครูประจำกลุ่มคอยติดตามและแนะแนวเรื่องการศึกษา เขาจะรู้ว่าในวงมีเด็กเรียนกี่คน ม.ต้นกี่คน ม.ปลายกี่คน หรือใครเข้ามาใหม่ในวงแล้วไม่มีวุฒิ ก็จะคุยกันว่าการเรียนกับศูนย์การเรียนจะอยู่ในขอบเขตการทำงาน หรือคือหนึ่งใน Job Description ที่ต้องทำด้วย”   

ด้านหลักสูตรในปีที่สอง ประธานศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ แจกแจงว่า ‘รูปแบบการเรียนรู้’ จะปรับให้สอดคล้องกับลักษณะงานของตำแหน่งต่าง ๆ มากขึ้น โดยจะบูรณาการเนื้อหาวิชาหลักให้กลมกลืนเข้ากับความเป็นหมอลำ และจะมีแผนจัดการเรียนรู้และบันทึกสิ่งที่เด็ก ๆ เรียนรู้เป็นรายสัปดาห์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะอย่างตรงจุด

“เนื้อหาวิชาที่เพิ่มเข้ามา เรามุ่งที่การใช้ชีวิตในโลกปัจจุบัน เช่น ‘การสร้างและบริหารจัดการภาพลักษณ์’ (Personal Branding) ‘การเสื่อสารยุคดิจิทัล’ (Digital Communication) ‘การรู้เท่าทันสื่อ’ (Media Literacy) ‘การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย’ (Social Media Identity) ‘การบริหารอุตสาหกรรมบันเทิง’ (Entertainment Management) หรือสำหรับในสายธุรการ ก็มีวิชา ‘การบริหารจัดการคน’ (Human Resource Management: HRM) ที่จะเป็นประโยชน์โดยตรง ส่วนวิชาที่เป็นเรื่องกลอนรำ จะเน้นเชิญตัวจริงเสียงจริงในวงการหมอลำ คือพ่อครูแม่ครูมาช่วยถ่ายทอดประสบการณ์และแรงบันดาลใจ รวมถึงเป็นผู้ร่วมประเมินผลการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ด้วย”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงปฐมบท ของหลักสูตรหมอลำศึกษา 2569 ที่ ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ และมูลนิธิปัญญากัลป์ ถ่ายทอดผ่านบรรยากาศการลงพื้นที่รับสมัครนักเรียนใหม่

…ส่วนหลังจากนี้ การเรียนรู้ของน้อง ๆ ในวงหมอลำ จะ ‘เฮียนไป ม่วนไป มีรายได้’ กันสักแค่ไหน กสศ. จะนำมารายงานในโอกาสต่อไป