จากเด็กในพื้นที่ห่างไกลที่ได้รับโอกาสทางการศึกษา วันนี้บัณฑิตครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 78 คน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และกำลังเตรียมก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะ ‘ครู’ ที่จะกลับไปทำหน้าที่ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ณ ชุมชนบ้านเกิดของตัวเอง เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ รุ่นต่อไป
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ กรุงเทพมหานคร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ 5 องค์กรความร่วมมือในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ประกอบด้วย กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ “The Next Chapter: ก้าวสู่เส้นทางครูรัก(ษ์)ถิ่น” เพื่อร่วมแสดงความยินดีและเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 78 คน จาก 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ 23 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 25 คน และมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 30 คน
บัณฑิตทั้ง 78 คน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ สาขาการศึกษาปฐมวัย และสาขาการประถมศึกษา โดยกำลังเตรียมเข้ารับการบรรจุในตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลของภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมก้าวสู่บทบาท ‘ครูนักพัฒนาชุมชน’ ที่ไม่เพียงทำหน้าที่จัดการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ แต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาโรงเรียนและชุมชนบ้านเกิดให้เติบโตไปด้วยกัน
ภายในงานมีพิธีมอบประกาศนียบัตรและเข็มสัญลักษณ์ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 เพื่อแสดงความยินดีและเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวจากนักศึกษาทุนสู่การเป็นครูอย่างเต็มตัว โดยมีผู้แทน 6 องค์กรความร่วมมือร่วมแสดงความยินดี ได้แก่ นายศุภโชค สุขมาก ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนากำลังคน ผู้แทนกระทรวง อว. ดร.ธัชกร วงศ์เพ็ง ศึกษาธิการภาค 5 รักษาการตำแหน่งศึกษาธิการภาค 2 ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ นางอัญสุชา พงศ์พัฒนพาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล ผู้แทน ก.ค.ศ. ดร.จักรพรรดิ วะทา และ ผศ.บงกชรัตน์ ล้ำเลิศ ผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. นายนพพร สุวรรณรุจิ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิตพัฒนาครูเพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในระบบนิเวศการเรียนรู้ กสศ. ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. พร้อมด้วยคณาจารย์จากทั้ง 3 มหาวิทยาลัย ผู้บริหาร และคณะทำงานโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น


นายนพพร สุวรรณรุจิ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิตพัฒนาครูเพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในระบบนิเวศการเรียนรู้ กสศ. กล่าวแสดงความยินดีกับบัณฑิตครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 พร้อมฝากข้อคิดถึงเส้นทางวิชาชีพครูที่กำลังจะเริ่มต้นว่า การเป็นครูไม่ได้มีหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสและวางรากฐานอนาคตให้กับลูกศิษย์ โดยเฉพาะครูรัก(ษ์)ถิ่นที่ได้รับการเตรียมความพร้อมให้กลับไปทำงานในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ซึ่งยังต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการศึกษา
นอกจากการทำหน้าที่ครูในห้องเรียนแล้ว สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในชุมชน โดยนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับตลอดระยะเวลาการศึกษาไปช่วยพัฒนาโรงเรียนและท้องถิ่นให้ก้าวหน้าไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยทั้งความมุ่งมั่น ความอดทน และการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายภาคส่วน
“การเดินหน้าสู่ชีวิตบทใหม่นี้ เชื่อว่าครูทุกคนทราบดีว่าเป้าหมายและภารกิจต่าง ๆ ไม่อาจบรรลุได้ในเวลาสั้น ๆ ดังนั้น ครูทุกคนจึงต้องอดทน มุ่งมั่น รักษาอุดมการณ์และเป้าหมายของตัวเองไว้ พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการศึกษาและพัฒนาชุมชน ขอให้คุณครูคนใหม่ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข มีความมั่นคงในชีวิต สามารถเป็นที่พึ่งให้กับลูกศิษย์และชุมชน และเติบโตอย่างภาคภูมิใจบนเส้นทางวิชาชีพครู” นายนพพรกล่าว

เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในระบบนิเวศการเรียนรู้ กสศ.
ขณะที่ นายสุเมธ ควินรัมย์ บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นตัวแทนครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานและผู้มีส่วนร่วมที่มอบโอกาสทางการศึกษาให้กับบัณฑิตทั้ง 78 คน พร้อมสะท้อนว่า สำหรับเด็กจากพื้นที่ห่างไกล การได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องง่าย แม้หลายคนมีความฝันอยากเป็นครู แต่ข้อจำกัดของครอบครัว ทั้งค่าใช้จ่าย การเดินทาง และภาระในการดำรงชีวิต ทำให้บางคนเคยคิดว่าจะต้องหยุดความฝันไว้เพียงเท่านั้น
“ถ้าไม่มีโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นในวันนั้น พวกเราทุกคนคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ เพราะสำหรับเด็ก ม.6 ในพื้นที่ห่างไกล การเรียนต่อของพวกเราไม่ได้ง่ายดายเลย เราต่างพยายามดิ้นรนท่ามกลางความไม่พร้อม ทั้งเรื่องครอบครัว ค่าใช้จ่าย การเดินทาง และความเป็นอยู่ แม้หลายคนจะรู้ว่าตัวเองอยากเป็นครู อยากเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย แต่เมื่อมองถึงข้อจำกัดเหล่านั้น บางคนก็จำเป็นต้องตัดใจจากความฝัน”

นายสุเมธกล่าวว่า การได้เป็นนักศึกษาทุนครูรัก(ษ์)ถิ่นจึงเปรียบเสมือนการได้รับโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ จากวันที่เคยไม่แน่ใจว่าจะได้เรียนต่อหรือไม่ กลับมีผู้คนมากมายยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งคณาจารย์ คณะทำงานโครงการ และคนในชุมชนที่ร่วมกันสนับสนุน ประคับประคอง และให้กำลังใจตลอดระยะเวลา 4 ปี จนทุกคนสามารถเดินมาถึงวันที่สำเร็จการศึกษาได้
สำหรับบัณฑิตทั้ง 78 คน การได้รับประกาศนียบัตรในวันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายของความสำเร็จทางการศึกษา แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบครั้งใหม่ ที่ทุกคนตั้งใจจะนำโอกาสที่ตัวเองได้รับกลับไปส่งต่อให้เด็กและชุมชนบ้านเกิด

สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.
ด้าน ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ระยะที่ 1 มีเป้าหมายผลิตและพัฒนาครูรวม 5 รุ่น จำนวน 1,500 คน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูและยกระดับคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีความต้องการครูซึ่งเข้าใจบริบทของชุมชนและพร้อมทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว 232 คน จาก 7 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเตรียมเข้ารับการบรรจุในตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ใน โรงเรียน 213 แห่ง ครอบคลุม 36 จังหวัด 58 เขตพื้นที่การศึกษา
โรงเรียนปลายทางของครูรัก(ษ์)ถิ่นกระจายอยู่ในพื้นที่ที่มีบริบทและความท้าทายแตกต่างกัน ทั้งพื้นที่ภูเขา ชายแดน พื้นที่เสี่ยงภัย พื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่พิเศษตามประกาศกระทรวงการคลัง โรงเรียนบนเกาะ โรงเรียนในโครงการพระราชดำริ โรงเรียนที่มีนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ โรงเรียนในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งโรงเรียนคุณภาพ และโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่การมีครูคุณภาพและเข้าใจชุมชนสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโอกาสทางการศึกษาของเด็กได้อย่างมีความหมาย
เมื่อรวมกับครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 และ 2 ปัจจุบันมีครูรัก(ษ์)ถิ่นมากกว่า 800 คน ที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังเตรียมเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพครูในโรงเรียนที่มีความต้องการครูทั่วประเทศ สะท้อนความก้าวหน้าของความร่วมมือในการสร้างครูรุ่นใหม่จากคนในพื้นที่ เพื่อกลับไปพัฒนาการศึกษาในชุมชนของตนเอง

ดร.อุดมกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดเส้นทางการผลิตและพัฒนาครูหนึ่งคน ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากความพยายามของนักศึกษาเพียงลำพัง แต่เกิดจากความร่วมมือของหลายฝ่ายที่ช่วยกันสร้างโอกาส ตั้งแต่การค้นหาและคัดเลือกเยาวชนที่มีความตั้งใจอยากเป็นครู การสนับสนุนทุนการศึกษา การพัฒนาความรู้และทักษะวิชาชีพ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนบ้านเกิด
“กสศ. อยากส่งเสียงถึงครูใหม่ทุกคนว่า ไม่มีใครเป็นผู้ยื่นมือออกไปฝ่ายเดียว เพราะความสำเร็จเกิดขึ้นได้เมื่อมีมือหนึ่งยื่นออกไป และมีอีกมือหนึ่งยื่นกลับมา ก่อนจะมีอีกหลายมือเข้ามาช่วยกันประคับประคองให้เด็กคนหนึ่งที่อาจไม่ได้มีความพร้อมตั้งแต่จุดเริ่มต้น สามารถเดินมาถึงวันที่กำลังจะได้กลับไปทำหน้าที่ครูอย่างภาคภูมิใจ”
ดร.อุดมกล่าวทิ้งท้ายว่า กสศ. ขอขอบคุณทุกสถาบันผลิตและพัฒนาครู ตลอดจนหน่วยงานและภาคีที่ร่วมกันสนับสนุนโครงการมาตลอดเส้นทาง พร้อมยืนยันว่า แม้บัณฑิตจะสำเร็จการศึกษาและก้าวเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพแล้ว แต่เครือข่ายครูรัก(ษ์)ถิ่นจะยังคงเชื่อมโยงและสนับสนุนกันต่อไป เพื่อให้ครูทุกคนสามารถทำงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชนได้อย่างเข้มแข็ง โดยมีลูกศิษย์เป็นศูนย์กลาง และภาคภูมิใจกับการเป็นครูที่ไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่ง แต่ยังมีส่วนสร้างอนาคตให้กับชุมชนบ้านเกิดของตัวเอง