“เคยไหมครับ… วันที่เด็กค้นพบบางอย่างที่เขาชอบ แล้วเหมือนมีพลังงานหรือแสงบางอย่างเปล่งประกายออกมา” คำถามชวนคิดจาก ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) บนเวที Alpha Skills Summit & Expo 2026 ในหัวข้อ “Glowing Together: ปลดล็อกศักยภาพเด็กไทยด้วยการค้นหาตัวเอง” ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ท้าทายให้สังคมไทยกลับมาทบทวนนิยามของการเติบโต ในยุคที่เทคโนโลยีหมุนเร็วกว่าหลักสูตร การเติบโตไปด้วยกัน (Growing Together) อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่เป้าหมายใหม่คือการค้นหาแสง (Glowing) หรือวินาทีที่เด็กคนหนึ่งค้นพบตัวเองจนเปล่งประกายจากภายใน ซึ่งสิ่งนี้จะกลายเป็นเข็มทิศนำทางชีวิตพวกเขา ในวันที่ AI กำลังพลิกโฉมนิยามของความสำเร็จ

ทลายระบบสายพาน เมื่อเกรดไม่ใช่มาตรวัดเดียวของชีวิต
ตลอดหลายทศวรรษของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ระบบการศึกษาทั่วโลกถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายสายพานการผลิต ที่มุ่งผลิตกำลังคนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการเรียนเป็นรายวิชา และวัดผลด้วยการจัดอันดับคะแนน แต่ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบอัตโนมัติ (Automation) และหุ่นยนต์ สามารถทำงานซ้ำๆ ได้รวดเร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์ การทำงานแบบเดิมให้เร็วขึ้นจึงไม่ใช่ทักษะที่โลกต้องการอีกต่อไป ดร.ไกรยส ชี้ให้เห็นว่า ระบบการศึกษาต้องหลุดพ้นจากการเป็นเพียงเครื่องมือป้อนคนเข้าตลาดแรงงาน แต่ต้องหันมามุ่งเน้นการสร้าง “ความเป็นมนุษย์” ทักษะที่เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนได้

วิกฤตเด็กเกิดน้อย: ยิ่งน้อยคน ยิ่งต้องทำให้ทุกคนเปล่งแสง
วิกฤตที่น่ากังวล ในปี 2568 คือประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่เพียงราว 410,000 คน สวนทางกับประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นนับล้าน และคาดการณ์ว่าในปี 2569 จำนวนเด็กเกิดใหม่อาจลดต่ำลงไม่ถึง 300,000 คน เมื่อตัวเลขเด็กลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สังคมไทยจึงต้องเปลี่ยนกระบวนการคัดกรองเด็กด้วยไม้บรรทัดเดียว มาเป็นการเจียระไนเด็กทุกคนเสมือนอัญมณีล้ำค่า ระบบการศึกษาต้องเอื้อให้เด็กแต่ละคนค้นพบตัวตนและได้ “เปล่งแสง” ออกมา ซึ่งพันธกิจนี้ไม่อาจสำเร็จได้ด้วยตัวเด็กเอง แต่ต้องอาศัยกลไกการสนับสนุนร่วมกัน ทั้งจากครอบครัว ครู ระบบการศึกษา สังคม และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้

ความสำเร็จไม่ได้สร้างเพียงลำพัง: จุดเริ่มต้นอยู่ที่ผู้มองเห็นศักยภาพ
ดร.ไกรยส ยกตัวอย่างบทเรียนจากนักกีฬาระดับโลกอย่าง อลิซา หลิว (Alysa Liu) นักสเก็ตลีลา และ รอรี่ แม็คอิลรอย (Rory McIlroy) นักกอล์ฟแชมป์เมเจอร์ สะท้อนให้เห็นว่า พรสวรรค์จะเติบโตได้ก็ต่อเมื่อมี “ผู้สนับสนุน” ที่มองเห็น เบื้องหลังความสำเร็จของพวกเขาคือพ่อแม่ที่คอยสังเกตความชอบของเด็ก ยอมรับในจังหวะชีวิตที่มีทั้งช่วงพักและก้าวต่อ รวมถึงการเสียสละการทำงานหนักเพื่อแลกกับการสนับสนุนเส้นทางของเด็กและเยาวชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า ศักยภาพของเด็กจะผลิบานได้อย่างเต็มที่ เมื่อพวกเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เติบโตในแบบที่ตัวเองเป็น

บทบาทครอบครัวที่ต้องเปลี่ยน: จากคนส่งลูกเรียน สู่นักออกแบบการเรียนรู้
ดร.ไกรยส เน้นย้ำ หน้าที่ของครอบครัวไม่ใช่แค่การส่งเด็กไปโรงเรียนให้ทันเวลา แต่คือการสวมบทบาท นักออกแบบการเรียนรู้ (Learning Designer) แม้เด็กจะใช้เวลาในโรงเรียนวันละ 8-10 ชั่วโมง แต่พื้นที่บ้าน กลับกินเวลา 2 ใน 3 ของชีวิต และเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดในการค้นหาตัวตน การเปลี่ยนผ่านนี้เริ่มต้นได้จากการปรับวิธีคิด (Mindset) ของครอบครัว:
- เปลี่ยนมาตรวัดความสำเร็จ: เลิกตั้งคำถามถึงตัวเลขคะแนนสอบ แต่หันมาใส่ใจว่าเด็กกำลังก้าวหน้าไปสู่เป้าหมายของเขาหรือไม่
- เปลี่ยนจาก Standardization สู่ Personalization: เลิกกดดันให้เด็กต้องเหมือนกันและแข่งขันกับคนอื่น แต่เปิดพื้นที่ให้เด็กแข่งขันกับเป้าหมายชีวิตของตัวเอง

“Future You” นวัตกรรม AI เพื่อค้นหาตัวตนและลดความเหลื่อมล้ำ
กสศ. ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยระดับโลกอย่าง MIT และ KBTG เปิดตัวนวัตกรรม “Future You” เครื่องมือแชตบอต AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เด็กค้นพบความสนใจ ความถนัด และจำลองภาพเป้าหมายชีวิตในอนาคตของตนเองผ่านบทสนทนา เครื่องมือนี้ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่เป็นนวัตกรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนครูแนะแนว Future You จะช่วยเปิดโลกอาชีพให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า “โลกทั้งใบสามารถเป็นห้องเรียนได้”

สู่อนาคตที่เด็กทุกคน Glow และประเทศ Grow อย่างยั่งยืน
ช่วงท้าย ดร.ไกรยส ตอกย้ำว่า การศึกษาสำหรับอนาคต ไม่ใช่ระบบที่พยายามผลิตคนที่เก่งเหมือนกัน แต่คือระบบนิเวศที่โอบอุ้มให้เด็กแต่ละคนค้นพบตัวเอง และใช้ศักยภาพนั้นสู่เป้าหมายชีวิตที่มีความหมาย เพราะ “การค้นหาตัวเอง” คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการวางแผนการศึกษา เมื่อเด็กเห็นเป้าหมายชัดเจน การเรียนรู้จะมีความหมาย และในวันที่เด็กไทยทุกคนสามารถเปล่งแสง (Glow) ในรูปแบบของตนเอง เมื่อนั้นประเทศไทยก็จะสามารถเติบโต (Grow) ไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง

ที่มา: เวทีเสวนา Alpha Skills Summit & Expo 2026 หัวข้อ “Glowing Together : ปลดล็อกศักยภาพเด็กไทยด้วยการค้นหาตัวเอง” โดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)