กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้เข้าร่วมงานเสวนาเยาวชน Education Beyond 2030: Youth Dialogue to Shape the Future of Education and Learning ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมนำเสนอมุมมองของประเทศไทยในเวทีหารือระดับภูมิภาคว่าด้วยอนาคตของการศึกษา โดยมี ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ., ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ., นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. และ นางสาวบัณฑิตา มากบำรุง นักศึกษามหาวิทยาลัย เป็นตัวแทนนักเรียนทุน กสศ. ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงและตัวแทนนักศึกษาจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในการขับเคลื่อนโมเดลการศึกษาที่ยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับวิถีชีวิตของเด็กและเยาวชน พร้อมเน้นย้ำถึงประสบการณ์ตรงของนางสาวบัณฑิตา ที่สามารถย้ำถึงอนาคตจากการเป็นเด็กนอกระบบการศึกษา กลับมาสู่เส้นทางการเรียนรู้ ผ่านโครงการ Thailand Zero Dropout และ โรงเรียน 4 ตารางวาของภาคี กสศ.

ว่าด้วยการศึกษาหลังปี 2030 : เปิดบทสนทนาร่วมระดับภูมิภาคที่นำโดยตัวแทนเยาวชน
งานเสวนาครั้งนี้ยึดโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 4 (SDG 4) “วาระการศึกษาปี 2030” (Education 2030 Agenda) ตอบสนองต่อปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ขยายวงกว้างขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงยิ่งขึ้น และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรวดเร็วทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก การเสวนาเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision) การปรับเปลี่ยน (Positive Transformation) และการลงมือทำร่วมกัน (Collective Action) ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสะท้อนคิดจากหน่วยงานต่างๆ โดยให้ความสำคัญถึง การศึกษาสำหรับอนาคตไม่ควรเป็นเพียงแค่ “คำสัญญา” ที่มอบให้แก่เยาวชน หากแต่ต้องเป็นอนาคตที่ “สร้างขึ้นร่วมกับพวกเขา”

ร่วมออกแบบระบบนิเวศการศึกษาที่ยืดหยุ่น เสริมพลังด้วย AI
การเปลี่ยนผ่านไปสู่กระบวนทัศน์การศึกษาหลังปี 2030 ที่พร้อมรับมือกับอนาคต จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่จะยกระดับเด็กและเยาวชน จากการเป็นเพียง “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ให้ความเห็น” ไปสู่การเป็น “ผู้ร่วมออกแบบเชิงรุก” เคียงข้างครูและหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการศึกษาจะสร้างขึ้น “ร่วมกับพวกเขา” โดยตรง ไม่ใช่แค่สร้างขึ้น “เพื่อพวกเขา” เท่านั้น เป้าหมายนี้จะบูรณาการเทคโนโลยี AI ในชั้นเรียนเข้ากับทรัพยากรทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ส่งเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเฉพาะบุคคล (Personalized, Lifelong Learning Ecosystem) ที่มุ่งเน้นด้านความคิดสร้างสรรค์ สุขภาวะ และความเป็นผู้นำ ซึ่งช่วยลดช่องว่างระหว่างการเรียนรู้กับการลงมือปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องก้าวข้ามอุปสรรคเชิงระบบที่ฝังรากลึก อย่างกรอบการทำงานแบบดั้งเดิมที่ไม่โอนอ่อนผ่อนตาม การขาดแคลนงบประมาณ และการขาดแคลนคุณครู ควบคู่ไปกับการเร่งสร้างความเข้าใจและรู้เท่าทัน AI ในเชิงรุก เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยส่งเสริม แทนที่จะเข้ามาแทนการคิดของมนุษย์ ในท้ายที่สุดจะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างและงบประมาณอย่างตรงจุด เพื่อปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง ปรับการศึกษาให้สอดรับกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และดึงเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสหรือที่ตกหล่นจากฐานข้อมูลให้กลับเข้ามามีส่วนร่วม

Thailand Zero Dropout Plus และโรงเรียน 4 ตารางวา: เส้นทางโอกาสการศึกษา ผ่านการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น
หลังเกือบหนึ่งปีเต็มในฐานะเยาวชนนอกระบบที่ไม่มีใครมองเห็น ไม่ใช่เพราะไม่อยากเรียนรู้ แต่เพราะระบบแบบดั้งเดิมไม่มีพื้นที่รองรับ เส้นทางชีวิตของบัณฑิตา มากบำรุง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างของรูปแบบการเรียนการสอนที่ไม่โอนอ่อนผ่อนตาม บีบบังคับให้เด็กต้องปรับตัวจนขาดโอกาส แต่ด้วยโครงการอย่าง Thailand Zero Dropout Plus และ โรงเรียน 4 ตารางวา โดยศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม ซึ่งได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ. ทำให้บัณฑิตาสามารถเข้าสู่เส้นทางของตนเองกลับมาได้อีกครั้ง เพราะพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่เยาวชนนอกระบบจะได้ค้นพบตัวตน และกล้าที่จะโอบรับสิ่งที่ตนเองไม่รู้ โดยไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะถูกตัดสินด้วยมาตรฐานของผู้อื่น
ปัจจุบันบัณฑิตากำลังศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เส้นทางชีวิตของเธอนับเป็นประจักษ์พยานอันทรงพลังถึงความจำเป็นในการเปิดประตูบานใหม่ให้กับการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ซึ่งพร้อมจะโอบรับเด็กและเยาวชนทุกคน โดยปราศจากข้อจำกัด ความแตกต่างทางวัฒนธรรม สถานะทางเศรษฐกิจและสังคม หรือความผิดพลาดในอดีต ในฐานะกระบอกเสียงแทนเด็กและเยาวชน ที่ยังขาดโอกาส บัณฑิตาได้เรียกร้องให้ระบบการศึกษา “โอนอ่อนเข้าหาผู้เรียน” แทน “บีบบังคับให้ต้องปรับตัว” เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กและเยาวชนทุกคนจะสามารถเติบโตในแบบฉบับของตนเอง ด้วยจังหวะก้าวของตนเอง
“ทุกคนควรมีสิทธิเลือกวิธีเรียนรู้ของตนเอง มีสิทธิทำผิดพลาดโดยไม่ถูกตีตราจากความผิดพลาดนั้น และมีสิทธิเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เพื่อเป็นตัวเองในแบบที่ดีกว่าเดิมในทุกๆ ครั้ง”

เหนี่ยวนำจากฐานรากสู่ระบบ: มุ่งมั่นบูรณาการนโยบาย ผ่านความร่วมมือพหุภาคี
เพื่อตอบสนองต่อความเหลื่อมล้ำเชิงดิจิทัลที่ฝังลึก และความไม่เสมอภาคจากนโยบายการศึกษา โครงการที่นำโดยนักเรียน โดยเฉพาะจากกลุ่มเปราะบางและกลุ่มชาติพันธุ์ กำลังนำร่องการเรียนรู้ที่ทั่วถึงความหลากหลายทางภาษา เครื่องมือแสดงความคิดเห็น และการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนมาใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนทุกคนสามารถแสดงออกและเข้าถึงการศึกษาได้อย่างปลอดภัย การจะรักษาความพยายามในระดับท้องถิ่นเหล่านี้ให้ยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความมุ่งมั่นจากผู้มีอำนาจในการปรับเปลี่ยนนโยบาย
จากการตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนนี้ ผู้นำจาก UNICEF, UNESCAP, UN Development Coordination Office และ กสศ. จึงได้ให้คำมั่นที่จะผลักดันให้การมีส่วนร่วมของเยาวชนกลายเป็นกลไกภายในโครงสร้างการออกนโยบายระดับภูมิภาคอย่างมีความหมาย เพื่อสร้างระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและเสมอภาค แรงขับเคลื่อนจากความร่วมมือนี้ได้นำไปสู่การจัดการศึกษาแบบสหวิทยาการและบูรณาการ ที่ช่วยบ่มเพาะการคิด มากกว่าการรอรับความรู้ ซึ่งเป็นการเสริมพลังให้นักเรียนกล้าที่จะตั้งคำถามต่อสมมติฐานต่างๆ และเข้ามามีบทบาทเชิงรุกในการกำหนดอนาคตของตนเอง

การศึกษาหลังยุค SDG : พลิกกลไกการดำเนินงานแบบด้้งเดิม สู่การเข้าถึงตัวเด็กอย่างลึกซึ้ง
ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. นำเสนอแผนงานเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขยายผลกลไกขับเคลื่อนข้ามรุ่นนี้ โดยได้แสดงวิสัยทัศน์ในการกำหนดมาตรฐานอ้างอิงใหม่สำหรับความเสมอภาคทางการศึกษาทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กรอบการทำงานหลังยุคเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Post-SDG) จะต้องตั้งอยู่บนระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ซึ่งออกแบบมาเพื่อมุ่งค้นหาและโอบรับเด็ก นับเป็นการพลิกกลับโมเดลการศึกษาแบบดั้งเดิม
ดร.ไกรยส กล่าว “เมื่อกว่าสามทศวรรษที่แล้ว ปฏิญญาจอมเทียนว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน (Jomtien Declaration on Education for All) ได้ประกาศใช้ เป็นพันธสัญญาในการทำให้การศึกษาขั้นพื้นฐานเกิดขึ้นจริงสำหรับเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ทุกคน วันนี้ในขณะที่เรายืนอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของวาระดังกล่าว และมองไปข้างหน้าสู่การศึกษาหลังปี 2030 เราได้ย้ำเตือนตัวเองว่า ‘การศึกษาเพื่อปวงชน’ (Education For All) จะสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อเราทุกคนร่วมมือกันเพื่อการศึกษา หรือ ‘ปวงชนเพื่อการศึกษา’ (All For Education) อย่างแท้จริง” ทั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิของผู้เรียนจากผลกระทบจากวิกฤตการเมือง การเงิน หรือสาธารณสุขในอนาคต กสศ. จึงเสนอแนะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการสร้างที่ยืดหยุ่น พร้อมรับมือ และสามารถบรรลุเป้าหมายต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใดๆ
ท้ายที่สุด การบูรณาการระหว่างการขับเคลื่อนของเยาวชน ประสบการณ์ตรง กับการปฏิรูปเชิงระบบ ได้ตอกย้ำความจริงอันเป็นหัวใจสำคัญของงานเสวนาครั้งนี้ว่า “การให้เยาวชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้หมายถึงการเปิดให้พวกเขาพูด หลังจากที่ได้ข้อตกลงแล้วเสร็จไปแล้ว แต่หมายถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเตรียมความพร้อมเพื่ออนาคต ไปสู่การลงมือสร้างสรรค์อนาคตนั้นด้วยตนเอง”

พันธมิตรยุทธศาสตร์ระหว่าง ยูเนสโก กับ กสศ. : ขับเคลื่อนการศึกษาหลังปี 2030 สู่การปฏิบัติจริง
งานเสวนา Education Beyond 2030: Youth Dialogue to Shape the Future of Education and Learning นำมาสู่การบรรลุข้อตกลงเป็นพันธมิตรระหว่างยูเนสโก กับ กสศ. นำโดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. และ Soohyun Kim ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโกส่วนภูมิภาค ณ กรุงเทพฯ เป็นผู้ลงนามความร่วมมือ ร่วมด้วย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหาร กสศ. และ Dr.Khaled El-Enany ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานยูเนสโก ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ทางการศึกษาหลังปี 2030 อย่างเป็นทางการ ผ่านโครงการ Equitable Education in ASEAN+: Stronger Regional Partnership for Practice-Based Knowledge and Policy Advancement ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์นี้มุ่งแก้ไขวิกฤตเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา (Out-of-School Children and Youth: OOSCY) อย่างจริงจัง ด้วยการยกระดับนวัตกรรมกลไกทางการเงิน สนับสนุนโครงการ Thailand Zero Dropout Plus และจัดทำ ASEAN+ Toolkit on Flexible and Inclusive Learning เพื่อเปลี่ยนอุดมการณ์ร่วมให้กลายเป็นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้เพื่อรักษาระบบนิเวศการศึกษาข้ามพรมแดนที่ทั่วถึงทุกกลุ่มทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้ยั่งยืน กสศ. ขอเชิญชวนเครือข่ายระดับโลก องค์กรระดับท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางการศึกษาทุกภาคส่วน มาร่วมมือกัน แบ่งปันข้อมูลเชิงลึก และเข้าร่วมในมาตรการระดับภูมิภาคในระยะยาวเหล่านี้ร่วมกัน