กสศ. เปิดเวที “The Competency Forum” ขยายผล TSQM ยกระดับสมรรถนะผู้เรียน สู่การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย

กสศ. เปิดเวที “The Competency Forum” ขยายผล TSQM ยกระดับสมรรถนะผู้เรียน สู่การเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงาน “The Competency Forum : โรงเรียนต้นแบบสู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน” ระหว่างวันที่ 11–12 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบทเรียนจากโรงเรียนต้นแบบทั่วประเทศ พร้อมขยายผลการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนผ่านการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง หรือ Teacher and School Quality Movement (TSQM)

TSQM มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะรอบด้าน ทั้งการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น การใช้เทคโนโลยี การจัดการตนเอง และการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต

ปัจจุบัน TSQM ขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพโรงเรียนผ่าน 3 รูปแบบ ได้แก่ TSQM-A (Area-based) การพัฒนาโรงเรียนเชิงพื้นที่โดยอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานในพื้นที่ TSQM-N (Network-based) การสร้างเครือข่ายโรงเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลนวัตกรรมระหว่างกัน และ TSQM-I (Issue-based) การพัฒนาโรงเรียนเชิงประเด็น เพื่อแก้ปัญหาและตอบโจทย์การเรียนรู้ตามบริบทของแต่ละพื้นที่

ทั้ง 3 รูปแบบมีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้โรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง และดูแลผู้เรียนแต่ละคนได้อย่างมีคุณภาพ

ผศ.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนกับการพัฒนาประเทศไทย” โดยระบุว่า การศึกษาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการพัฒนาประเทศ เด็กไทยในศตวรรษที่ 21 จึงต้องก้าวข้ามการเรียนแบบท่องจำ ไปสู่การเป็นผู้คิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ และแก้ปัญหาได้จริง

กระทรวงศึกษาธิการจึงขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การคืนเวลาให้ครูได้กลับไปจัดการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ การลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสและทรัพยากรตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ การยกระดับการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับโลกจริง การทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจ และการปรับโครงสร้างระบบการศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน

ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับ กสศ. ในการขับเคลื่อน TSQM จะช่วยยกระดับโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยไม่เพิ่มภาระงานให้ครู แต่ช่วยเสริมศักยภาพให้โรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองและก้าวสู่การเป็นต้นแบบการเปลี่ยนแปลง พร้อมเชื่อมโยงกับการป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาตามแนวทาง Thailand Zero Dropout Plus

ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวบรรยายพิเศษเรื่องการสร้างผู้เรียนคุณภาพว่า การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนไม่ได้เกิดจากนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการลงมือปฏิบัติของโรงเรียน ครู ผู้บริหาร เขตพื้นที่การศึกษา และภาคีเครือข่าย

โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQM) แสดงให้เห็นว่า เมื่อโรงเรียนมีเป้าหมาย เครื่องมือ และระบบสนับสนุนที่เหมาะสม ก็สามารถพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนและผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานใน 4 มิติ ได้แก่ ความปลอดภัยของผู้เรียน การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา และการดูแลสวัสดิการครู พร้อมส่งเสริมให้โรงเรียนใช้ข้อมูลในการติดตามและช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อป้องกันเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบ และออกแบบการเรียนรู้ให้เหมาะกับศักยภาพของเด็กแต่ละคน

ดร.ภูธร กล่าวว่า การขยายผลจากโรงเรียนต้นแบบไม่ได้หมายความว่าทุกโรงเรียนต้องดำเนินงานเหมือนกัน แต่ควรนำบทเรียนไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทและความพร้อมของแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือทำให้เด็กทุกคนได้รับการเรียนรู้ ได้รับการดูแล ค้นพบศักยภาพของตนเอง และไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ความสำเร็จของโรงเรียนพัฒนาตนเองเกิดจากความร่วมมือของ สพฐ. หน่วยงานต้นสังกัด ครู ผู้บริหาร นักเรียน และภาคีทุกภาคส่วน สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงการศึกษาสามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อโรงเรียนได้รับความเชื่อมั่น มีพื้นที่ในการเรียนรู้ และมีระบบสนับสนุนที่เข้าใจความแตกต่างของผู้เรียน

กสศ. เริ่มขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองในปี 2562 ภายใต้ชื่อ TSQP หรือ Teacher and School Quality Program ด้วยแนวคิดการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ หรือ Whole School Approach ก่อนต่อยอดสู่ Teacher and School Quality Movement (TSQM) เพื่อผลักดันการยกระดับคุณภาพโรงเรียนให้เป็นขบวนการที่ขยายผลได้ในวงกว้าง

ทั้งนี้ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่อาจอาศัยเพียงการเพิ่มทรัพยากร แต่ต้องทำให้โรงเรียนสามารถดูแลและพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนให้เหมาะกับความแตกต่างและบริบทชีวิตของผู้เรียน

ปัจจุบันเครือข่าย TSQM ครอบคลุมโรงเรียนกว่า 1,500 แห่งใน 49 จังหวัด มีนักเรียนได้รับประโยชน์กว่า 385,000 คน และมีโรงเรียนอีกกว่า 3,600 แห่ง นำระบบสารสนเทศ Q-Info ไปใช้ติดตามและช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล

กสศ. จึงทำหน้าที่เป็น “ลมใต้ปีก” เชื่อมโยงองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และสนับสนุนให้โรงเรียนออกแบบการพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง

งาน The Competency Forum จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนต้นแบบได้แลกเปลี่ยนบทเรียนและผลลัพธ์ ขยายผลนวัตกรรมการเรียนรู้ไปสู่พื้นที่อื่น และร่วมกันถอดบทเรียนเชิงระบบ เพื่อพัฒนากลไกสนับสนุนการสร้างสมรรถนะผู้เรียน พร้อมเชื่อมโยงพลังของโรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่ายในการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน

ด้าน ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง สู่ผลลัพธ์การเรียนรู้คุณภาพสูง” โดยเสนอแนวคิด “การขับเคลื่อนยกกำลังสาม” เพื่อสร้างความร่วมมือในการพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยให้สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่อง

ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ กล่าวว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ยุคการศึกษา” หรือ Education Age สู่ “ยุคแห่งการเรียนรู้” หรือ Learning Age ซึ่งความรู้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เด็กจึงต้องมีมากกว่าทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน และการคำนวณ โดยก้าวไปสู่การเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง หรือ Deep Learning

การเรียนรู้ดังกล่าวมุ่งพัฒนาสมรรถนะ 6Cs ได้แก่ อุปนิสัย ความเป็นพลเมือง การทำงานร่วมกัน การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และการคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อให้เด็กสามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในสถานการณ์จริงได้

โรงเรียนจึงควรเป็นระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงนักเรียน ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง และชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างทั้งทุนปัญญาและทุนทางสังคม ผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การสะท้อนคิด และการถ่ายทอดเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลง โดยโครงการ TSQP และ TSQM จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากไปสู่ระดับนโยบาย และพัฒนาพลเมืองไทยให้มีคุณภาพในอนาคต

ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. กล่าวว่า หัวใจสำคัญของ TSQM คือการเชื่อมการเปลี่ยนแปลงจากฐานรากของโรงเรียน หรือ Bottom-up เข้ากับการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัดและระดับนโยบาย หรือ Top-down

เมื่อทั้งสองส่วนทำงานสอดประสานกัน โรงเรียนจะไม่เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามนโยบายจากส่วนกลาง แต่จะมีบทบาทเป็นผู้ร่วมออกแบบนวัตกรรมและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์บริบทของตนเอง

กสศ. เชื่อว่าโรงเรียนทุกแห่งมีศักยภาพในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดจากพลังภายในของโรงเรียนเอง

ดร.อุดม ย้ำว่า ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คุณภาพของโรงเรียนไม่อาจวัดจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากความสามารถในการพัฒนาเด็กแต่ละคนให้ค้นพบศักยภาพของตนเอง รักการเรียนรู้ตลอดชีวิต ปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชุมชนและสังคม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวที Deep Talk ในหัวข้อ “ปลดล็อกระบบเพื่อสร้างสมรรถนะผู้เรียน” พร้อมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเวิร์กชอปใน 6 ห้องย่อย ครอบคลุมทั้งการพัฒนาทักษะภาษาและการอ่านออกเขียนได้ การเรียนรู้คณิตศาสตร์และการคิดขั้นสูง การพัฒนาทักษะการจัดการตนเองและการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียน การสร้างพลเมืองผ่านการเรียนรู้ฐานชุมชน การประยุกต์ใช้ Generative AI และระบบข้อมูลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ตลอดจนการพัฒนาผู้นำและการเปลี่ยนแปลงของโรงเรียน

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ครู และผู้บริหารจากโรงเรียนต้นแบบ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์และนวัตกรรมจากการทำงานจริงในพื้นที่

ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานจากโรงเรียนในเครือข่าย TSQM ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นวัตกรรมการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้จากการเข้าใจปัญหาและบริบทของผู้เรียนในแต่ละพื้นที่

ตัวอย่างเช่น โรงเรียนอนุบาลมัชฌิมา จังหวัดสุโขทัย ใช้นวัตกรรม “คณิต Pro-Active” และบอร์ดเกม เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงจำนวน ควบคู่กับการพัฒนาความฉลาดรู้ทางการเงิน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ออกแบบกติกา คำนวณต้นทุน วางแผนงบประมาณ และเรียนรู้จากการลงมือทำ

โรงเรียนยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ใช้กระบวนการ Problem-based Learning (PBL) พัฒนาผลิตภัณฑ์ “ข้าวยำกรอบ” จากภูมิปัญญาและวัตถุดิบในท้องถิ่น เชื่อมโยงการเรียนรู้กับทักษะอาชีพ และสร้างรายได้ให้แก่นักเรียนและครอบครัวในชุมชน

ขณะที่โรงเรียนวัดโตนดเตี้ย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พัฒนานวัตกรรม “บันไดทักษะ 4 ขั้น” เพื่อแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ผ่านกระบวนการฝึกสะกดคำ อ่านซ้ำ คัดลายมือ และเขียนตามคำบอก ควบคู่กับการสอนซ่อมเสริมเป็นรายบุคคลอย่างเป็นระบบ

เวที The Competency Forum จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่เผยแพร่นวัตกรรมจากโรงเรียนต้นแบบ แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงโรงเรียน หน่วยงานต้นสังกัด ชุมชน และภาคีเครือข่าย ให้ร่วมกันขยายผล TSQM สู่การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนและการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยในระยะยาว ภายใต้แนวคิด All for Education ที่ทุกภาคส่วนร่วมเป็นเจ้าของวาระการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา