‘ค้นหาจนกว่าจะเจอ ดูแลจนกว่าจะจบ’ ภารกิจสร้างอนาคตให้นักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของวิทยาลัยเทคนิคถลาง จ.ภูเก็ต

‘ค้นหาจนกว่าจะเจอ ดูแลจนกว่าจะจบ’ ภารกิจสร้างอนาคตให้นักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของวิทยาลัยเทคนิคถลาง จ.ภูเก็ต

“โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. มาถูกทางแล้ว ตรงนี้ไม่ได้เพียงแค่ให้ค่าเทอม มีเงินให้เด็กใช้จ่าย แต่มีงบเพื่อให้วิทยาลัยพัฒนานักเรียนให้ได้เต็มตามศักยภาพที่เขาอยากจะเป็น”

ครูแอน – พัชราวดี จงไกรจักร ครูชำนาญการ สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยเทคนิคถลาง จ.ภูเก็ต ผู้รับผิดชอบโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง รุ่น 5 และ รุ่น 6 กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้ทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อค้นหานักเรียนจากครัวเรือนยากจน เข้ามาศึกษาต่อสายอาชีพในสาขาซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อสร้างโอกาสในการมีงานทำมีรายได้เพื่อพาตัวเองและครอบครัวออกจากวังวนความยากจนข้ามรุ่น

วิทยาลัยเทคนิคถลางได้ยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง (ปวส. 2 ปี) ตั้งแต่ปี 2566 (รุ่น 5) ใน 2 สาขา คือสาขาช่างอากาศยาน 10 คน และ สาขาอาหารและโภชนาการ 11 คน ซึ่งทั้งหมดจบการศึกษาและมีงานทำหมดแล้ว สำหรับรุ่นปัจจุบัน (รุ่น 6) วิทยาลัยได้ขยายการขอรับทุนเป็น 4 สาขา คือ อาหารและโภชนาการ ช่างอากาศยาน เทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฟฟ้า รวม 50 ทุน 

“กสศ. เขาจะให้เราสำรวจความพร้อมก่อนว่าตลาดแรงงานต้องการสาขาอะไรบ้าง ซึ่งช่างอากาศยานมันชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นสาขาขาดแคลน ปีนึงตลาดต้องการประมาณ 200 กว่าตำแหน่ง แต่เราผลิตเด็กได้ไม่เกิน 28 คนในแต่ละรุ่น ซึ่งพอเด็กฝึกงานเสร็จปุ๊บก็จะมีบริษัทที่เราทำความร่วมมือไว้มาสัมภาษณ์คัดเด็กไปทำงาน แล้วอีกส่วนหนึ่งก็สามารถสอบชิงทุนไปทำงานที่ประเทศฝรั่งเศส ถ้าได้ตรงนี้เงินเดือนจะประมาณ 70,000-80,000 บาทเลย 

สำหรับสาขาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยเราอยู่ในพื้นที่ภูเก็ตซึ่งไม่มีโรงแรมไหนไม่มีครัว ความต้องการคนทำงานครัวค่อนข้างเยอะ ส่วนสาขาไฟฟ้า ตอนนี้เรามีโมเดลจังหวัดซึ่งทางหอการค้าได้สำรวจแล้วว่า ช่างไฟฟ้าค่อนข้างขาดแคลน เราก็เลยเสนอไป

อีกสาขาคือ เทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า EV ก็มาจากการสำรวจว่าตอนนี้รถไฟฟ้าที่ภูเก็ตค่อนข้างมาแรง วิทยาลัยเทคนิคถลางก็เลยเปิดสาขานี้เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงาน”

ค้นหาจนกว่าจะเจอ ดูแลจนกว่าจะจบ (การศึกษา)

เพื่อให้เด็กจากครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 20 ล่างของประเทศ ได้รับการศึกษาสูงกว่าภาคบังคับ ภารกิจในการค้นหานักเรียนเพื่อรับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงจึงเป็นสิ่งที่ครูของวิทยาลัยเทคนิคถลางต้องทุ่มเทแรงกายและใจอย่างเต็มที่ เพราะในพื้นที่ภูเก็ตเองนั้นครอบครัวส่วนใหญ่จะมีรายได้เกินเกณฑ์ที่ กสศ. กำหนดไว้

“ส่วนมากเราไปค้นหาเด็กแถบระนอง นครศรีธรรมราช กระบี่ พัทลุง สงขลา พังงา ค่ะ คือเราจะให้ครูแนะแนว-ครูเครือข่ายคัดกรองเด็กที่ลำบากจริง ๆ ให้ในเบื้องต้นก่อน แล้วค่อยไปดูสภาพความเป็นอยู่อีกทีว่าเด็กคนนี้มีเกณฑ์เป็นยังไงบ้าง”

“พอเราคัดกรองเสร็จก็นำข้อมูลเข้าระบบของ กสศ. เพื่อประมวลผลว่าเด็กคนนี้ยากจนจริงไหม พอเด็กมาแล้วก็จะมีกระบวนการวัด 5 ทักษะพื้นฐาน คณิต วิทย์ ภาษาไทย อังกฤษ แล้วก็วิชาชีพ เพื่อที่จะดูว่าเด็กอ่อนตรงรายวิชาไหน แล้วเราจะต้องเสริมอะไรให้เขาค่ะ ถ้าเป็นทุนในส่วนของช่างอากาศยาน ก็จะมีการสัมภาษณ์ภาคภาษาอังกฤษด้วย เพราะว่าจัดการเรียนการสอนเป็นภาคภาษาอังกฤษล้วน ๆ นอกจากนี้ก็จะมีการวัดทักษะความสามารถ ความถนัดทางสายอาชีพด้วย”

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ได้นักเรียนทุนฯ ที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะศึกษาต่อในสาขานั้น ๆ จนจบ ซึ่งครูแอนบอกว่า หน้าที่ของครูยังไม่จบแค่นั้น ตลอด 2 ปีที่วิทยาลัยเทคนิคถลาง นักเรียนจะได้รับการดูแลทั้งชีวิตความเป็นอยู่ทั่วไป และการเสริมทักษะที่จำเป็นต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนพร้อมที่จะก้าวสู่ในโลกการทำงานและการใช้ชีวิตในอนาคต  

“เรามีความร่วมมือกับ กสศ. หลายอย่างค่ะ เพราะว่าต้องการพัฒนานักเรียนทั้ง 3 ด้าน ตั้งแต่เรื่องของชีวิตความเป็นอยู่  เรื่องของการพัฒนาหลักสูตร แล้วก็การส่งเสริมการมีงานทำ ซึ่งก็จะมีทีมหนุนเสริมที่เข้ามาช่วยซัพพอร์ตในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนานักเรียนให้ตอบโจทย์สถานประกอบการมากที่สุด”

ครูแอนเล่าว่าในเรื่องของความเป็นอยู่ ทางวิทยาลัยมีทั้งเด็กที่อยู่หอพักและอยู่ที่บ้าน เด็กที่อยู่บ้านจะมีการเยี่ยมบ้านสม่ำเสมอ ส่วนเด็กที่อยู่หอพักจะมีพ่อครูแม่ครูคอยดูแลเด็กเป็นรายคน และมีนักจิตวิทยาคอยให้คำปรึกษา 

“ปัจจุบันเด็กมีภาวะซึมเศร้าค่อนข้างเยอะค่ะ เราก็ได้ทำความร่วมมือกับทางโรงพยาบาลถลาง ที่จะเข้ามาคอยประเมิน แล้วทาง กสศ. ก็จะมีระบบทีวิท (Teavit) ที่ให้เราคอยดูว่านักเรียนภาวะจิตใจแต่ละวันเป็นยังไง”

นอกจากนี้ ทางวิทยาลัยเทคนิคถลางยังได้จัดอบรมเรื่องการคิดเชิงระบบ การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ทักษะอาชีพ รวมถึงการใช้ภาษาอังกฤษพื้นฐาน เพื่อเป็นการเสริมทักษะก่อนส่งนักเรียนออกฝึกงาน ที่สำคัญคือการจัดอบรมเรื่องการออม  โดยในส่วนของค่าครองชีพที่ได้รับจาก กสศ. นักเรียนจะต้องออม 10% ซึ่งเงินออมนี้จะมอบให้เป็นทุนสำหรับเริ่มต้นการทำงานต่อไป 

สำหรับครูทุกคนของวิทยาลัยเทคนิคถลาง แม้ว่าการทำหน้าที่ในส่วนนี้จะหมายถึงภาระงานที่เพิ่มขึ้น แต่ทุกคนก็ภูมิใจที่ได้สร้างบันไดที่แข็งแรงให้เด็ก ๆ ได้เดินขึ้นไปสู่พื้นที่แห่งความหวัง

“เราเป็นวิทยาลัยขนาดเล็ก ปกติก็คืองานหนักอยู่แล้ว แต่พอเราได้รับทุนนี้ งานมันก็เพิ่มเข้าไปอีก แต่ว่าเราก็ไม่ได้มองว่ามันเป็นอุปสรรค เพราะ ผอ. ของเราก็ให้การสนับสนุนมาตลอด” 

หลักสูตรตอบโจทย์ผู้ประกอบการ จบแล้วมีงานทำแน่นอน

สำหรับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง โอกาสในการศึกษาต่อเป็นเพียงบันไดขั้นแรก แต่การพัฒนาเด็กให้มีทักษะชีวิตและทักษะการทำงาน  พร้อมสู่การมีงานทำและมีอนาคตที่ดี คือบันไดที่ถูกวางไว้เป็นขั้น ๆ เพื่อส่งนักเรียนทุนฯ ให้ถึงเป้าหมายของตนเอง

“ทาง กสศ. พยายามให้เราจับคู่กับสถานประกอบการ ซึ่งในส่วนของสาขาไฟฟ้า เทคนิคถลางเราเขียนแผนร่วมกับบริษัทพร้อมเทคโนเซอร์วิส ที่รับเด็กรุ่นที่ผ่านมาเข้าทำงาน สาขาอาหารและโภชนาการ เรามีความร่วมมือกับบริษัท S&P เด็กรุ่น 5 ที่จบไปแล้วก็ได้ไปฝึกงานกับ S&P แต่ไม่ได้ทำงานต่อ เนื่องจากที่ภูเก็ตสาขาน้อย เด็กไม่ค่อยอยากอยู่ไกลบ้าน ส่วนใหญ่ก็เลยเลือกทำงานโรงแรม รุ่นที่ผ่านมาก็มีเด็กที่จบแล้วไปทำงานโรงแรม เงินเดือนรวมเซอร์วิสชาร์จก็ประมาณ 60,000-70,000 บาท อันนี้สำหรับเด็กที่จบแล้วก็รับเข้าทำงานเลยนะคะ”

“สาขาช่างอากาศยานนั้น ของวิทยาลัยเราเรียกว่าได้มาตรฐานสากลอยู่แล้ว เด็กที่เราผลิตออกมาได้ตามศักยภาพที่สถานประกอบการต้องการ งบที่ กสศ. จัดสรรให้เรา เรานำมาใช้ในการพัฒนาเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการเขียนแผนของครูเองให้มันตรงโจทย์กับสถานประกอบการ หรือเขียนแผนร่วมกับสถานประกอบการให้เชื่อมโยงกับรายวิชา เพื่อที่ว่าเด็กจะได้ต่อยอดได้ อย่างสาขา EV เรา MOU กับทางบริษัท MG ตอนนี้มีเด็กไปฝึกที่ MG ทั้งหมด 6 คน 4 คนตั้งใจจะเรียนต่อ อีก 2 คนได้ทำงานเลย”

ในมุมของครูแอน การที่สถานประกอบการรับนักเรียนเข้าทำงาน นั่นหมายถึงประสิทธิภาพของหลักสูตร และคุณภาพของนักเรียนที่สามารถฝึกฝนและทำงานได้จริง

“ในเรื่องของการพัฒนาครูพัฒนาเด็กหรือว่าพัฒนาแผน ปกติวิทยาลัยเทคนิคถลางเราทำเป็นปกติอยู่แล้ว แต่พอเราได้ทุนนี้จาก กสศ. เราก็ใช้คุ้มทุน เพราะเรามองภาพรวม ไม่ได้พัฒนาแค่เด็กในสาขาที่รับทุน แต่เรากระจายทั่วทุกสาขาว่ามาตรฐานเด็กต้องได้เหมือนกัน เป็นการสร้างเด็กให้ตรงกับสถานประกอบการมากยิ่งขึ้นค่ะ” 

สำหรับครูแอน โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ไม่ใช่แค่ทุนให้เปล่า แต่เป็นเหมือน ‘การลงทุนด้านการศึกษา’ ที่ส่งผลให้สถาบันการศึกษาที่ได้รับทุนสามารถพัฒนาต่อยอดและขยายผลออกไปในวงกว้างได้

“เงินที่สนับสนุนวิทยาลัยแม้ว่ามันจะไม่ได้เยอะ แต่คุณค่ามหาศาล ในแง่ที่ว่าเราสามารถนำมาใช้พัฒนาทั้งตัวเด็กเอง ครูและบุคคลากร มันได้หลายทาง ซึ่งมองว่าคุ้มค่ากับการลงทุน”

“การที่เราได้ช่วยเด็กชุดนี้ พวกเขาก็จะไปพัฒนารุ่นน้องต่อ ๆ กันไป ชวนน้องมาเรียน เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้วก็ได้กลับเข้ามาเรียนใหม่ เป็นการคืนทรัพยากร คืนคนที่มีศักยภาพให้สังคม เพราะเมื่อไหร่ที่เด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา การศึกษามันไม่มีที่สิ้นสุด เด็กสามารถที่จะไปต่อยอดอาชีพและอนาคตเขาได้

สุดท้ายครูแอนฝากถึงเด็ก ๆ ที่มองเห็นโอกาสจากโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ว่า “โอกาสมันไม่ได้เข้าหาเราได้ง่าย ๆ ถ้ามีโอกาสเดียวก็รีบจับเอาไว้ แล้วก็พร้อมที่จะเดินก้าวต่อไป

“ขอขอบคุณ กสศ. ที่ให้ทุนให้โอกาส ไว้วางใจสถานศึกษาว่าสามารถที่จะผลิตเด็กให้เป็นคนดีคนเก่งได้  เปิดโอกาสให้เราสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้เด็กซึ่งเป็นอนาคตของไทยนั่นเอง”