กลางเดือนสิงหาคม ปีการศึกษา 2569 ใกล้สิ้นสุดภาคเรียนที่หนึ่ง สถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือคลี่คลาย เป็นช่วงเวลาที่โรงเรียนกลับมาเปิดสอนปกติ เด็ก ๆ ได้กลับไปเรียนในห้องเรียนเต็มเวลา
อย่างไรก็ตาม ผลพวงจากเหตุปะทะยังทิ้งร่องรอยในรูปวิกฤตการศึกษาในพื้นที่ เมื่อเด็กเยาวชนเสี่ยงหลุดจากระบบมีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่ภารกิจของครูคือต้องรับมือกับภาวะการเรียนรู้-พัฒนาการถดถอย ภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร งบประมาณ ความห่างไกล จนถึงแนวทางการจัดการศึกษา ที่จำเป็นต้องยืดหยุ่นสอดรับต่อลักษณะพื้นที่ และความจำเป็นของผู้เรียนรายคน




จึงเป็นอีกครั้งที่กิจกรรม ‘ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน’ ลงพื้นที่ส่งต่อโอกาสและเติมเต็มทรัพยากรการศึกษาให้เด็กทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ และป้องกันการหลุดจากเส้นทางการศึกษา ขณะเดียวกันยังเป็นการมุ่งสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายคณะทำงานในการเตรียมแนวทางจัดการเรียนรู้ในภาวะวิกฤต เพื่อให้การจัดการเรียนรู้ยังไปต่อได้ในทุกสถานการณ์
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา และเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงถิ่นทุรกันดาร ได้จัดกิจกรรมธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน เป็นครั้งที่ 8 โดยลงพื้นที่โรงเรียนเชื้อเพลิงวิทยา ตำบลเชื้อเพลิง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ด้วยความร่วมมือของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 2 3, เครือข่ายเครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์, ผู้แทนหอการค้าจังหวัดสุรินทร์, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้บริหาร ตลอดจนคุณครูจากสถานศึกษา เพื่อกระจายทรัพยากรสื่อการเรียนการสอน คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์การศึกษา ชุดนักเรียน และสิ่งของจำเป็นเร่งด่วน ไปส่งต่อให้กับนักเรียนและครูในโรงเรียน 75 แห่งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์
สำหรับโรงเรียนเชื้อเพลิงวิทยา ซึ่งเป็นสถานที่จัดกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีบทบาทสนับสนุนชุมชนในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนที่ผ่านมาแล้ว ยังโดดเด่นในฐานะต้นแบบการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เพื่อสร้างทางเลือกทางการเรียนรู้และป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา
กิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงเติมเต็มและส่งต่อทรัพยากรไปยังโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนพลังความร่วมมือของภาคีทุกฝ่ายในจังหวัดสุรินทร์ ที่ร่วมกันเสริมความเข้มแข็งให้เครือข่ายการศึกษาในพื้นที่สามารถดูแลเด็กและเดินหน้าจัดการเรียนรู้ได้ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง พร้อมขับเคลื่อนแนวคิด All for Education หรือ การจัดการศึกษาที่อาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม




นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า แม้เป้าหมายหลักของกิจกรรมธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน คือการส่งต่ออุปกรณ์การศึกษาและสิ่งจำเป็นเร่งด่วนไปยังพื้นที่ขาดแคลน แต่การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายมากกว่านั้น คือการทำความเข้าใจปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน พร้อมมองไปข้างหน้าว่า เครือข่ายในพื้นที่จะร่วมกันสร้างความพร้อมและรับมือกับความท้าทายทางการศึกษาในระยะต่อไปได้อย่างไร
การดำเนินงานจึงให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การรับมือและลดผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดน 2.การขยายผลการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning) เพื่อสร้างทางเลือกการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของผู้เรียน และ 3.การยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ผ่านพลังความร่วมมือของเครือข่าย ตามแนวคิด All for Education
“การเลือกอำเภอประสาทจังหวัดสุรินทร์เป็นพื้นที่กิจกรรมธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน ประการแรก คือเราต้องการเยียวยาผลกระทบจากเหตุปะทะบริเวณแนวชายแดน ซึ่งในพื้นที่มีกลุ่มเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มจำนวนขึ้น ทั้งจากปัจจัยเศรษฐกิจ สถานการณ์ในครอบครัว ส่งผลให้ความขาดแคลนทรัพยากรการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กห่างไกลทวีความรุนแรงขึ้น การปักหมุดที่โรงเรียนเชื้อเพลิงวิทยา จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเติมเต็มและกระจายทรัพยากรไปสู่โรงเรียนอื่น ๆ ในพื้นที่ เพื่อช่วยลดข้อจำกัดและเสริมพลังให้ครูทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.
“ประการที่สอง คือการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ที่โรงเรียนเชื้อเพลิงวิทยาทำมาแล้ว 3 ปี จนช่วยป้องกันเด็กหลุดจากระบบ และรองรับกลุ่มหลุดจากระบบให้กลับสู่การเรียนรู้ได้ตามความจำเป็นของชีวิต จะเป็นต้นแบบการทำงานที่ดีให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ในพื้นที่ ให้สามารถเข้ามาเรียนรู้เพื่อค้นพบแนวทางของตัวเองในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นได้
“ประการที่สาม คือต่อยอดการทำงานตามแนวทาง All for Education ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดสุรินทร์แสดงถึงความเข้มแข็งขององค์ประกอบการทำงาน ทั้งภาคท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ตลอดจนเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา รวมถึงเครือข่ายครู ที่ช่วยกันยกระดับการจัดการศึกษาทั้งในโรงเรียน และได้นำหลากหลายแนวทางการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น อาทิ Mobile school หรือศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 มาใช้ จนลดจำนวนเด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาในพื้นที่อย่างเห็นผล”
ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ในภาพรวมจังหวัดสุรินทร์ ถือเป็นแถวหน้าของการทำงานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยต้นทุนความเข้มแข็งของภาคส่วนต่าง ๆ หากสิ่งสำคัญต้องคำนึงถึงคือการมองไปข้างหน้า หรือคือการเตรียมพร้อมรับมือกับทุกวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจากเหตุปะทะบริเวณแนวชายแดน ภัยพิบัติ หรือสถานการณ์ใดก็ตาม เพื่อให้ความต่อเนื่องของการจัดการศึกษายังดำเนินไปได้ในทุกสถานการณ์ การพบกันวันนี้ จึงเป็นการย้ำความมั่นใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม การเรียนรู้ของเด็กจะต้องไปต่อ และภาคีเครือข่ายทุกฝ่ายจะไม่ปล่อยให้ครูทุกคนต้องสู้วิกฤตเพียงลำพัง


ดร.ปริศนา วรรณารักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ กล่าวว่า กิจกรรมธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภารกิจลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งไม่ได้มุ่งเพียงแบ่งปันและส่งต่อทรัพยากรไปยังพื้นที่ที่ยังขาดแคลนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและสถานศึกษาในพื้นที่ เพื่อขยายผลการจัดการศึกษาที่สามารถรองรับและป้องกันปัญหาเด็กหลุดจากระบบ
หัวใจสำคัญคือการทำให้เห็นว่า “การศึกษาที่ยืดหยุ่น” ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ บริบทของพื้นที่ และเงื่อนไขชีวิตของผู้เรียน คือหนึ่งในแนวทางสำคัญของการศึกษาในปัจจุบัน ที่ช่วยให้การเรียนรู้เดินหน้าต่อไปได้แม้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทำให้โรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอนในพื้นที่เป็นการชั่วคราว หรือข้อจำกัดในชีวิตของเด็กบางคนที่ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ทุกวัน เพราะต้องทำงานหรือมีภาระดูแลคนในครอบครัว ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ควรหมายความว่าเด็กต้องยุติเส้นทางการเรียนรู้ของตนเอง

รองผู้อำนวยการ สพม. สุรินทร์
นางสาวสุมณี บูรณ์เจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนเชื้อเพลิงวิทยา กล่าวว่า การได้เป็นเจ้าภาพจัดงานธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจทั้งจากส่วนกลางและผู้คนจากทั่วประเทศ ที่ส่งทรัพยากรหารศึกษามาเติมเต็มยังพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สำหรับจังหวัดสุรินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการปะทะตามแนวชายแดนจนต้องปิดโรงเรียน หลังจากนั้นยังตามมาด้วยวิกฤตเศรษฐกิจ การเรียนรู้ถดถอย และความขาดแคลนทรัพยากรการศึกษาก็ยังเป็นอุปสรรค ที่ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กไม่อาจยกระดับคุณภาพการศึกษาได้

ผู้อำนวยการโรงเรียนเชื้อเพลิงวิทยา
“ธนาคารโอกาสและถนนครูเดิน จึงเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือที่งดงามทรงพลัง เป็นความใส่ใจรายละเอียดทั้งเรื่องการนำสิ่งของจำเป็นมาส่งต่อให้เด็ก ๆ ครู และโรงเรียน และยังเป็นการลงพื้นที่เพื่อสำรวจผลกระทบจากเหตุปะทะบริเวณแนวชายแดนและหาทางเยียวยาเฉพาะจุด รวมถึงยังชวนคณะทำงานในพื้นที่เตรียมรับวิกฤตที่จะเกิดในอนาคต ด้วยเครื่องมือ สื่อการสอน อุปกรณ์ดิจิทัล และหลากหลายรูปแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งทำให้สถานศึกษาในพื้นที่พร้อมรับทุกสถานการณ์”

หัวหน้าโครงการศูนย์แบ่งต่อ มูลนิธิกระจกเงา
นายบุญยิ่ง ไม้เท้าทอง หัวหน้าโครงการศูนย์แบ่งต่อ มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า หลังเหตุการณ์ปะทะบริเวณแนวชายแดนผ่านไป ครัวเรือนในพื้นที่ยังต้องรับมือกับวิกฤตขาดแคลนทรัพยากรการศึกษา ธนาคารโอกาสและถนนครูเดินวันนี้ จึงเป็นความตั้งใจของทีมงานที่อยากนำสิ่งของจำเป็น ทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน สมุดหนังสือ ของเล่น อุปกรณ์กีฬา และคอมพิวเตอร์ มาแบ่งปันส่งต่อ
“ด้วยเราเชื่อว่า ถ้าครูและโรงเรียนมีเครื่องมือ มีอุปกรณ์ และมีกำลังใจ ผลที่ตามมาย่อมจะส่งให้เด็ก ๆ มีโอกาสมากขึ้น มีคุณภาพการเรียนรู้ที่ดีขึ้น และสำหรับทีมงานมูลนิธิกระจกเงา งานของเราไม่ได้จบลงแค่การจัดกิจกรรมวันเดียว แต่ข้อมูลที่ได้รับจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการรับฟังเสียงจากพื้นที่หน้างาน เพื่อต่อยอดการเติมเต็มทรัพยากรที่ตรงกับความต้องการ ไม่ว่าสื่อการเรียนรู้ อุปกรณ์การเรียน และเครื่องมือดิจิทัล เพื่อที่งานของเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้ทุกโรงเรียนผ่านพ้นวิกฤต และมีต้นทุนเพียงพอสำหรับเผชิญกับทุกความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อไป”





