วิเคราะห์จักรวาลฟุตบอล (จริงจัง) เมื่อฟุตบอลคือเรื่องราวของมนุษย์ และทุกคนมี ‘ตำแหน่ง’ และ ‘เส้นทาง’ ของตัวเอง
วิศรุต สินพงศพร เจ้าของเพจวิเคราะห์บอลจริงจัง

วิเคราะห์จักรวาลฟุตบอล (จริงจัง) เมื่อฟุตบอลคือเรื่องราวของมนุษย์ และทุกคนมี ‘ตำแหน่ง’ และ ‘เส้นทาง’ ของตัวเอง

“…นั่นสิ ถึงไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่เราน่าจะเป็นนักเล่าเรื่องฟุตบอลได้”

บ่ายวันหนึ่งของเดือนธันวาคม ปี 2541 ขณะต่อคิวซื้อตั๋วเข้าไปเชียร์ทีมชาติไทยแข่งขันฟุตบอลเอเชียนเกมส์ เด็กชายชั้นมัธยมต้นคนหนึ่งสังเกตเห็นทางเข้าสนามอีกช่อง มีป้ายติดว่า ‘ทางเข้าสื่อมวลชน’ แยกออกจากทางเข้าของคนดูทั่วไปอย่างชัดเจน

เขาเห็น ‘คนกลุ่มหนึ่ง’ ถือไมโครโฟน ลำเลียงกล้องโทรทัศน์ตัวใหญ่ ๆ ผ่านประตูบานนั้นเข้าไป

ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม เด็กชายละสายตาจากนักฟุตบอลในสนาม แล้วหันไปจดจ่อกับพื้นที่ซึ่งระบุไว้ว่า ‘Press Box สำหรับสื่อมวลชน’ เขาเห็นคนกลุ่มเดิมนั่งดูฟุตบอลชิดขอบสนาม ในมุมมองที่แทบไม่ต่างจากโค้ชและผู้เล่นสำรอง

จนเกมจบลง คนกลุ่มนั้นยังได้ลงไปพูดคุยกับนักฟุตบอลอย่างใกล้ชิดในสนาม

วินาทีนั้นเอง เด็กชายจึงค้นพบว่า ในโลกฟุตบอลยังมี ‘อาชีพพิเศษ’ ซึ่งพาคนธรรมดาเข้าไปใกล้ชิดกับเกมที่เขารักได้ ผ่านแผ่นป้ายสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เขียนว่า ‘PRESS’

…แล้วจักรวาลฟุตบอลของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้น

พร้อมกับคำตอบที่ค่อย ๆ ชัดเจนว่า เขาไม่ได้อยากเป็นคนที่เตะบอลเก่งที่สุด และไม่ได้อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

…แต่ฟุตบอลยังยึดโยงเขาเอาไว้ด้วย ‘ความรักอีกแบบ’

เป็นความรักชนิดที่ทำให้อยากใช้ทุกช่วงเวลาของชีวิตอยู่กับเรื่องราวของฟุตบอล

หลังฟุตบอลแมตช์นั้น เด็กชายตั้งธงว่าจะเรียนด้านสื่อสารมวลชน พร้อมเขียนความฝันใหม่กำกับตัวเองไว้ว่า

‘จะเป็นนักสื่อสารเรื่องฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จให้ได้’     

‘คุณวิศ’ วิศรุต สินพงศพร

28 ปีให้หลัง บนโต๊ะกาแฟเล็ก ๆ หน้าห้องปฏิบัติการเวิร์กช็อปหลักสูตร ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’ ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ

‘คุณวิศ’ วิศรุต สินพงศพร เจ้าของเพจ ‘วิเคราะห์บอลจริงจัง’ หรือเด็กชายชั้นมัธยมต้นคนนั้น กำลังแจกแจงโครงสร้างและเส้นทางที่แตกแขนงออกไปสู่งานนานาชนิด ซึ่งห้อมล้อมอยู่รอบ ‘ความรักในฟุตบอล’

จากวันที่พบ ‘ช่องทางพิเศษ’ เข้าสู่สนาม สามทศวรรษของการวิ่งไล่ตามความฝันพาเขาเดินผ่านประตูบานนั้นจริง ๆ ทั้งในฐานะนักข่าวกีฬา และคอนเทนต์ครีเอเตอร์เจ้าของเพจที่เพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปี ด้วยผู้ติดตามมากกว่าครึ่งล้านคน

จุดเด่นของ ‘วิเคราะห์บอลจริงจัง’ คือเรื่องเล่าที่อัดแน่นด้วยข้อมูลเชิงลึก แต่ขณะเดียวกันก็มักพาคนอ่านไปพบกับความรัก ความฝัน แรงบันดาลใจ การฟันฝ่าอุปสรรคของนักฟุตบอลระดับโลก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในโลกกีฬา รวมถึงชีวิตของ ‘ผู้คนตัวเล็ก ๆ ในจักรวาลฟุตบอล’ ที่แสงสปอตไลต์ในสนามอาจส่องไปไม่ถึง

และวันนี้ เรื่องราวชีวิตของเขากำลังกลายเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญของการออกแบบหลักสูตร เพื่อชวนเด็ก ๆ ที่มีฟุตบอลนำทางชีวิต มองให้เห็นว่า ในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ อาจมี ‘ตำแหน่ง’ ที่เหมาะกับพวกเขามากกว่าหนึ่งตำแหน่ง 

‘ค้นหาจักรวาลฟุตบอลในแบบของตัวเอง’

“ตอนเด็กผมเคยคิดว่าฟุตบอลมีพื้นที่แค่สำหรับคนที่ลงไปเล่น ผมรู้ตัวว่ารักฟุตบอลแต่เล่นไม่เก่ง จึงไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงถึงจะได้อยู่ในวงการนี้ จนช่วง ม.3 ไทยจัดเอเชียนเกมส์ วันนั้นเราเห็นว่ามีคนที่ไม่ใช่นักฟุตบอลหรือโค้ช แต่ได้อยู่ใกล้เกมมาก ๆ ได้ดูฟุตบอลตรงแถวหน้า และได้ลงไปคุยกับนักฟุตบอลในสนาม”

คุณวิศเว้นจังหวะ ก่อนตบท้ายถึงวันที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขาว่า

“…นับแต่นั้นผมก็รู้ทันที ว่าชีวิตจะมุ่งไปทางไหน”

หลังค้นพบเป้าหมาย เขาค่อย ๆ ขีดเส้นทางการเรียนรู้ของตัวเอง สั่งสมทั้งทักษะการสัมภาษณ์ ภาษา และเทคนิคการเล่าเรื่อง พร้อมพาตัวเองออกไปไขว่คว้าโอกาส จนในที่สุดก็พบ ‘ที่ทาง’ และค่อย ๆ สร้างจักรวาลฟุตบอลในแบบของตัวเองขึ้นมา

ประสบการณ์ของคุณวิศทำให้เขาเชื่อว่า สิ่งหนึ่งที่เด็กซึ่งรักฟุตบอลควรได้รู้ตั้งแต่ต้น คือ ในนิเวศของฟุตบอลมีงานอีกมากมายรองรับ นอกเหนือจากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงถามว่า “เล่นฟุตบอลเก่งแค่ไหน” แต่คือการค่อย ๆ ค้นหาว่า ในจักรวาลกว้างใหญ่นี้ ตัวเองเหมาะจะเป็น ‘ผู้เล่นในตำแหน่งไหน’

“ถึงไม่ได้เป็นคนลงไปเตะลูกในสนาม แต่เกมฟุตบอลยังต้องการโค้ช กรรมการ ผู้ดูแลนักกีฬา ฝ่ายบริหารจัดการทีม แพทย์สายกีฬา นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา แมวมอง ตัวแทนนักกีฬา ล่าม หรือห่างจากขอบสนามออกมาหน่อย ก็ยังมีงานออกแบบชุด ออกแบบสนาม ดูแลสนาม นักพากย์ หรือช่างเทคนิคควบคุมการถ่ายทอดทางโทรทัศน์

“คือไม่ว่ามองไปทางไหน มันก็จะเห็นอาชีพมากมายที่วนเวียนอยู่รอบ ๆ ฟุตบอล”

‘รู้จริงในเวย์ตัวเอง’ แล้วจะพบ ‘ที่ยืน’

หนึ่งในเส้นทางเหล่านั้น คือสายงานที่คุณวิศมีประสบการณ์มาร่วมสองทศวรรษ

‘นักสื่อสารเรื่องฟุตบอล’ ตั้งแต่นักข่าว นักเขียน นักพากย์ นักสร้างสรรค์เนื้อหา (Content Creator) ไปจนถึงคนทำงานมีเดีย (Media) ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ซึ่งต้องอาศัยทักษะหลากหลาย ทั้งการเขียน การเล่าเรื่อง การผลิตภาพและวิดีโอ กราฟิก ตลอดจนงานด้านเทคนิค แสง สี และเสียง

ยิ่งในวันที่พื้นที่การสื่อสารไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสื่อกระแสหลัก โลกออนไลน์ยิ่งเปิด ‘สนามใหม่’ ให้คนที่มีความสนใจเฉพาะทางสามารถลงไปทดลอง สั่งสมประสบการณ์ สร้างผู้ติดตาม และต่อยอดเป็นอาชีพได้

สำหรับคุณวิศ ทุนตั้งต้นสำคัญของสนามแห่งนี้คือ ‘ความรัก–ความรู้–ความหมกมุ่น’ เพราะคนทำคอนเทนต์ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอล แต่ต้องค้นหาให้พบว่า เรื่องไหนคือสิ่งที่ตัวเองสนใจและ ‘รู้จริงในเวย์ของตัวเอง’

บางคนเจาะลึกฟุตบอลเพียงลีกเดียว บางคนเล่าเรื่องฟุตบอลเด็ก บางคนติดตามสโมสรเพียงสโมสรเดียว แต่เมื่อความสนใจเฉพาะทางถูกพัฒนาจนกลายเป็นความรู้และวิธีเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์ พื้นที่เล็ก ๆ นั้นก็สามารถกลายเป็น ‘ที่ยืน’ ของคนคนหนึ่งในจักรวาลฟุตบอลได้

‘เพราะในจักรวาลฟุตบอล ล้วนคือเรื่องราวของมนุษย์’

ถ้าจักรวาลในสนามฟุตบอลบอกเราว่า ตั้งแต่ผู้รักษาประตูไปจนถึงกองหน้า ไม่มีใครทำได้ดีหมดทุกตำแหน่ง จักรวาลของคนทำงานสื่อก็ไม่ต่างกัน

แต่ละคนจำเป็นต้องค่อย ๆ เรียนรู้ว่า งานแบบไหนคือความถนัดของตัวเอง และเรื่องราวแบบไหนคือสิ่งที่ตัวเองอยากใช้เวลาเรียนรู้มันอย่างจริงจัง

เพราะถึงที่สุดแล้ว ฟุตบอลอาจดูเหมือนเรื่องของคนสองฝั่งที่พยายามพาลูกบอลไปสู่ประตูของอีกฝ่าย แต่หากใช้เวลากับมันนานพอ จะพบว่า ‘ในจักรวาลของฟุตบอล ล้วนคือเรื่องราวของมนุษย์’ และความเป็นมนุษย์นี่เอง ที่ทำให้เรื่องราวของฟุตบอลแตกแขนงออกไปได้แทบไม่มีที่สิ้นสุด

“ตอนนั่งดูบอลผ่านจอ กล้องจะจับแค่ภาพในสนาม เราเห็นผู้เล่น 22 คนกับกรรมการ 3 คน โดยบางทีก็ไม่ทันคิดว่า มีคนอีกมหาศาลที่เกี่ยวพันกับเกม กับผลการแข่งขัน กับรายได้ที่ไหลเวียนอยู่ในวงจรธุรกิจฟุตบอล หรือหลายครั้งคือเรื่องความเป็นไปของชีวิต”

ภาพการแข่งขันหนึ่งแมตช์จึงไม่ได้เกิดขึ้นจากนักฟุตบอลเพียง 22 คน เบื้องหลังนักฟุตบอลคนหนึ่งที่ฝึกฝน ต่อสู้ และเผชิญความยากลำบาก ยังมีเรื่องราวอีกมากมายดำเนินขนานกันอยู่เสมอ ทั้งแรงสนับสนุน การมองเห็นคุณค่า การเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง รวมถึงชีวิตของผู้คนตัวเล็ก ๆ ที่อาจไม่เคยลงไปวิ่งอยู่ในสนามเลย

“และมันคือเรื่องของมือหลายมือที่ร่วมด้วยช่วยกัน …ก่อนที่ภาพการแข่งขันจะปรากฏบนสนาม

“ฟุตบอลจึงไม่ได้สำคัญแค่ผลการแข่งขัน แต่มันคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทาง และสำหรับนักเล่าเรื่อง สิ่งเหล่านี้คือขุมทรัพย์”

แต่สำหรับการออกแบบหลักสูตรการศึกษาที่มีฟุตบอลเป็นฐาน ‘เรื่องราวระหว่างทาง’ เหล่านี้ยังมีความหมายมากกว่านั้น

เพราะเมื่อรวบรวมและสังเคราะห์ให้เห็นเป็นภาพใหญ่ มันจะช่วยเปิดจักรวาลให้เด็กคนหนึ่งมองเห็นว่า นอกจากการเป็นนักฟุตบอลแล้ว เขายังสามารถทำอะไรได้อีก และที่สำคัญ “เขาทำอะไรได้ดี”

“คุณอาจเตะบอลไม่เก่ง แต่เป็นนักพากย์ที่เก่ง หรือเป็นนักฟุตบอลอาชีพไม่ได้ แต่อาจเจอที่ทางของตัวเองในฐานะนักวิเคราะห์เกม บางคนลงไปเตะฟุตบอลก็ไม่ได้โดดเด่น แต่ในฐานะนักสื่อสารเรื่องฟุตบอล กลับมีคนติดตามจำนวนมาก และสร้างอาชีพจากสิ่งที่ตัวเองรักได้”

หลักสูตรที่ออกแบบให้ค้นพบ ‘ตำแหน่งที่ใช่’ ในจักรวาลฟุตบอล

ในโอกาสที่ได้มาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ร่วมกับครู ผู้บริหารโรงเรียน เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือก โค้ช และผู้แทนสโมสรฟุตบอลท้องถิ่น คุณวิศมองว่า หลักสูตร ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’ มีโอกาสเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่าง ‘ความรักในฟุตบอล’ กับ ‘เส้นทางชีวิตและอาชีพ’

เพราะแม้เด็กจำนวนมากจะรักสิ่งเดียวกัน แต่พวกเขาเติบโตมาท่ามกลางเงื่อนไขที่แตกต่างกัน มีความสนใจ ทักษะ ความถนัด และโอกาสในชีวิตไม่เหมือนกัน

หลักสูตรจึงไม่ควรพาเด็กทุกคนไปยังปลายทางเดียว แต่ควรเปิดพื้นที่ให้พวกเขาค่อย ๆ ทดลอง เรียนรู้ และค้นพบว่า ตัวเองเหมาะกับตำแหน่งไหน พร้อมออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับทั้งผู้เรียนและบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ห่างไกลจากโอกาส ซึ่งหลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล เดินมาในเส้นทางนี้

“น้อง ๆ ที่ไม่มีแรงสนับสนุน อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือคนที่รู้ตัวว่ารักฟุตบอลแต่ไม่ได้ฝันจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาจะได้มีโอกาสเรียนรู้ในรูปแบบที่เปิดกว้างให้ค้นหาตัวเอง ที่สำคัญคือ มันจะเป็นจุดเชื่อมต่อให้ความฝันเล็ก ๆ ไปบรรจบกับ ‘ผู้ใหญ่ที่เห็นความสำคัญ’ ของความรักในฟุตบอล จนเกิดเส้นร่างของทางที่จะพาไปถึงอาชีพ”

และในสมการนี้ คุณวิศเชื่อว่า ‘ครู’ คือตัวแปรสำคัญ

ครูอาจเป็นคนแรกที่ช่วยมองเห็นว่า เด็กคนหนึ่งมี ‘ตำแหน่งถนัด’ อยู่ตรงไหน ก่อนช่วยชี้ช่องทาง ย้ำความเชื่อมั่น และส่งต่อโอกาส เพื่อให้เขาค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้โลกอาชีพมากขึ้น

“อาชีพของผมเริ่มขึ้นตอนที่พบว่า เราอยากใช้ชีวิตกับฟุตบอลในตำแหน่งไหน เมื่อพบก็พยายามเก็บเกี่ยวความรู้ ทักษะ พาตัวเองไปหาโอกาส แล้วจึงขยับขยายไปตามประสบการณ์ ระหว่างนั้นก็มองหาโอกาสอื่น ๆ ในจักรวาลเดียวกันไปด้วย ซึ่งทั้งหมดต้องใช้เวลา ขณะเดียวกันก็ต้องมีคนช่วยชี้ทางในจังหวะที่เหมาะสม”

บนเส้นทางสายนี้ ครูจึงอาจเป็นได้ทั้งโค้ช แมวมอง เอเจนต์ หรือผู้จัดการ เป็นใครสักคนที่ช่วยให้ความฝันเล็ก ๆ ค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นทีละนิด และช่วยให้เด็กมองเห็นว่า ในจักรวาลฟุตบอลอันกว้างใหญ่ ยังมี ‘ตำแหน่ง’ ที่เหมาะกับเขารออยู่

เช่นเดียวกับเด็กชายชั้นมัธยมต้นคนหนึ่งเมื่อ 28 ปีก่อน เด็กชายที่ยืนต่อคิวซื้อตั๋วเข้าสนาม ก่อนบังเอิญเหลือบไปเห็นประตูอีกบานหนึ่งซึ่งเขียนว่า ‘ทางเข้าสื่อมวลชน’ และเพิ่งค้นพบในวันนั้นว่า การรักฟุตบอลไม่ได้หมายความว่าเขาต้องเป็นคนที่ลงไปเตะลูกบอล

บางที สิ่งที่หลักสูตร ‘จักรวาลวิทยาฟุตบอล’ กำลังพยายามทำ จึงอาจไม่ใช่การบอกเด็กทุกคนว่า ควรเดินไปทางไหน

หากคือการช่วยให้เด็กได้มองเห็นว่า ยังมีประตูอีกหลายบาน มี ‘ตำแหน่ง’ อีกมากมาย และมีเส้นทางมากกว่าหนึ่งเส้นในจักรวาลฟุตบอล ให้พวกเขาได้เลือกค้นหาในแบบของตัวเอง

และนี่คืออีกแง่มุมของการ ‘วิเคราะห์จักรวาลฟุตบอล (จริงจัง)’ จากเจ้าของเพจ ‘วิเคราะห์บอลจริงจัง’ ผู้หลงใหลใน ‘สตอรี’ ไม่แพ้ผลการแข่งขัน และเชื่อว่าเรื่องราวทั้งในและนอกสนาม ซึ่งประกอบขึ้นจากความรัก ความฝัน การต่อสู้ และชีวิตของผู้คนมากมาย คือเลือดเนื้อและลมหายใจที่ทำให้ ‘ฟุตบอลนั้นมีชีวิต’