“เมื่อใส่ชุดข้าราชการครูมาที่โรงเรียน เด็ก ๆ ก็รับรู้ว่าจากนี้เราจะอยู่ที่นี่และไม่จากไปไหนแล้ว”
‘ครูซี’ ฟูอาดี เอียดหวัง ข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 บรรจุที่โรงเรียนชุมชนบ้านนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

“เมื่อใส่ชุดข้าราชการครูมาที่โรงเรียน เด็ก ๆ ก็รับรู้ว่าจากนี้เราจะอยู่ที่นี่และไม่จากไปไหนแล้ว”

“วันที่กลับมาเป็นครูจริง ๆ ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ทักทายเราตั้งแต่หัวตลาดยันท้ายตลาด บางคนเห็นเราแต่เด็ก จนเป็นนักศึกษาครูมาฝึกสอน แล้ววันนี้เราได้มาเป็นครูดูแลลูกหลานของเขา ก็ยิ่งภูมิใจในฐานะเด็กของชุมชนคนหนึ่งที่ได้รับโอกาส ภาพนี้ย้ำเตือนว่าผมต้องเป็นให้ได้มากกว่าครูผู้สอน เพราะบทบาทของเราจากนี้ คือครูที่เป็นคนของชุมชนด้วย”

คำบอกเล่าของ ‘ครูซี’ ฟูอาดี เอียดหวัง ข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 สะท้อนความหมายของการ “กลับบ้าน” ได้ชัดเจนที่สุด

สำหรับครูซี การกลับมาเป็นครูที่โรงเรียนชุมชนบ้านนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นชีวิตราชการ แต่คือการกลับมารับผิดชอบบ้านเกิด ในฐานะเด็กคนหนึ่งที่เคยได้รับโอกาสจากชุมชน และวันนี้พร้อมส่งต่อโอกาสนั้นให้กับลูกหลานรุ่นต่อไป

เพราะเชื่อว่า… 

คนที่เข้าใจความยากลำบากของเด็กในชุมชนที่สุด คือคนที่เคยอยู่ตรงนั้น
คนที่เข้าใจชุมชนที่สุด คือเด็กที่เติบโตจากที่นั่น
และคนที่อยากให้ชุมชนพัฒนาที่สุด ก็คือคนที่เรียกชุมชนนั้นว่าบ้านจริง ๆ

เมื่อ “ชุมชน” กลายเป็นห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุด

ด้วยความเชื่อนั้น ตลอด 4 ปีในฐานะนักศึกษาครู ครูซีพยายามค้นหารูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กในชุมชนบ้านนาทับ จนค้นพบคำตอบว่า “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” คือทรัพยากรทางการศึกษาที่มีคุณค่าที่สุด

เขาเชื่อว่าการเรียนรู้ที่มีคุณภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากตำราเสมอไป แต่สามารถเริ่มต้นจากผู้คน วิถีชีวิต และเรื่องราวที่อยู่รอบตัวเด็ก

“หลายปีของการเป็นนักศึกษาครู ผมเรียนรู้ว่าการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เราสร้างขึ้นได้จากทุนทรัพยากรในชุมชน โดยชุมชนจะเป็นห้องเรียนใหญ่ และมีครูภูมิปัญญาที่มาจากคนในชุมชนเป็นผู้ถ่ายทอด”

เมื่อได้ทดลองจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ “ห้องเรียนชุมชน” เขาได้เห็นทั้งประกายตาของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ และความตื่นตัวของเด็ก ๆ ที่ค้นพบว่า เรื่องราวรอบตัวที่เคยมองข้าม ล้วนเป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่า

พลังคนรุ่นใหม่ที่รัก ผูกพัน ภาคภูมิใจ และอยากเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาบ้านเกิด คือ  “หัวใจของครูรัก(ษ์)ถิ่น ” ที่ครูซีได้ซึมซับ

“ทุกพื้นที่มีเรื่องราว มีวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ และมีทักษะชีวิตที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อคุณค่าเหล่านี้ถูกมองเห็น สิ่งที่ตามมาจึงเป็นความรักความภูมิใจที่จะพาเด็ก ๆ ไปไกลกว่าการอ่านออกเขียนได้ แต่เขายังได้เข้าใจตัวเองและสังคมชุมชนของเขา”

บทเรียนที่ไม่มีอยู่ในหนังสือเรียน

หนึ่งในบทเรียนที่ครูซีตั้งใจผลักดันให้พัฒนาเป็นหลักสูตรท้องถิ่น คือการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนบ้านนาทับ โดยพานักเรียนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน ชวนเด็ก ๆ กอบเก็บเรื่องราวจากรอบตัว ทั้งจากผู้คนเก่าแก่ สิ่งก่อสร้าง สิ่งของ เมนูอาหาร หรือจากกิจวัตรในชุมชนที่เด็ก ๆ เห็นอยู่ทุกวัน จนเด็ก ๆ ค่อย ๆ รับรู้ความเป็นมาของพื้นที่ ของชื่อหมู่บ้านและตำบล ได้บันทึกภาพความเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาของชุมชน อย่างเข้าใจ และนำข้อมูลเหล่านั้นมาจัดทำเป็นบทเรียนเฉพาะตัว อย่างที่ไม่เคยมีบันทึกในหนังสือเรียนเล่มไหน

“พอมีรากของเรื่องราว เด็ก ๆ จึงตื่นเต้นกับที่มาของประวัติศาสตร์ชุมชนที่ส่งต่อกันมานับร้อยปี แล้วที่น่าสนใจคือบทเรียนของเราจะไม่เป็นแบบปลายปิด แต่มันยังเปิดโลกการเรียนรู้ให้พร้อมค้นหาข้อมูลใหม่ เพื่อนำมาวิเคราะห์แลกเปลี่ยนหรือหักล้าง ตั้งคำถามกับข้อมูลใหม่ ๆ ได้เสมอ”

สำหรับครูซี นี่คือแก่นของการศึกษาในโลกปัจจุบัน ที่ผู้เรียนต้องสามารถแสวงหาความรู้จากหลายแหล่ง และพร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต

ขณะเดียวกัน บทเรียนเหล่านี้ยังเชื่อมโยงสาระวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การแสดงจำลองเหตุการณ์ การออกแบบฉาก การเรียบเรียงเรื่องราว และการตีความประวัติศาสตร์ เพื่อให้เด็กเข้าใจอดีต เชื่อมโยงกับปัจจุบัน และมองเห็นอนาคตของชุมชนที่พวกเขาอยากร่วมกันสร้าง

“ในฐานะครู เราคือผู้พาเขาไปหาความรู้และพยายามออกแบบการเรียนรู้ที่จะบูรณาการสาระวิชาต่าง ๆ เอาไว้ เช่น การตีความเรื่องราวให้เป็นภาพผ่านกิจกรรมการแสดงจำลองสถานการณ์ที่เด็ก ๆ ต้องช่วยกันคิดฉาก ตัวละคร ลำดับเหตุการณ์ย้อนรอยจากอดีตมาถึงปัจจุบัน เพื่อให้เด็ก ๆ รับรู้เรื่องราวจากหลายมิติ และเข้าใจความหมายของการเกิดขึ้นและหายไปของสิ่งต่าง ๆ แล้วมันจะพาพวกเขาไปสู่อนาคตว่าอยากจะให้ชุมชนของเขาเป็นยังไงต่อไป”

เครื่องแบบสีกากี กับคำสัญญาที่ไม่ต้องเอ่ยออกมา

นอกจากการเปลี่ยนบทบาทจากนักศึกษาครูสู่ข้าราชการครูแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือสายตาของผู้คนในชุมชน

“เครื่องแบบใหม่เหมือนมอบสถานะใหม่ให้กับเรา เพราะมันช่วยเปลี่ยนสายตาที่เด็ก ๆ และชุมชนเคยเห็นตัวเราจากนักศึกษาครูคนหนึ่ง หรือพี่ซีของน้อง ๆ วันนั้นที่มาฝึกสอนที่ยังต้องเทียวไปมาระหว่างโรงเรียนบ้านนาทับกับมหาวิทยาลัย แต่เมื่อเราใส่ชุดข้าราชการมาที่โรงเรียน เด็ก ๆ เห็นก็ดีใจกันมากครับ เพราะเขารับรู้ได้ว่าต่อจากนี้เราจะอยู่ที่นี่และไม่จากไปไหนแล้ว”  

สำหรับครูซี เครื่องแบบสีกากีจึงไม่ใช่เพียงเครื่องแบบของวิชาชีพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง ความไว้วางใจ และคำสัญญาที่มีต่อชุมชนว่า เขาจะอยู่เคียงข้างเด็ก ๆ ในฐานะครูของบ้านเกิด

ทุกคำแสดงความยินดีจากชาวบ้าน ทุกสายตาที่เปี่ยมด้วยความหวัง ยิ่งทำให้เขาตระหนักว่าหน้าที่ของครูคนหนึ่ง ไม่ได้มีเพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่คือการสร้างอนาคตของชุมชนไปพร้อมกับลูกศิษย์’

ความหวังจากพื้นที่เล็ก ๆ

ครูซีเชื่อว่า การเริ่มต้นจากโรงเรียนเล็ก ๆ ในบ้านเกิด อาจเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ บนแผนที่ประเทศไทย

แต่หากมีครูรัก(ษ์)ถิ่นจำนวนมากที่เลือกกลับไปพัฒนาชุมชนของตัวเอง ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เหล่านี้จะค่อย ๆ เชื่อมโยงกัน จนกลายเป็นพลังในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ

“ท้ายสุดผมเชื่อว่าการเริ่มต้นที่บ้านเกิดของเรา อาจเป็นแค่จุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งของประเทศไทย แต่ถ้าพื้นที่เล็ก ๆ หลายแห่งรวมกันด้วยครูรัก(ษ์)ถิ่นแต่ละรุ่น ที่หอบเอาความฝันความตั้งใจกลับไปยังบ้านเกิด มันก็อาจเป็นจุดเริ่มของความหวัง ว่าเราอาจทำให้การศึกษาที่มีคุณภาพ หยั่งรากลงในทุกพื้นที่ของประเทศได้จริง ในสักวันหนึ่ง”     

‘ครูซี’ ฟูอาดี เอียดหวัง

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ขอแสดงความยินดีกับ ‘ครูซี’ ฟูอาดี เอียดหวัง ข้าราชการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2 ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูในปีการศึกษา 2568 และขอร่วมส่งกำลังใจให้ครูซีประสบความสำเร็จบนเส้นทางวิชาชีพ พร้อมสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ และชุมชนบ้านเกิดอย่างที่ตั้งใจไว้