กสศ. เดินหน้าจัดสรร “ทุนเสมอภาค” ปีการศึกษา 69 ช่วยนักเรียนยากจนพิเศษกว่า 1.3 ล้านคน ลดภาระค่าใช้จ่าย ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพ

กสศ. เดินหน้าจัดสรร “ทุนเสมอภาค” ปีการศึกษา 69 ช่วยนักเรียนยากจนพิเศษกว่า 1.3 ล้านคน ลดภาระค่าใช้จ่าย ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพ

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เดินหน้าจัดสรร “เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข” หรือ “ทุนเสมอภาค” ปีการศึกษา 2569 เพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่น้อยกว่า 1.3 ล้านคนทั่วประเทศ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ท่ามกลางสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครัวเรือนเปราะบาง

นางสาวกนิษฐา คุณาวิศรุต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ครัวเรือนยากจนพิเศษยังต้องแบกรับ “ต้นทุนแฝง” ทางการศึกษาจำนวนมาก ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหารเช้า ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าใช้จ่ายรายวันในช่วงเปิดเทอม ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กจำนวนไม่น้อยเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา

ข้อมูลล่าสุดจากการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษพบว่า ปัจจุบันครัวเรือนยากจนพิเศษมีรายได้เฉลี่ยเพียง 1,236 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะเดียวกัน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าเดินทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในภาระหลักของครัวเรือนนักเรียนยากจนพิเศษ

“เด็กจำนวนมากต้องเดินทางข้ามพื้นที่เพื่อไปโรงเรียน และในช่วงเพียง 2 เดือน ราคาน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 37 ขณะที่ราคาสินค้าจำเป็นหลายรายการเพิ่มขึ้นร้อยละ 8–44 ทำให้ต้นทุนในการ ‘ไปโรงเรียน’ สูงขึ้นอย่างมากสำหรับครัวเรือนยากจน” นางสาวกนิษฐา กล่าว

กสศ. จึงใช้ข้อมูลจากการคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษจากการวัดรายได้ทางอ้อม (Proxy Means Test: PMT) ซึ่งดำเนินการร่วมกับสถานศึกษา 6 สังกัดทั่วประเทศ โดยมีครูกว่า 400,000 คน ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและค้นหาเด็กกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ให้ได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนทุนเสมอภาค เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและสนับสนุนให้นักเรียนสามารถมาเรียนได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารเช้า ค่าเดินทาง ซึ่งในปีการศึกษา 2569 ได้ปรับเพิ่มเงินอุดหนุนเป็น 4,200 บาทต่อคนต่อปี จากเดิมครั้งแรก 1,600 บาทในช่วงเริ่มต้นของโครงการ และปรับขึ้นครั้งที่สองเป็น 3,000 บาทต่อคนปี โดยตลอดระยะเวลา 8 ปีของการดำเนิน “ทุนเสมอภาค” กสศ. ได้ปรับอัตราเงินอุดหนุนมาแล้ว 3 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการศึกษาที่เพิ่มสูงขึ้น

นางสาวกนิษฐา คุณาวิศรุต

นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า สำหรับปฏิทินการดำเนินงานทุนเสมอภาค ปีการศึกษา 2569 กสศ. กำหนดให้วันที่ 7 พฤษภาคม – 25 มิถุนายน 2569 เป็นช่วงตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักเรียนกลุ่มต่อเนื่อง รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลผู้ปกครอง การเปิดบัญชีพร้อมเพย์ และการแก้ไขช่องทางรับเงินอุดหนุน จากนั้นวันที่ 16–21 กรกฎาคม 2569 กสศ. จะดำเนินการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข รอบที่ 1 สำหรับนักเรียนกลุ่มต่อเนื่อง ขณะที่ช่วงวันที่ 7–24 กรกฎาคม 2569 จะเปิดระบบบันทึกข้อมูลนักเรียนยากจนกลุ่มใหม่ และในวันที่ 31 สิงหาคม – 3 กันยายน 2569 จะดำเนินการจัดสรรเงินอุดหนุนรอบที่ 2 สำหรับนักเรียนกลุ่มใหม่ รวมถึงกลุ่มที่มีการแก้ไขข้อมูล

ทั้งนี้ กสศ. ขอความร่วมมือให้โรงเรียนดำเนินการกรอกข้อมูลและยืนยันตัวตนนักเรียนภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 เพื่อให้อัปเดตข้อมูลจากต้นสังกัดได้ทันก่อนปิดระบบคัดกรองทุนเสมอภาค และป้องกันไม่ให้นักเรียนเสียสิทธิ์รับทุนจากกรณีข้อมูลไม่ถูกดึงเข้าสู่ระบบพิจารณาในภาคเรียนนี้

“กสศ. ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากคุณครูทั่วประเทศกว่า 1.2 หมื่นคน เพื่อปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้สะดวก รวดเร็ว และลดภาระงานของครูมากยิ่งขึ้นในปีการศึกษานี้ เช่น เพิ่มมาตรการความปลอดภัยป้องป้องข้อมูลครูและเด็กด้วย 2FA ลดการบันทึกภาพถ่ายการรับเงินเพื่อลดภาระการทำงานครู เป็นต้น นอกจากนี้ยังรณรงค์เพิ่มสัดส่วนการโอนเงินอุดหนุนตรงถึงนักเรียนผ่านระบบพร้อมเพย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ การทำความเข้าใจกับผู้ปกครองหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดสรรทุนให้ประสานมายัง กสศ. โดยตรง”

ขณะเดียวกัน กสศ. ยังเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนในกรณีพบความไม่โปร่งใสในการดำเนินงานในพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่า ‘ทุนเสมอภาค’ จะถูกส่งต่อถึงนักเรียนยากจนพิเศษอย่างตรงกลุ่มเป้าหมายและเป็นธรรมมากที่สุด ผ่านทางเว็บไซต์ในหน้า ‘ร้องเรียนทุจริต’ คลิก หรือ โทร 02-079-5475 กด 1

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของทุนเสมอภาค พบว่า นักเรียนที่ได้รับทุนเสมอภาคมีอัตราการคงอยู่ในระบบการศึกษาสูงถึงร้อยละ 98.27 อีกทั้งการได้รับเงินอุดหนุนอย่างต่อเนื่องยังส่งผลเชิงบวกต่อพัฒนาการทางร่างกายและอัตราการมาเรียน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบ ซึ่งมีจำนวนวันมาเรียนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7–12 วันต่อภาคเรียน

นอกจากนี้โอกาสการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ข้อมูลติดตามนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2564 จำนวน 167,989 คน พบว่า มีผู้สามารถเข้าสู่การศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยและยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ TCAS ได้ถึง 21,079 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 12.5 แม้ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง 2.5 เท่า แต่สะท้อนให้เห็นว่า การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำได้จริง

รวมทั้งในปีนี้เป็นปีแรกที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ใช้ฐานข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการจัดทำลำดับการกู้ยืมเงินรายใหม่ โดยนักเรียนที่เคยได้รับทุนเสมอภาคจะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับต้นด้วย ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนมีโอกาสเรียนต่อในระดับที่สูงกว่าภาคบังคับ และสามารถพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ

“ทุนเสมอภาคไม่ใช่เพียงเงินช่วยเหลือรายบุคคล แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาของประเทศ ที่ช่วยส่งต่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถมองเห็นเด็กกลุ่มเปราะบางและเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด เพื่อไม่ให้ความยากจนเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา” นางสาวกนิษฐา กล่าว