“ไม่ได้สวมเครื่องแบบแบบนี้ไปเรียนมานานมาก ตอนใส่ครั้งแรกก็รู้สึกเขิน ๆ ทำตัวไม่ค่อยถูก แต่พอไปถึงวิทยาลัย เห็นมีเพื่อนหลายคนแต่งตัวเหมือนเรา ก็เริ่มรู้สึกกลมกลืนไปกับคนอื่น ทำให้รู้สึกอุ่นใจ” “ต้าร์” ภูวมินทร์ สิงห์ทอง นักศึกษาระดับปวส. ปี 1 ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สาขาวิชาช่างกลเกษตร วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ เล่าถึงความรู้สึกที่ได้แต่งชุดนักศึกษา ได้สวมเครื่องแบบ เดินเข้าห้องเรียนของสถาบันการศึกษาเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี
ต้าร์เคยเป็นเด็กที่ต้องหันหลังให้โรงเรียนตั้งแต่อายุ 13 ปี เพราะความจำเป็นด้านครอบครัวที่ต้องออกไปทำงานก่อสร้างเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัว โดยเริ่มทำงานกับผู้รับเหมาในหมู่บ้าน และตระเวนรับงานก่อสร้างแทบทุกรูปแบบไปในหลายจังหวัด กว่าจะกลับมาสู่ห้องเรียนได้ เขาต้องรับมือกับอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย
“ผมตั้งใจที่จะกลับมาเรียนเพราะคิดว่าเราต้องไปต่อ จะหยุดอยู่แค่นี้ไม่ได้ ผมคิดเรื่องนี้ตอนที่ทำงานก่อสร้างมาจนถึงอายุ 18 ปี และคิดว่าเราจะไปต่อได้ยากถ้าไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะในชีวิตจริงไม่มีใครมาสอนเรา ตอนทำงานอยู่หน้างาน ทุกคนก็ก้มหน้าทำงานของตัวเองไป ผมต้องเรียนรู้เองจากการสังเกตการทำงานของคนอื่น คนที่มาสอนผมส่วนใหญ่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันที่มีประสบการณ์การทำงาน ช่วยสอนให้อ่านแบบแปลนโครงสร้างต่าง ๆ สอนก่ออิฐ ผสมปูน การวัดหน้างาน การคำนวณวัสดุ ไปจนถึงการออกแบบก่อสร้าง ทำให้ผมมีทักษะวิชาชีพมาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว แต่พอทำงานนี้ไปนาน ๆ ผมก็เริ่มคิดว่าตัวเองกำลังมาถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้ ต้องกลับไปเรียน โชคดีที่ผมได้เจอผู้ใหญ่ใจดีในตำบลหนองสนิท ที่พาผมเข้าสู่ ‘ศูนย์การเรียน CYF’ และ ’Mobile School‘ หรือ ‘โรงเรียนมือถือ’ ”


ต้าร์เป็นเยาวชนนอกระบบของตำบลหนองสนิท จังหวัดสุรินทร์ รุ่นแรก ๆ ที่เรียนผ่านโรงเรียนมือถือจนได้วุฒิมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) และเรียนต่อระดับมัธยมปลาย โดยใช้โครงงานด้านการก่อสร้างและทักษะการทำงานที่ได้เรียนรู้มาเกือบ 10 ปี มาเทียบเป็น ‘หน่วยกิต’ ทำให้สามารถเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้ทุกที่ จนจบม.6
“พอได้วุฒิ ม.6 ผมก็ตั้งใจจะนำวุฒิที่ได้ไปสมัครเรียนต่อในระดับปวส. หลักสูตรเรียนภาคค่ำ หรือวันเสาร์ – อาทิตย์ เพื่อเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่พอทราบว่าทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. เปิดรับนักศึกษาเพื่อเรียนต่อ ปวส. สาขาช่างกลเกษตร ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ ผมก็ลองสมัครขอรับทุนนี้ดู เพราะคุณสมบัติของผมผ่านเกณฑ์ คือได้เกรดเฉลี่ยสูงกว่า 3.00 และพอทราบว่าได้ทุนนี้ ผมก็ดีใจมาก
ผมว่าผมคิดถูกที่ตัดสินใจกลับมาเรียน ตอนแรก ๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะได้กลับมาเรียนด้วยซ้ำ ตอนที่อยู่นอกระบบ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คอยบั่นทอนความรู้สึก แต่ผมก็พยายามหลีกเลี่ยง ไม่ค่อยเก็บมาคิดในแง่ลบ และพยายามคิดว่าทำอย่างไรให้ตัวเองดีกว่าเดิม ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่าการเรียนไม่ว่าจะเป็นการเรียนในห้องหรือนอกห้อง หากเราตั้งใจจริงก็มีโอกาสที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตเราได้ครับ”
สัปดาห์แรกของการเรียน ต้าร์ยอมรับว่ามีหลายสิ่งที่เขาจะต้องปรับตัว ก่อนมาเรียน มีผู้ใหญ่ใจดีของตำบลหนองสนิท คือ พี่สมเกียรติ สาระ หัวหน้าสำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสนิท โทรศัพท์มาถามด้วยความเป็นห่วงเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ใหม่ โดยต้าร์ได้ตอบผู้ใหญ่ใจดีที่คอยส่งเสริมด้านการเรียนและให้กำลังใจเขามาตลอดว่า แม้จะเคยใช้ชีวิตโดยไม่มีกรอบของห้องเรียนมาหลายปี แต่ก็ปรับตัวได้ไม่ยาก เพราะตัวเขาเคยทำงานก่อสร้าง ทำงานหนักตากแดดตากลม และเคยลำบากกว่านี้มาก่อน
“พอต้องมาเรียน ตัวผมซึ่งห่างจากระบบไปนาน ก็มีความรู้สึกว่าต้องปรับตัวหลายเรื่องเหมือนกัน เพราะผมไม่ค่อยมีความมั่นใจ วันแรกที่เข้าเรียน อาจารย์ถามขึ้นในห้อง ผมรู้คำตอบที่อาจารย์ถาม แต่ก็ไม่มีความมั่นใจที่จะตอบคำถาม คิดว่าต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัว มีผู้ใหญ่ถามมาว่า มาเรียนต้องกลับมาอยู่ในระบบ มาอยู่หอพักรวมอยู่กับเพื่อน ๆ ห้องหนึ่งอยู่กัน 8 คน ต้องปรับเปลี่ยนนิสัยใหม่จะอึดอัดไหม ผมก็บอกว่าปรับตัวได้สบาย เพราะผมเคยอยู่แคมป์คนงานก่อสร้างมา ก็อยู่ร่วมกับคนอื่นมาโดยตลอดอยู่แล้ว พอมาอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ผมอยากฝากไปถึงเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ที่อาจจะเคยต้องออกจากการเรียนไปทำงานเหมือนผมว่า ไม่สายที่จะเริ่มต้นกลับมาเรียนใหม่ ทุกคนมีโอกาสเหมือนกันหมด อยู่ที่ว่าจะคว้ามันไว้หรือไม่ ทั้งหมดอยู่ที่ตัวเราเองทั้งนั้น ไม่มีใครมาลากเราไปทางนั้นทางนี้ได้ มีแต่ตัวเราเองที่จะพาตัวเราไปได้ครับ”
ด้านเทศบาลตำบลหนองสนิทและภาคีเครือข่าย ได้โพสต์ข้อความเพื่อส่งแรงใจเชียร์และร่วมยินดีกับก้าวที่งดงามในชุดนักศึกษาใหม่ของน้องต้าร์ ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นใหม่” ภาพของต้าร์ในชุดนักศึกษาสีขาวสะอาดในวันเปิดเรียนวันแรก คือบทพิสูจน์เชิงประจักษ์ที่มีชีวิตของพลังแห่งความยืดหยุ่นทางการศึกษา
ก้าวเดินครั้งใหม่ในฐานะ “ว่าที่ช่างกลเกษตรมืออาชีพ” ในชุดนักศึกษาของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ในวันนี้ คือก้าวแรกของการยกระดับทักษะจาก “ช่างก่อสร้าง” สู่การเรียนรู้ระบบเครื่องจักรกลเกษตรสมัยใหม่ หากมีโอกาส ต้าร์ตั้งใจจะนำวิชาความรู้นี้ต่อยอดให้ชีวิตของตัวเองด้วยการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นไปอีก เพื่อที่จะนำโอกาสที่ได้รับกลับมาพัฒนาความเป็นอยู่ของครอบครัวและชุมชนหนองสนิทในอนาคต