การต้องเลือกระหว่าง ‘เรียนต่อ’ หรือ ‘หยุดเพื่อไปทำงานหาเงิน’ คือทางแยกที่บีบหัวใจเยาวชนหลายคนที่มีต้นทุนชีวิตจำกัด เช่นเดียวกับเรื่องราวของ ‘ไฟซอล’ ‘ซารีน่า’ และ ‘จ๊ะจ๋า’ สามนักศึกษาที่เกือบจะต้องหันหลังให้ระบบการศึกษา เพียงเพราะสถานะทางการเงินของครอบครัว แต่ชีวิตของพวกเขากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อได้รับโอกาสจากทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง จากการสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งเปรียบเสมือนทางลัดจากความขาดแคลนสู่ความมั่นคงในอนาคต
ภายใต้ความร่วมมือของวิทยาลัยเทคนิคถลาง จังหวัดภูเก็ต และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทุนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่จ่ายค่าเทอมหรือมอบเงินสนับสนุนรายเดือนเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูให้พวกเขาได้ก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริงผ่านการฝึกทักษะช่างอากาศยาน
จนในวันนี้ทั้งสามคนไม่ได้เป็นเพียงนักศึกษาที่รอคอยโอกาสอีกต่อไป แต่เป็นบัณฑิตใหม่ที่พร้อมก้าวสู่โลกการทำงานด้วยความภาคภูมิใจ ตอกย้ำความตั้งใจของทุนนวัตกรรมฯ ที่ต้องการให้เด็กทุกคน ‘เรียนจบแล้วมีงานทำ’ และสามารถหยัดยืนได้ด้วยศักยภาพของตัวเองอย่างแท้จริง

‘ไฟซอล’ จากวันที่เกือบต้องหยุดเรียน สู่เส้นทางใหม่บนรันเวย์
เส้นทางของ ‘ไฟซอล’ หรือ กฤษฎา อินตัน นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อม แต่เริ่มจากช่วงเวลาที่ชีวิตเกือบต้องหยุดลง
ในช่วงปลาย ม.6 ขณะที่คนอื่นกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขากลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เมื่อพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวล้มป่วยกะทันหัน ภาระทางบ้านถาโถมเข้ามาพร้อมกับคำถามสำคัญในชีวิตว่า ‘จะได้เรียนต่อไหม’
“ตอนนั้นเป็นจังหวะที่ชีวิตพลิกมากครับ พ่อป่วย แล้วผมก็สมัครเรียนไว้แล้ว แต่ติดเรื่องค่าใช้จ่าย มันไม่ค่อยพอ ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะได้เรียนต่อไหม ตอนนั้นก็คิดเผื่อไว้เลยว่าถ้าไม่ได้เรียนต่อ ก็คงต้องออกไปทำงานก่อน เก็บเงิน แล้วค่อยพยายามกลับมาเรียนอีกทีครับ”
แต่ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น โอกาสกลับค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
ไฟซอลเริ่มต้นจากการค้นหาข้อมูลด้วยตัวเอง ก่อนจะได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่และอาจารย์ จนได้รู้จักทุนนวัตกรรมวิชาชีพชั้นสูง กสศ. ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต
“ตอนแรกผมหาเองจากในอินเทอร์เน็ต ทั้งเฟซบุ๊ก ทั้งติ๊กต๊อกแล้วก็มาถามรุ่นพี่ที่โรงเรียน เขาก็แนะนำให้ครับ แล้วก็เลยลองสมัครดู ตอนนั้นก็ไม่ได้หวังว่าจะได้หรือไม่ได้ แค่คิดว่าเอาเลย สมัครไปก่อน ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที”
และวันที่ผลประกาศออก กลายเป็นวันที่ทั้งเขาและครอบครัวไม่มีวันลืม
“ตอนที่รู้ว่าได้ทุน ดีใจมากครับ ตอนนั้นแม่ร้องไห้เลย ผมเองก็รู้สึกตื้นตัน เพราะก่อนหน้านั้นเหมือนเราหมดหวังไปแล้ว แต่จู่ ๆ มันมีโอกาสเข้ามา ทำให้เรารู้สึกว่ายังมีความหวัง แล้วก็สู้ต่อได้ครับ”

ทุน กสศ. ไม่ได้เป็นเพียงโอกาสในการเรียนต่อ แต่ยังเป็นหลักประกันให้กับชีวิตในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทั้งค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพรายเดือน และเงินออมตั้งต้นหลังเรียนจบ
โอกาสที่ได้รับ ทำให้เขาเลือกก้าวเข้าสู่สายอาชีพช่างอากาศยาน ที่วิทยาลัยเทคนิคถลาง จังหวัดภูเก็ต แม้จะไม่ใช่เส้นทางแรกที่เคยฝันไว้
“ตั้งแต่เด็กผมชอบเครื่องบินอยู่แล้ว แล้วก็เคยฝันอยากเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน แต่รู้สึกว่าทางนี้มันเป็นโอกาสที่เข้ามาก่อน ก็เลยเลือกคว้าไว้ แล้วค่อยเอาไปต่อยอดครับ”
ตลอดระยะเวลา 2 ปีในระดับ ปวส. เขาได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ รวมถึงการฝึกงานจริงกับการบินไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญที่ทำให้เขาเห็นภาพของอาชีพชัดขึ้น โดยเขาวางแผนเริ่มต้นทำงานในสาย Line Maintenance เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวไปสู่ความฝันที่วางไว้
“ตอนฝึกงานก็ได้ทำงานจริงเลยครับ เช่น รับเครื่อง ตรวจเครื่อง เดินเช็กสภาพทั่วไปว่าเครื่องมีความเสียหายไหม แล้วก็เรียนรู้การเปิดเอกสารต่าง ๆ ว่าถ้ามีปัญหาแล้วสามารถปล่อยเครื่องต่อได้ไหม โดยการตัดสินใจจะเป็นของวิศวกร ส่วนเราจะเป็นในส่วนของช่างที่ได้เรียนรู้และช่วยงาน ตอนนี้ก็อยากทำงานในสายที่เรียนมาก่อนครับ ค่อย ๆ เก็บประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยไปต่อในสิ่งที่ตัวเองฝันไว้”

สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุด ไม่ใช่แค่โอกาสทางการศึกษา แต่คือมุมมองต่อชีวิต
“จากเราที่เคยหมดหวัง ตอนนี้รู้สึกว่าเรามาไกลเกินกว่าจะหันกลับไปจุดเดิมแล้วครับ อะไรที่ผ่านมา มันก็ยังอยู่ในใจ แต่มันกลายเป็นแรงผลักดันให้เราเดินต่อ”
และในฐานะคนที่เคยเกือบไม่มีโอกาสเรียนต่อ ไฟซอลขอส่งต่อกำลังใจให้กับคนที่อาจกำลังยืนอยู่ในจุดเดียวกับเขาในวันนั้น
“อยากฝากถึงน้องๆ ว่า อย่าหมดหวังนะครับ พยายามต่อไป ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเรา ถ้าเราตั้งใจจริง สักวันเราจะได้มันมา ความพยายามไม่เคยทรยศใคร แล้วก็อยากขอบคุณ กสศ. มาก ๆ ครับ ถึงผมจะไม่รู้ว่าพี่ ๆ เบื้องหลังเป็นใครบ้าง แต่ผมรู้สึกขอบคุณจริง ๆ ที่ทำให้เด็กคนหนึ่งมีโอกาสมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมไม่คิดเลยว่าจะได้มายืนอยู่ตรงนี้ รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจมากครับ ขอบคุณครับ”

จากหยาดเหงื่อในป่ายาง สู่เส้นทางการศึกษาที่เปลี่ยนชีวิต ‘ซารีน่า’
ความลำบากในชีวิตของใครบางคน อาจเป็นเพียงช่วงเวลาที่ต้องผ่านไป แต่สำหรับบางคน มันคือจุดตั้งต้นของแรงผลักดันที่ทำให้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เช่นเดียวกับเรื่องราวของ ‘ซารีน่า-นารีรัตน์ จันทร์สมุทร’ วัย 20 ปี นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สาขาช่างอากาศยาน วิทยาลัยเทคนิคถลาง
เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีข้อจำกัดด้านการเงิน ชีวิตในวัยเรียนจึงไม่ใช่แค่การไปโรงเรียน แต่คือการแบ่งเวลาระหว่างหน้าที่ของลูกและหน้าที่ของนักเรียน ตั้งแต่ช่วยแม่กรีดยางยามเช้ามืด ไปจนถึงงานในบ้านที่ต้องรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง
“หนูช่วยแม่ทำงานมาตลอดค่ะ ทั้งกรีดยางและงานที่บ้าน ตื่นตี 5 ไปกรีดยางก่อน แล้วค่อยไปโรงเรียน ทำแบบนี้ทุกวัน จนเรียนมาถึง ม.6 ตอนนั้นหนูเคยคิดว่าจะไม่เรียนต่อแล้ว เพราะอยากลดภาระพ่อแม่”
แม้จะพยายามเรียนจนจบมัธยมปลาย แต่ความจริงเรื่องฐานะครอบครัวยังคงเป็นกำแพงสำคัญ ทำให้เธอไม่กล้ามองไกลไปถึงการเรียนต่อ
“พอเห็นเพื่อน ๆ สมัครมหาวิทยาลัยกัน หนูก็คิดว่าเราคงไม่ได้เรียนต่อ เลยตัดสินใจว่าจะไม่เรียนต่อ ไม่กู้ กยศ. ไม่ทำพอร์ตเลยค่ะ”
จนกระทั่งโอกาสที่ไม่คาดคิดได้เข้ามาเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธออย่างสิ้นเชิง เมื่ออาจารย์แนะแนวเรื่องทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. ให้รู้จัก ทำให้ในวันที่เกือบจะยอมแพ้ โอกาสนี้กลับกลายเป็นความหวังที่เธอเลือกจะคว้าไว้
“หนูรู้สึกเลยว่านี่แหละคือโอกาสที่จะเปลี่ยนชีวิต ก็เลยลองสมัคร ทำทุกขั้นตอนเต็มที่ คิดว่าได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากัน”

ในที่สุดซารีน่าก็ได้รับทุนและกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต
“ตอนรู้ว่าได้ทุน หนูร้องไห้เลยค่ะ ดีใจมาก ไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้จริง ๆ”
ทุนนวัตกรรมฯ ไม่เพียงช่วยเปิดประตูสู่การศึกษา แต่ยังช่วยปลดภาระทางการเงินของครอบครัว ทำให้เธอสามารถก้าวต่อได้โดยไม่ต้องหันกลับไปกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
“หนูแทบไม่ได้ใช้เงินจากที่บ้านเลยค่ะ ค่าเทอม ค่าชุด ทางทุนดูแลให้หมด แล้วก็มีค่าครองชีพเดือนละ 7,500 บาท มีหอพักให้ จ่ายแค่ค่าน้ำค่าไฟประมาณ 300 บาท แล้วก็ต้องออมเงินเดือนละ 750 บาท หนูก็พยายามใช้แบบประหยัดที่สุด จะได้ไม่ต้องขอเงินที่บ้านเพิ่ม”
จากเด็กคนหนึ่งที่เกือบหลุดออกจากระบบการศึกษา วันนี้ซารีน่ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางวิชาชีพที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความอดทน และการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุปสรรคเรื่องภาษาอังกฤษที่เธอเคยกังวล

“ตอนแรกหนูไม่เก่งภาษาอังกฤษเลยค่ะ แต่พอมาเรียนสาขานี้ต้องใช้ทั้งหมด มันเลยค่อย ๆ ซึมซับ ตอนนี้อ่านได้ เข้าใจมากขึ้น รู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก”
การศึกษาสำหรับซารีน่าไม่ได้เพียงให้ความรู้ แต่ยังสร้างความเป็นไปได้ใหม่ให้กับชีวิต จากคนที่เคยมองไม่เห็นอนาคต วันนี้เธอกำลังจะก้าวเข้าสู่โลกการทำงานด้วยความมั่นใจมากขึ้น
“ถ้าวันนั้นหนูเลือกไม่เรียน วันนี้อาจยังต้องขอเงินแม่อยู่ก็ได้ แต่ตอนนี้หนูกำลังจะได้เริ่มทำงาน มีรายได้ และเริ่มตั้งตัวได้แล้วค่ะ”
เป้าหมายของเธอในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การมีงานทำ แต่คือการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตตัวเองและตอบแทนครอบครัว
“หนูอยากทำงานเป็นช่างอากาศยานของการบินไทยค่ะ ในส่วน Base Maintenance เป็นงานในโรงซ่อม งานใหญ่ ๆ อย่าง C-check หนูชอบงานลุย ๆ แล้วในอนาคตก็อยากเป็น Licensed Engineer จะได้มีอาชีพที่มั่นคง และช่วยแม่ได้มากขึ้น”
เมื่อมองย้อนกลับไป ซารีน่ามองว่า ‘ความกล้าที่จะไม่ปล่อยโอกาส’ ในวันนั้น คือสิ่งที่พาเธอมาถึงวันนี้
“เราอาจไม่ได้เริ่มต้นดีที่สุด แต่พอมีโอกาสเข้ามาแล้ว ดีใจที่เราไม่ปล่อยมันไป”
และสำหรับใครก็ตามที่กำลังเผชิญข้อจำกัดในชีวิต เธอมีสิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้
“ถ้ามีโอกาสเข้ามา อยากให้คว้าไว้ อย่าทิ้งมันไป ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แต่โอกาสสำคัญมากจริง ๆ อย่ามองว่าทุนเป็นแค่ทุน แต่มันคือความหวังของหลายคน อยากให้ตั้งใจและอย่าหยุดพยายาม สุดท้ายอยากขอบคุณ กสศ. มาก ๆ ที่มองเห็นความตั้งใจของเด็กคนหนึ่ง หนูจะใช้โอกาสนี้ให้ดีที่สุดค่ะ”

‘จ๊ะจ๋า’ ลบภาพอดีตเด็กที่เคยหลงทาง เป็นสาวแกร่งที่หยัดยืนด้วยตัวเอง
ชีวิตของบางคนไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อม แต่เต็มไปด้วยช่องว่างที่ต้องเรียนรู้จะยืนด้วยตัวเองให้ได้ เช่นเดียวกับ ‘จ๊ะจ๋า – ปัณณภร ปิติรัตนวรนาท’ วัย 21 ปี นักศึกษาสาขาช่างอากาศยาน ที่เติบโตมาโดยไม่มีพ่อแม่อยู่เคียงข้างตั้งแต่ยังเล็ก
เธออาศัยลุงและป้าจนถึงระดับมัธยมต้น ก่อนที่ชีวิตจะเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงที่ต้องดูแลตัวเองอย่างจริงจัง โดยตั้งแต่หลังจบ ม.3 เธอเริ่มทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียน ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตในวัยเรียนด้วยตัวเอง
“หนูไม่มีพ่อแม่ตั้งแต่เด็กเลยค่ะ ลุงกับป้าเป็นคนส่งเรียนมาตลอดจนถึง ม.3 หลังจากนั้นหนูก็เริ่มดูแลตัวเองแล้วค่ะ ตอน ม.3 หนูเป็นเด็กเกเร เคยมีประวัติเกี่ยวกับสารเสพติดด้วย แต่พอขึ้น ม.4 ก็เริ่มคิดว่าอยากทำให้เขาเห็นว่า ถึงเราจะเคยเป็นแบบนั้น แต่เราก็ยังเรียนต่อได้ ยังส่งตัวเองเรียนได้ แล้วก็มีพี่คนหนึ่งที่ช่วยให้หนูเลิกสิ่งพวกนี้ได้ทั้งหมดเลยค่ะ หลังจากนั้นก็กลับมาตั้งใจเรียนใหม่”
เส้นทางของเธอไม่ได้ราบรื่น ทั้งเรื่องพฤติกรรมในอดีต และภาระทางการเงินที่ต้องแบกรับด้วยตัวเอง เธอทำงานมาตลอดเพื่อให้มีเงินเรียน และในบางช่วงก็จำเป็นต้องกู้ กยศ. เพื่อประคองตัวเองให้อยู่ในระบบการศึกษาต่อไป
“ตอน ม.6 หนูคิดว่าจะไม่เรียนต่อค่ะ กะว่าจะไปสอบเป็นอาสาสมัครทหารพรานหญิง เพราะอยากมีงาน มีรายได้ แต่พอดีได้คุยกับรุ่นพี่ เขาแนะนำเรื่องทุน กสศ. ซึ่งเป็นทุนให้เปล่าก็เลยลองสมัครดูค่ะ”
จากจุดที่เกือบจะออกจากระบบการศึกษา เธอเลือกเสี่ยงอีกครั้งกับโอกาสที่เพิ่งเข้ามา แม้จะไม่ได้มั่นใจในตัวเองนัก โดยเฉพาะเรื่องภาษาอังกฤษ
“ตอนนั้นหนูสมัครหลายทุนเลยค่ะ แต่จริง ๆ ไม่ได้คาดหวังว่าจะติด เพราะหนูไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่อาศัยว่ามีพื้นฐานจากการทำงานช่วงปิดเทอม เลยพอสื่อสารได้บ้าง”
ในที่สุด เธอได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งกลายเป็นแรงพยุงสำคัญที่ทำให้เธอสามารถเรียนต่อได้ โดยไม่ต้องแบกรับทุกอย่างเพียงลำพัง
“ทุนนี้ช่วยได้เยอะเลยค่ะ อย่างน้อยก็ช่วยเรื่องค่าเรียน ทำให้หนูไม่ต้องแบกทั้งหมดคนเดียว แล้วที่สำคัญคือมีงานรองรับหลังเรียนจบ ทำให้หนูมั่นใจมากขึ้นว่าอย่างน้อยเราจะไม่ตกงาน และสามารถดูแลตัวเองต่อได้”

แม้จะได้โอกาสแล้ว เส้นทางก็ยังคงมีบททดสอบ โดยเฉพาะช่วงที่เธอเคยรู้สึกไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ จนเกือบถอดใจกับการเรียนต่ออีกครั้ง แต่เมื่อคิดถึงอนาคตที่ต้องหยัดยืนตามลำพัง เธอจึงเปลี่ยนความคิดและใช้โอกาสที่มีให้คุ้มค่าที่สุด
“ถ้าย้อนกลับไปมองตัวเองตอนเด็ก ๆ ที่เคยเกเร ก็รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นมากค่ะ ตอนนั้นไม่เอาอะไรเลย เที่ยวกับเพื่อน แต่ตอนนี้เลิกทุกอย่างได้แล้ว แล้วก็สามารถดูแลตัวเองได้ ก็ภูมิใจในตัวเองมาก”
ประสบการณ์ชีวิตที่ต้องดิ้นรนมาตลอด ทำให้เธอมีความชัดเจนในเป้าหมายมากขึ้น ทั้งในเรื่องงานและอนาคต
“ตอนนี้หนูสมัครงาน Line Maintenance ไปแล้วค่ะ รอสัมภาษณ์ ถ้าได้งานก็อยากพัฒนาตัวเองไปเป็นตัวจริงให้เร็วที่สุด แล้วก็อยากมีธุรกิจของตัวเองในอนาคต ให้มีทั้งงานหลักและงานเสริม”
จากเด็กคนหนึ่งที่เคยหลงทาง วันนี้จ๊ะจ๋ากำลังสร้างเส้นทางของตัวเองด้วยความตั้งใจ และไม่ยอมให้ข้อจำกัดในอดีตมาฉุดรั้งอนาคต
“คนเราไม่มีใครเก่งตั้งแต่แรก ทุกคนเริ่มจากศูนย์เหมือนกัน ถ้าไม่เก่งก็ต้องขยัน ทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันจะดีขึ้นเองค่ะ”
ท้ายที่สุด เธอฝากข้อความถึงน้อง ๆ หรือใครก็ตามที่อาจกำลังรู้สึกว่าตัวเองไปต่อไม่ได้
“อยากฝากถึงน้อง ๆ ที่อาจกำลังเกเร หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางไปนะคะ ว่าอย่าเพิ่งตัดสินตัวเองเร็วเกินไป มันเริ่มใหม่ได้เสมอ ขอบคุณที่มองเห็นและให้โอกาสหนูตรงนี้ค่ะ”
