142 นศ.ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ จาก 10 สถาบัน เรียนจบ ปวส. อย่างภาคภูมิ สะท้อนผลลัพธ์ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เปิดทางสู่การมีงานทำ

142 นศ.ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ จาก 10 สถาบัน เรียนจบ ปวส. อย่างภาคภูมิ สะท้อนผลลัพธ์ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เปิดทางสู่การมีงานทำ

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีภาคเอกชน จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและพิธีมอบเกียรติบัตรแสดงความยินดีกับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ รุ่นที่ 5 จำนวน 142 คน ซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จาก 10 สถาบันอาชีวศึกษา พร้อมก้าวสู่เส้นทางการทำงานและการประกอบอาชีพอย่างมั่นคง

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–8 มีนาคม 2569 ณ โรงแรม ฎ-ชฎา รีสอร์ต บาย เดอะ ซี (Dor-Shada Resort by The Sea) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาจาก 10 สถาบันอาชีวศึกษา ใน 8 จังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม

สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา วิทยาลัยเทคนิคบางแสน วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่พัทยา วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ วิทยาลัยสารพัดช่างสุรินทร์ วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ และวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง โดยมีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐด้านการดูแลคนพิการในระดับพื้นที่ และสถานประกอบการภาคเอกชนร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรม

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนผลการดำเนินงานของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งมุ่งพัฒนาการศึกษาสายอาชีพเพื่อเปิดโอกาสสู่การมีงานทำ ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา ภาคเอกชน และเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ ในการระดมทรัพยากรและองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพตามความถนัด พร้อมผลักดันการยอมรับในศักยภาพของผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ อันเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือเปิดประตูสู่โอกาสและการเปลี่ยนแปลงในชีวิต

ตลอดระยะเวลา 3 วันของกิจกรรม นักศึกษาทุนที่สำเร็จการศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การมีงานทำ อาทิ การเสริมสร้างความมั่นใจและมารยาททางสังคมในที่ทำงาน รวมถึงการฝึกทักษะการสัมภาษณ์งาน โดยมีภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษากับ กสศ. มาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ได้แก่ Café Amazon บริษัท สยามมิชลิน จำกัด และบริษัท GOSOFT (Thailand) จำกัด ผู้ให้บริการด้านไอทีและเทคโนโลยีในเครือ CP ALL เข้าร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการทำงาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากรุ่นพี่นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่โลกการทำงาน

ว่าที่พันตรี ดร.วัชรพล ลักษณลม้าย ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพิธีปัจฉิมนิเทศ แต่สะท้อนพลังของโอกาสทางการศึกษา และความมุ่งมั่นของนักศึกษาทุกคนที่ได้เรียนรู้ ฝึกทักษะ และเตรียมความพร้อมสู่โลกของการทำงานร่วมกัน

“การเป็นผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ไม่ได้หมายความว่าศักยภาพของเราจะน้อยกว่าคนอื่น ทุกคนได้พิสูจน์แล้วว่า ศักยภาพของมนุษย์ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยข้อจำกัดของร่างกาย แต่ถูกกำหนดด้วยโอกาสทางการศึกษาและความเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง การจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษจึงไม่ใช่เพียงการเปิดประตูของสถานศึกษา แต่คือการเปิดประตูของชีวิต เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตนเอง จนสามารถก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างภาคภูมิ”

ว่าที่พันตรี ดร.วัชรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของนักศึกษาในครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่า “การศึกษาเพื่อทุกคน” ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่เกิดขึ้นได้จริง และเชื่อมั่นว่านักศึกษาทุกคนจะสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอด สร้างคุณค่าให้กับตนเอง ครอบครัว และสังคม พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนอีกจำนวนมากที่กำลังรอโอกาสทางการศึกษาเช่นเดียวกัน

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวผ่านวิดีทัศน์แสดงความยินดีกับนักศึกษาทุน

นวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ รุ่นที่ 5 ว่า โครงการนี้ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2563 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ได้เรียนต่อในสายอาชีพระดับสูงอย่างเท่าเทียม ภายใต้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนชั้น ม.6 ปวช.3 หรือเทียบเท่า ได้ศึกษาต่อในสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน

ปัจจุบันโครงการได้มอบทุนสะสมแล้ว 6 รุ่น รวมประมาณ 674 คน ในสถานศึกษาอาชีวศึกษา 12 แห่ง ครอบคลุม 9 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในปีการศึกษา 2568 มีนักศึกษารุ่นที่ 5 จำนวน 142 คน สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จาก 10 สถาบันใน 8 จังหวัด แบ่งเป็นภาคเหนือ 38 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 39 คน ภาคกลาง 28 คน และภาคตะวันออก 37 คน

ผู้รับทุนประกอบด้วยผู้เรียนที่มีความพิการหลากหลายประเภท ได้แก่ ความพิการทางการได้ยินหรือการสื่อความหมาย 85 คน ความพิการทางการเคลื่อนไหวร่างกาย 21 คน ความพิการทางสติปัญญา 19 คน ความพิการทางออทิสติก 11 คน และความพิการทางการเรียนรู้ 6 คน

“แม้น้อง ๆ จะมีความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่แพ้ใครในสังคม วันนี้จึงเป็นวันที่น่าภาคภูมิใจ ทั้งสำหรับนักศึกษา ครอบครัว และครูผู้สอนที่ร่วมกันสนับสนุนจนทุกคนก้าวมาถึงจุดนี้”

ดร.ไกรยส กล่าวเพิ่มเติมว่า กสศ. มีความตั้งใจที่จะขยายโอกาสของโครงการไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษในทุกจังหวัดของประเทศไทยสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม

“วันนี้คือจุดเริ่มต้นของอีกเส้นทางหนึ่ง จากห้องเรียนสู่โลกการทำงาน ซึ่งจะเป็นห้องเรียนที่กว้างขึ้นในสังคมและสถานประกอบการ ขอให้น้อง ๆ เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ตั้งใจไว้”

คุณภูรี สมิทธิเนตย์ หัวหน้าโครงการ Café Amazon for Chance บริษัท สานพลังวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าวว่า การที่นักศึกษาทุกคนก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตนเอง บางคนต้องเดินทางจากบ้านเกิดไปเรียนในต่างจังหวัด เพื่อแสวงหาโอกาสในการพัฒนาชีวิต ถือเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงชีวิต

“น้อง ๆ ทุกคนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้จะมีข้อจำกัดทางร่างกาย แต่ด้วยความพยายาม ความกล้า และความมุ่งมั่น ก็สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง และก้าวสู่ความสำเร็จในเส้นทางอาชีพได้”

คุณภูรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนทำเมื่อกลับถึงบ้าน คือการกลับไปกอดพ่อแม่หรือครูผู้เป็นกำลังสำคัญที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เพราะความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของนักศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับรุ่นน้องและผู้เรียนอีกจำนวนมากต่อไป

คุณเยาวลักษณ์ จักรศรี Section Manager, Talent Acquisition ในนามตัวแทนของบริษัท GOSOFT ในเครือ CP ALL กล่าวว่า บริษัทมีความยินดีเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบุคลากรที่เป็นผู้พิการเข้าร่วมงานกับองค์กร โดยเฉพาะผู้ที่มีทักษะและความสามารถหลากหลาย ทั้งสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานบริการลูกค้า รวมถึงงานด้านอื่น ๆ ที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม CP ALL และ GOSOFT

“เรายินดีเปิดรับผู้พิการทุกประเภท ขอเพียงมีทักษะ ความตั้งใจ และความกล้าที่จะก้าวออกมาสมัครงาน อย่าให้ข้อจำกัดทางร่างกายมาเป็นตัวกำหนดศักยภาพของตนเอง หากสนใจร่วมงานกับเรา สามารถสมัครได้ผ่านเว็บไซต์ของ GOSOFT และ CP ALL”

ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม หัวหน้าโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ จากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตลอดเส้นทางของโครงการที่ผ่านมาได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของผู้เรียน จากวันที่หลายคนต้องรอคอยความช่วยเหลือ วันนี้นักศึกษาทุกคนได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังและศักยภาพของตนเอง สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม

“สิ่งที่เราได้ยินจากนักศึกษาทุกคนคือการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากภายในตัวเอง จากความกลัวสู่ความกล้า จากความไม่รู้สู่การเรียนรู้ และจากความไม่ถนัดสู่ความสามารถ จนสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่าง ๆ และสำเร็จการศึกษาได้ในวันนี้”

ผศ.ดร.ชนิศา กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญต่อจากนี้คือการทำให้สังคมได้เห็นศักยภาพของผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ว่าสามารถทำงานและเติบโตได้ในทุกองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน

ธนกร แก้วดี หรือ “ชินจัง” ผู้ช่วยครูวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก และนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ รุ่นที่ 1 กล่าวว่า ปัจจุบันทำหน้าที่ดูแลการเรียนการสอนและช่วยอธิบายบทเรียนให้กับนักเรียนในวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก รวมถึงช่วยสนับสนุนกิจกรรมฝึกประสบการณ์ของนักเรียนในสถานที่ต่าง ๆ

“ผมอยากฝากถึงน้อง ๆ นักศึกษาทุนรุ่นที่ 5 ว่า สิ่งสำคัญสำหรับการก้าวสู่โลกการทำงานมีหลายเรื่อง เริ่มจากการบริหารจัดการเงินของตนเอง เพราะเมื่อได้รับโอกาสทางการศึกษาแล้ว เราควรวางแผนการใช้ชีวิตให้ดี ต่อมาคือการเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับความสามารถของตนเอง รวมถึงการพัฒนาทักษะการสื่อสาร เพราะการทำงานต้องผ่านการสัมภาษณ์และการทำงานร่วมกับผู้อื่น”

ธนกร กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกสองสิ่งสำคัญคือความอดทน และการเปิดใจเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น เพราะการทำงานในสังคมต้องร่วมงานกับคนที่มีความแตกต่าง หากมีความพยายาม ความอดทน และกล้าที่จะสื่อสาร ก็จะสามารถปรับตัวและเติบโตในโลกการทำงานได้อย่างมั่นคง