“เด็กทุนนวัตกรรมฯ สาขาเรา จบแล้วมีงานทำทุกคนครับ”
“ถ้าเด็กชุดนี้เขาไม่ได้เรียนหรือไม่ได้รับทุนนี้ หลายคนเขาก็ต้องทิ้งความฝันในการเรียนต่อ แล้วออกไปทำงานหาเงินเพื่อช่วยเหลือตัวเอง ช่วยเหลือทางบ้าน แต่พอเขาได้ทุนนี้ เราก็สามารถร่วมกันวางแนวทางที่เป็นเข็มทิศให้กับเด็ก ๆ จนเขามีความรู้ความสามารถและมีงานทำ ซึ่งเป็นผลดีกับเด็ก ๆ ทุกคนครับ”

‘ครูจอม’ จิระศักดิ์ จินดาวงศ์ ครูชำนาญการ สาขาวิชาเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคถลาง จังหวัดภูเก็ต กล่าวอย่างภาคภูมิใจที่สามารถส่งนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ถึงปลายทางของการมีอาชีพ มีรายได้และมีชีวิตที่ดีขึ้น
สาขายานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คือสาขาล่าสุดของวิทยาลัยเทคนิคถลางที่เข้าร่วมโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง (ปวส. 2 ปี) โดยทางวิทยาลัยได้มีการปรับหลักสูตรเพื่อให้ตอบโจทย์สถานประกอบการ และเพิ่มโอกาสการมีงานทำให้นักศึกษา
“เราได้ปรับแผนการเรียนใหม่เป็นระบบ 1:1 ปีแรกให้เด็ก ๆ เรียนทฤษฎีและปฏิบัติในวิทยาลัย หลังจากนั้นในปีที่สอง เด็กจะออกไปฝึกงานที่สถานประกอบการ ส่งผลให้เด็ก ๆ กสศ. รุ่นบุกเบิกที่กำลังจะจบ เหลือเพียงแค่รอรับใบประกาศจากวิทยาลัย สามารถเข้าทำงานต่อในสถานประกอบการได้ทันที”
ที่สำคัญ วิทยาลัยเทคนิคถลางได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับค่ายรถยนต์ไฟฟ้าชื่อดังอย่าง MG และ BYD พร้อมออกแบบรายวิชาให้ตรงกับทักษะความรู้ที่สถานประกอบการต้องการ เพื่อให้นักศึกษาสามารถปฏิบัติงานได้จริง
“เรามีการทำแผนฝึกร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ โดยเชิญสถานประกอบการมาช่วยอบรมทักษะ พร้อมกับการนำรถไฟฟ้าและอุปกรณ์จริงมาประกอบการบรรยาย”

แต่นอกเหนือจากทักษะอาชีพ ครูจอมมองว่าทักษะชีวิตและมายด์เซ็ตก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องเตรียมให้นักศึกษาพร้อมก่อนออกไปฝึกงานหรือทำงานในสถานประกอบการ โดยครูจะเน้นย้ำเสมอว่า ต้องรู้จักเคารพสถานที่ เคารพบุคลากรทุกคน ใฝ่รู้ รวมถึงมีความรอบคอบ ป้องกันอุบัติเหตุและความผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงานด้วย
“แน่นอนว่าเด็กอาจยังไม่เก่งทันที แต่สิ่งที่ครูรู้สึกดีใจ คือการได้เห็นเขา มีความพยายามที่จะเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ในสถานประกอบการ บางคนมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับทีมวิศวกรจากจีน เพราะ EV เป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งพอเด็กเราได้ไปคลุกคลีกับเขา ก็ได้รับประสบการณ์ที่ช่วยหล่อมหลอมให้เขาโตขึ้น ได้เปลี่ยนมุมมองความคิดและทัศนคติเรื่องการทำงานไปอย่างมาก
“ในส่วนของครู ประสบการณ์ต่าง ๆ ก็ทำให้เราได้เรียนรู้เช่นกัน เมื่อก่อนเราอาจคิดแค่ว่า เด็กที่เรียนจบจากเราไปจะต้องมีพื้นฐานหรือความสามารถในการทำงานแบบนี้ ๆ นะ แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการปลูกฝังแนวคิดในการทำงาน เพราะสิ่งที่สถานประกอบการต้องการมากที่สุด ไม่ใช่เด็กนั้นต้องเก่งที่สุด แต่คือเด็กคนนั้นมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และรู้จักรับผิดชอบต่อองค์กร แค่นั้นเลยครับ”
ครูจอมย้ำว่าคุณลักษณะของนักศึกษาทุนนวัตกรรมฯ ของวิทยาลัยเทคนิคถลาง คือการเป็นนักเรียนรู้และพร้อมที่จะปรับตัว ซึ่งจะช่วยให้เขาสามารถพัฒนาชีวิตของตัวเองได้ไม่ว่าจะเลือกเส้นทางไหนในอนาคต
“สถานประกอบการเขาสามารถสอนคนให้เก่งได้ แต่คนที่มีความคิด รักการเรียนรู้ ปรับตัวได้ และรู้จักรับผิดชอบ สิ่งนี้แหละคือคุณสมบัติที่หาได้ยาก และเป็นที่ต้องการของสถานประกอบการมากที่สุด ซึ่งพอเด็กของเราได้รับการพัฒนาแนวคิดมาตั้งแต่ต้น ทำให้สถานประกอบการรู้สึกว่าเด็ก ๆ ของเรามีคุณภาพ”

ปัจจุบัน โอกาสการมีงานทำหลังจบการศึกษาของนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ในสาขา EV คือ 100% ยกเว้นกรณีที่เด็กเลือกเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น
“เด็กทุนฯ ของเรามีงานทำทุกคนครับ ยกเว้นบางคนที่ต้องการวุฒิการศึกษาสูงขึ้น เขาก็จะไปเรียนต่อด้วยโควต้าของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สาขานวัตกรรม ซึ่งจะทำให้เขาได้พัฒนาทักษะและได้วุฒิครุศาสตร์ สามารถเป็นครูได้ในอนาคต”
สุดท้ายครูจอมฝากถึงเด็ก ๆ ที่อาจกำลังหมดหวังในการศึกษาต่อ เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ว่าให้ลองสมัครโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของ กสศ. เพราะทุนนี้เป็นทุนให้เปล่าที่ไม่ได้ให้แค่โอกาสทางการศึกษาแต่มอบโอกาสในการมีงานทำด้วย
“อย่างเด็กช่างยนต์ EV นอกจากเงินสนับสนุนของ กสศ. ทุกเดือนแล้ว ยังได้รับค่าตอบแทนระหว่างฝึกงาน ที่สถานประกอบการมอบให้อีกเดือนละ 6,000-7,000 บาท แปลว่าเดือนนึงได้เงินเกือบ 15,000 บาท เพราะฉะนั้นขอฝากว่าอย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งสิ้นหวังกับการเรียน ยังมีกองทุนที่รองรับพวกคุณในการเปิดโอกาสในการเรียนรู้ จบแล้วมีงานทำแน่นอน”

จากถอดใจไม่เรียนต่อ สู่ ‘พนักงานใหม่ MG’ ชีวิตที่เลือกได้ของนักศึกษาทุนฯ EV
ปัจจุบันนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สาขายานยนต์ไฟฟ้า (EV) รุ่นแรกใกล้จบการศึกษาแล้ว ในจำนวนนี้มีสองหนุ่ม ‘นัตซี’ ชัยรัตน์ กะสิรักษ์ และ ‘เก้า’ ธนกฤต เล่นทัศน์ ได้รับเลือกเข้าทำงานที่ MG ภูเก็ต ถลาง ซึ่งพวกเขาขอเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่เกือบไม่ได้ไปต่อบนเส้นทางการศึกษา จนมาถึงวันที่มองเห็นอนาคตอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
“ก่อนได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ผมอยู่กับพ่อแม่และพี่สาวที่ระนอง ได้เงินใช้วันละ 50 บาท ถ้าช่วงไหนปิดเทอมหรือมีเวลาว่าง ผมก็จะไปสมัครงานพาร์ทไทม์ของร้านสะดวกซื้อ ซึ่งถ้าไม่ได้ทุนของ กสศ. ตอนนี้ผมก็คงทำงานอยู่ร้านสะดวกซื้อเหมือนเดิม และไม่ได้เรียนต่อในสาขาที่ตรงกับความต้องการ แม้ว่าผมจะชอบและสนใจเรื่องเกี่ยวกับเครื่องยนต์มาตั้งแต่เด็ก”

‘นัตซี’ ชัยรัตน์ นักศึกษา ปวส. 2 สาขายานยนต์ไฟฟ้า (EV) เล่าย้อนไปในช่วงที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 38 จังหวัดระนอง ที่ตั้งใจจะออกไปหางานทำเพื่อช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว แต่เปลี่ยนใจเมื่อได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับทุนการศึกษาของ กสศ.
“นอกจากค่าเรียนแล้ว ผมได้เงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวจาก กสศ. เดือนละ 7,500 บาท ผมแบ่งเก็บออมเดือนละ 750 บาท แล้ว กสศ. ก็ยังอบรมทักษะต่าง ๆ ให้พวกผม ส่วนเรื่องการเรียน ก็มีบางวิชาที่รู้สึกว่ายากหรือท้อบ้าง แต่ผมฝันอยากเป็นช่างยนต์ไฟฟ้า มันก็ทำให้ผมผ่านมาได้ครับ”
หลังจากเรียนภาคทฤษฎีแล้ว นัตซีมีโอกาสฝึกงานกับ MG สาขาถลาง ทำให้ได้เรียนรู้การใช้อุปกรณ์หลายอย่าง ที่แม้จะยากแต่เขาก็พยายามเรียนรู้และปรับตัว

“ผมฝึกแผนก Fast Service ครับ งานของผมหลัก ๆ ก็คือการตรวจเช็กระยะทั่วไป ตอนไปใหม่ ๆ ก็มีงง ๆ บ้างครับ แต่ผมเชื่อว่าความรู้จริง ๆ เกิดจากประสบการณ์หน้างานมากกว่า แล้วพอผมได้เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มทำได้ และทำให้ชอบงานนี้ยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ฝึกงานจบแล้วครับ ทาง MG ได้เสนอให้ทำงานต่อ ซึ่งผมก็ส่งใบสมัครและได้งานแล้ว เหลือแค่รอรับใบจบ ก็สามารถเริ่มงานได้ทันทีครับ”
นัตซีบอกว่าโอกาสทางการศึกษาที่ได้รับในวันนั้น ทำให้เขามีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น และวันนี้เขาได้เดินมาถึงความฝันของตนเองแล้ว
“ผมมีความฝันว่าอยากเป็นช่างประจำศูนย์รถยนต์สักแห่ง ขอบคุณทุกคนที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่ผมสนใจ ได้งานที่อยากทำ เพราะถ้าไม่ได้ทุน ผมก็นึกไม่ออกนอกว่าชีวิตตอนนี้จะเป็นยังไง”

เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนอย่าง ‘เก้า’ ธนกฤต ซึ่งเคยตัดสินใจจะไม่เรียนต่อเพราะฐานะครอบครัวไม่เอื้ออำนวย
“ก่อนหน้านี้ ผมเรียนมัธยมปลายอยู่ที่โรงเรียนสระแก้วรัตนวิทย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช พอจบ ม.6 ผมตัดสินใจไม่เรียนต่อครับ เพราะตอนนั้นผมอาศัยอยู่กับปู่ที่อายุ 70 กว่า ๆ ปู่ให้เงินผมใช้วันละ 40 บาทครับ ส่วนพ่อกับแม่ของผมก็แยกทางกัน แล้วพ่อก็มีลูกเลี้ยงอีกสามคน ซึ่งทางพ่อเองต้องดูแลฝั่งนั้น ผมเลยหางานพาร์ทไทม์ทำ และเริ่มคิดวางแผนหางานอื่น ๆ ไปด้วยครับ
“ผมเกือบถอดใจเรื่องเรียนไปแล้วครับ แต่ครูแนะแนวที่โรงเรียนมาบอกข่าวเรื่องทุนของ กสศ. ผมเลยบอกตัวเองว่าจะลองสู้อีกครั้งหนึ่ง เพราะลึก ๆ ผมมีความรู้สึกอยากเรียนต่ออยู่ตลอดเลยครับ แถมสาขานี้ยังเป็นสามารถนำไปต่อยอดอาชีพได้ เหมือนถ้าผมไม่อยากทำงานประจำที่ศูนย์รถ ผมก็ยังสามารถออกไปเปิดอู่เพื่อหารายได้ได้ด้วย”

หลังจากได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เก้าบอกว่าเขาไม่ต้องคอยกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ต้องทำงานพาร์ทไทม์ และสามารถโฟกัสกับการเรียนอย่างเต็มที่ ทำให้ผลการเรียนออกมาดี ได้เกรดมากกว่า 3.5 ทุกเทอม แต่มากกว่านั้นคือทักษะชีวิตที่ทาง กสศ. จัดอบรมให้กับนักศึกษาทุนฯ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก
“เรื่องการออมเงิน หลาย ๆ คนชอบ เพราะมันทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องเหล่านี้ได้รู้ และทำให้มุมมองการจัดการเงินของเรากว้างขึ้น และอาจมีแนะนำเรื่องการดูแลภาวะจิตใจด้วย ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งจำเป็นครับ”
สำหรับการฝึกงานที่ศูนย์ MG สาขาถลาง เก้าบอกว่าได้ความรู้และประสบการณ์ที่ดีมาก “ผมได้ความรู้จากการฝึกงานเยอะเลยครับ เพราะความรู้ทฤษฎีที่เราเรียนมาบางอย่างก็สามารถนำไปใช้ได้เลย แต่บางอย่างก็ต้องเรียนรู้หน้างานมากกว่า รวมไปถึงเรื่องสังคมการทำงานก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เช่นกันครับ
“พอฝึกงานจบ ทาง MG เขาก็ถามความสมัครใจว่าเราอยากทำงานกับเขาต่อไหม ซึ่งผมก็ตอบรับโอกาสนั้น เพราะถึงผมจะไม่ได้เป็นคนเก่งอะไรมากมาย แต่ผมพร้อมจะเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ครับ ล่าสุดทาง MG ก็บอกว่าถ้าได้ใบจบแล้ว เขาจะส่งผมไปเรียนรู้งานเพิ่มเติมที่ศูนย์ MG ในกรุงเทพด้วยครับ”

จากประสบการณ์ของเด็กที่เกือบไม่ได้เรียนต่อ เก้าขอบคุณทุกโอกาสจากผู้ใหญ่ใจดีที่คอยสนับสนุนจนเขาสามารถก้าวสู่โลกของการทำงานได้อย่างที่ตั้งใจ
“สำหรับผมในฐานะคนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา ทุน กสศ. ถือว่าดีมาก ๆ เลยครับ ทำให้เด็กที่ไม่มีโอกาสเรียนได้เรียนอีกครั้ง ถ้าไม่ได้รับทุน ตอนนี้ผมอาจจะรับจ้างทำงานที่ไหนสักที่ หรือไม่ก็อาจอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ทำอะไรก็ได้ เพราะงานที่นครศรีธรรมราชหายากมากครับ แต่พอได้มาเรียนมันทำให้ผมเห็นโอกาสและการต่อยอดในโลกการทำงานต่อไปในอนาคต
“หลังจากนี้ ผมจะพยายามสร้างเนื้อสร้างตัว ดูแลตัวเองให้ได้โดยไม่ต้องให้ทางบ้านเป็นห่วง ผมภูมิใจที่ฝ่าฟันความยากลำบากมาได้ ในอนาคตผมก็ฝันว่าอาจจะเปิดอู่รถที่ดูแลรักษาได้ทั้งรถยนต์ทั่วไปและรถยนต์ไฟฟ้าครับ” “กว่าจะพาตัวเองมาถึงวันนี้…ไม่ใช่เรื่องง่าย เก้าฝากคำขอบคุณไปถึงทุกคนที่คอยสนับสนุน และฝากถึงน้อง ๆ ที่อาจจะกำลังท้อแท้ว่า “ยอมแพ้ได้แต่อย่าถอย เพราะชีวิตมันต้องก้าวไปต่อครับ”