วันที่ 7 ตุลาคม 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมกับ Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ Shopee และเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติ ร่วมจัดงานประกาศรางวัลในโครงการขยายผลนวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ‘Equity Partnership’s School Network season 7’ จาก 11 ทีม เป็นการสร้างนวัตกรรมการศึกษา ผ่านเครือข่ายสถานศึกษา เชื่อมการทำงานระหว่างนักเรียนทุนเสมอภาคในโรงเรียนขยายโอกาสสังกัด สพฐ. กับเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติ และเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดออนไลน์ มุ่งขยายพื้นที่เรียนรู้จากห้องเรียน-ชุมชน จนถึงประสบการณ์จริงของการผลิตและจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Shopee เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสได้พัฒนาทักษะอาชีพ ซึมซับทักษะการสร้างแบรนด์ สร้างรายได้ และเป็นต้นทุนอาชีพที่ใช้ต่อยอดได้ในระยะยาว
ภายในงานนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคภาคเอกชนผู้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนร่วมแสดงความยินดี อาทิ ดร.ธีราภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, คุณสัมฤทธิ์ อนุภักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการพัฒนาชุมชน ความเสมอภาคและกิจการเพื่อสังคม กลุ่มเซ็นทรัล, คุณพุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท Sea (ประเทศไทย), คุณวันวรรษา ชุนจำรัส ผู้อำนวยการสำนักพัฒนางานศิลปหัตถกรรม สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน), ผู้แทนจากเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ, ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), ผู้บริหารและคณะทำงานจาก กสศ. และผู้บริหารและคณะครูจากเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติ, ผู้บริหารและคณาจารย์จากวิทยาลัยสหวิทยาการ มธ.ศูนย์ลำปาง และ สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พร้อมด้วยผู้บริหาร ครู และนักเรียนจาก 11 โรงเรียนในสังกัด สพฐ. และนักเรียนจากเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติ


ดร. ธีราภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ความเสมอภาค (Equity) ไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคนเหมือนกัน แต่คือการช่วยลดทอนจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันของเด็ก ให้ไม่กลายเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโต ดังนั้น โครงการ Equity Partnership’s School Network จึงเป็นความร่วมมือสร้างเส้นทางที่จะเปิดโลกใบใหม่ให้เด็ก ๆ ให้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้พบเจอผู้คนใหม่ ๆ ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นชิน รวมถึงได้ทดลองทำสิ่งท้าทายที่เคยคิดว่าตนเองทำไม่ได้ ซึ่งถือเป็นการค้นหาศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง
“เพราะชีวิตคนเราไม่ได้มีจุดเปลี่ยนจากโอกาสที่ยิ่งใหญ่เสมอไป แต่อาจเกิดขึ้นจากการที่มีใครสักคนมองเห็นศักยภาพ แล้วสิ่งสำคัญจากนั้นคือความกล้า ความเชื่อมั่นในตัวเอง ที่จะติดตัวเป็นเครื่องมือนำพาชีวิตให้ก้าวไปได้ไกลยิ่งขึ้น ส่วนในหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ เราจะไม่หยุดเป้าหมายไว้ที่การพาเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาเท่านั้น แต่จะพัฒนาให้การศึกษาเป็นบานประตูที่เด็ก ๆ ได้เปิดไปพบศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง”
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กสศ. และภาคีการศึกษาอื่น ๆ จะยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีเยาวชนและโรงเรียนอีกมากที่มีศักยภาพ หากยังขาดแคลนโอกาส โดยเฉพาะในโครงการหรือกิจกรรมที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ บนพื้นฐานของความแตกต่างหลากหลาย พร้อมทิ้งท้ายถึงเยาวชนทุกคนว่าอย่าหยุดเชื่อมั่นในตัวเอง และขอให้กล้าทดลองทำสิ่งใหม่ เพื่อการค้นหาค้นพบตัวตน และเติบโตไปสู่โอกาสที่ใหญ่ขึ้นในทุก ๆ ช่วงของชีวิต

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา โครงการ Equity Partnership’s School Network ได้สะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่น ความพยายาม และศักยภาพของเด็กและเยาวชนที่เปล่งประกายขึ้นเมื่อได้รับโอกาส โดยเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างทั้งความสนใจ ความถนัด ประสบการณ์ และข้อจำกัด การพัฒนาทุนมนุษย์จึงไม่ใช่การทำให้เด็กทุกคนเก่งเหมือนกัน หรือเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกัน แต่คือการสร้างพื้นที่ให้เด็กได้ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตัวเอง ไปสู่ “The Best Version” ในแบบที่แตกต่างกันของแต่ละคน
“ตลอดกระบวนการ โครงการได้เปิดพื้นที่ใหม่ ๆ ของการพัฒนาทักษะภายใต้บริบทและข้อจำกัดของเด็กแต่ละกลุ่ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันจึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างผลงาน แต่เป็น พื้นที่ของการเรียนรู้และการค้นพบตัวเอง ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เดินทาง พบปะผู้คน ทดลองทำสิ่งใหม่ เรียนรู้วิถีชีวิตและมุมมองที่แตกต่าง ตลอดจนเผชิญกับโจทย์และสถานการณ์จริง ประสบการณ์เหล่านี้ได้กลายเป็นต้นทุนสำคัญที่ช่วยเปิดมุมมองต่ออนาคต ทำให้เด็กเห็นความเป็นไปได้ของชีวิตมากกว่าที่เคยเห็น และมองเห็นเส้นทางที่สามารถต่อยอดศักยภาพของตัวเองได้”


ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ในมิติของการพัฒนาทุนมนุษย์ ประสบการณ์ดังกล่าวยังเป็นการวางรากฐาน ทักษะพื้นฐานชีวิต (Foundational Skills) ที่จำเป็นต่ออนาคต ทั้งความสามารถในการคิด วิเคราะห์ และใช้ข้อมูล การสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่น การจัดการอารมณ์ การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน ตลอดจนความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่ได้ใช้เฉพาะในห้องเรียน แต่ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิตและเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้และการทำงานในอนาคต
ในภาพรวมของการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา โครงการ Equity Partnership ยังเป็นต้นแบบของการสร้าง “เครือข่ายพันธมิตรแห่งโอกาส” ที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ สถานศึกษา และชุมชน เพื่อขยายพื้นที่การเรียนรู้ให้กว้างออกไปกว่าห้องเรียน และเปิดประสบการณ์ให้เด็กได้ค้นพบความสนใจ ความสามารถ และศักยภาพภายในตัวเอง ตลอดจนมองเห็นเส้นทางการเรียนรู้และการพัฒนาต่อยอดในอนาคต เพราะการพัฒนาทุนมนุษย์ไม่ใช่การค้นหาว่าเด็กคนไหนเก่งที่สุด แต่คือการทำให้เด็กแต่ละคนได้ค้นพบว่า “ตัวเองมีศักยภาพอะไร” และได้รับโอกาสในการพัฒนาไปสู่ตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด
“สิ่งที่เราจะได้เห็นในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงผลงานของเด็ก ๆ ตลอดระยะเวลา 8 เดือน แต่คือ ร่องรอยของการเรียนรู้ การค้นพบตัวเอง และการเติบโตของศักยภาพในแต่ละคน และคำถามสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงว่าเด็ก ๆ “ทำอะไรสำเร็จแล้ว” แต่คือ “จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ เด็กแต่ละคนจะนำไปต่อยอดและออกแบบอนาคตของตัวเองอย่างไร”


ดร.ไกรยส กลาวว่า ในนาม กสศ. ขอส่งคำขอบคุณภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงาน ผู้บริหารสถานศึกษา ครู อาจารย์ และคณะทำงานโครงการ “Equity Partnership’s School Network Season 7” ทุกท่าน ที่ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งโอกาส ขยายโลกการเรียนรู้ และทำให้ศักยภาพของเด็กแต่ละคนมีพื้นที่ได้เปล่งแสง และท้ายที่สุด ขอขอบคุณน้อง ๆ นักเรียนทุกคนที่มุ่งมั่น พยายาม กล้าคิด กล้าทดลอง และกล้าสร้างสรรค์ จนสามารถนำผลงานแห่งความสำเร็จมาแสดงให้พวกเราทุกคนได้ร่วมยินดีในวันนี้ เพราะเด็กทุกคนมีศักยภาพ เพียงแต่ศักยภาพของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาจึงไม่ใช่การทำให้ทุกคนเดินไปในเส้นทางเดียวกัน แต่คือการสร้างโอกาสให้เด็กแต่ละคนได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง มีทักษะพื้นฐานชีวิตที่พร้อมรับอนาคต และเติบโตในแบบที่ดีที่สุดของตัวเอง