กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 ภาคเหนือ จำนวน 52 คน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สำเร็จการศึกษาและเตรียมก้าวจากการเป็นนักศึกษาทุนสู่การเป็นครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ณ ชุมชนบ้านเกิด เพื่อส่งต่อโอกาสการเรียนรู้ให้แก่เด็ก ๆ
เมื่อวันที่ 2–3 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมเมอร์เคียว เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ กสศ. ร่วมกับ 5 หน่วยงานหลักในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ “The Next Chapter: ก้าวสู่เส้นทางครูรัก(ษ์)ถิ่น” เพื่อร่วมแสดงความยินดีและเตรียมความพร้อมให้บัณฑิตก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ ทั้งการเป็นครูวิชาชีพและครูนักพัฒนาชุมชน


ภายในงานมีพิธีมอบประกาศนียบัตรและเข็มสัญลักษณ์ครูรัก(ษ์)ถิ่น โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานความร่วมมือ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ และบุคลากรที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเข้าร่วมแสดงความยินดี ประกอบด้วย นางสาวเพ็ญพร ปะระดี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สิบเอกพิษณุ เก่งกสิวิทย์ ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป สพฐ. ดร.อนุกูล ศรีสมบัติ รองเลขาธิการ ก.ค.ศ. นายนพพร สุวรรณรุจิ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิตพัฒนาครูเพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในระบบนิเวศการเรียนรู้ กสศ. ผศ.บงกชรัตน์ ลำเลิศ และ อาจารย์โกศล ปราคำ ผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. ผศ.ทิพย์เกสร กำปนาท ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณาจารย์จากทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ผู้บริหาร และคณะทำงานโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น






นายนพพร สุวรรณรุจิ คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิตพัฒนาครูเพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในระบบนิเวศการเรียนรู้ กสศ. กล่าวแสดงความยินดีกับบัณฑิต พร้อมเปิดเผยว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 มีบัณฑิตสำเร็จการศึกษารวม 232 คน จาก 7 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยบัณฑิตจะได้รับการบรรจุในตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียน 213 แห่ง ครอบคลุม 36 จังหวัด 58 เขตพื้นที่การศึกษา โดยไม่มีการโยกย้ายเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 ปี เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ห่างไกลให้เกิดความต่อเนื่อง
สำหรับบัณฑิตครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 ภาคเหนือ จำนวน 52 คน มาจาก 11 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ เชียงราย ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก น่าน ลำพูน ลำปาง และพะเยา ซึ่งกำลังเตรียมกลับไปปฏิบัติหน้าที่ครูในพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง

นายนพพร กล่าวว่า ความสำเร็จของบัณฑิตทุกคนถือเป็นความภาคภูมิใจของ กสศ. และการก้าวเข้าสู่วิชาชีพครูในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานะจากนักศึกษาสู่ข้าราชการครูเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่ที่สำคัญ 2 ประการ
บทบาทแรก คือ การเปลี่ยนผ่านจากนักศึกษาครูสู่การเป็นครูวิชาชีพอย่างเต็มตัว จากเดิมที่เคยเรียนรู้และฝึกประสบการณ์ในโรงเรียน วันนี้บัณฑิตทุกคนกำลังก้าวไปสู่การเป็นผู้รับผิดชอบการเรียนรู้และพัฒนาการของนักเรียนอย่างแท้จริง ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ตลอดจนการปลูกฝังคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม
บทบาทที่สอง คือ การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในชุมชน เพราะครูรัก(ษ์)ถิ่นไม่ได้มีหน้าที่เพียงจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการร่วมพัฒนาชุมชนบ้านเกิด ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ท้องถิ่นที่ตนเองเติบโตมาและมีความผูกพัน
“บทบาทใหม่ทั้งสองประการนี้ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้โดยง่ายหรือใช้เวลาเพียงระยะสั้น บัณฑิตครูทุกคนจึงต้องมีความมุ่งมั่น อดทน และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีจิตใจที่เข้มแข็งและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกระดับ เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน” นายนพพร กล่าว

ด้าน นางสาวจันทร์มณี อัครพัฒน์ธาดา ตัวแทนบัณฑิตครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ถ่ายทอดความรู้สึกและแรงบันดาลใจในการเลือกเดินบนเส้นทางวิชาชีพครูว่า จุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมโครงการเกิดจากการได้รับทราบข่าวการเปิดรับสมัครทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น ซึ่งมีตำแหน่งรองรับในพื้นที่ตำบลและโรงเรียนในชุมชนบ้านเกิดของตนเอง จึงตัดสินใจสมัครและผ่านกระบวนการคัดเลือกและสอบสัมภาษณ์จากคณะกรรมการของมหาวิทยาลัย
“เหตุผลที่อยากเป็นครูและเข้าร่วมโครงการนี้ คือความฝันเล็ก ๆ ที่อยากจะเป็นแสงสว่างให้กับคนในชุมชนและเด็ก ๆ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าการศึกษาสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง และสามารถนำพาเราไปได้ไกลกว่าที่เคยรู้”
จันทร์มณี เล่าว่า เธอตั้งใจจะเป็นผู้เปิดประตูแห่งโอกาสให้เด็ก ๆ ในชุมชนได้เรียนรู้โลกภายนอก มองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และตระหนักว่าชีวิตไม่ได้มีทางเลือกเพียงเส้นทางเดียว
ตลอด 4 ปีในรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จันทร์มณีบอกว่า สิ่งที่ได้รับไม่ได้มีเพียงความรู้ทางวิชาการ แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้ความหมายของการเป็นครู การทำความเข้าใจความแตกต่างของเด็กแต่ละคน และที่สำคัญคือการมองเห็นคุณค่าของชุมชนที่ตนเองเติบโตมา

“ในวันนี้ที่การเดินทางมาถึงจุดหมายที่อยากเป็นข้าราชการครู เส้นทางนี้มีความหมายมากกว่าการได้รับโอกาสเพียงอย่างเดียว แต่โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นได้ส่งต่อโอกาสให้ตนเองได้กลับไปทำหน้าที่ส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ ในชุมชนต่อไป”
จันทร์มณี กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนและบ่มเพาะนักศึกษาทุนตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะการเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็กคนหนึ่งว่าจะสามารถเติบโตและกลับไปพัฒนาชุมชนของตนเองได้
“โอกาสในครั้งนี้ทำให้ความฝันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝันอีกต่อไป แต่เป็นความฝันที่สามารถส่งต่อเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่ชีวิตของเด็กคนอื่น ๆ และเติบโตไปเป็นแสงสว่างให้แก่สังคมต่อไปในอนาคต” จันทร์มณี กล่าว

ขณะที่ ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. กล่าวแสดงความยินดีกับบัณฑิตครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 พร้อมให้กำลังใจทุกคนที่กำลังเตรียมก้าวเข้าสู่เส้นทางวิชาชีพครู โดยระบุว่า ปัจจุบันบัณฑิตบางส่วนได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วยเรียบร้อยแล้ว ขณะที่บางส่วนอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสัมภาษณ์หรือรอกำหนดการบรรจุแต่งตั้ง
ดร.อุดม กล่าวว่า การสำเร็จการศึกษาในวันนี้ถือเป็นบันไดขั้นแรกของชีวิตครู และเป็นความภาคภูมิใจของทั้งบัณฑิตและครอบครัว หลังจากทุกคนผ่านการเรียนรู้และฝึกประสบการณ์อย่างเข้มข้นตลอด 4 ปี แม้ต้องเผชิญกับภาระการเรียนและความท้าทายมากมาย แต่ก็สามารถก้าวผ่านมาด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ
ดร.อุดม ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อให้บัณฑิตจากทุกสถาบันสามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการทำงาน แม้จะปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงเรียนและพื้นที่ที่แตกต่างกัน
“ไม่ว่าจะสำเร็จการศึกษามาจากสถาบันใด ขอให้ทุกคนระลึกเสมอว่า เราคือครูรัก(ษ์)ถิ่นที่มีสายเลือดเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยก และพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันในรูปแบบเครือข่ายครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ท้องถิ่น และประเทศชาติ โดยไม่ยอมให้อุปสรรคหรือปัญหาใด ๆ มาบั่นทอนความตั้งใจในการทำงาน”

ดร.อุดม กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้เส้นทางวิชาชีพครูจะมีปัญหาและความท้าทายรออยู่ แต่ขอให้บัณฑิตทุกคนมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในวิชาชีพ พร้อมเรียนรู้และค้นหาทางออกจากทุกอุปสรรค โดย กสศ. และคณาจารย์จากทุกสถาบันยังคงพร้อมอยู่เบื้องหลัง เพื่อสนับสนุนและดูแลช่วยเหลือบัณฑิตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาอีก 6 ปีและในอนาคต พร้อมส่งกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ครูและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นต่อไป