เมื่อขี้เลื่อยจากโรงงานเฟอร์นิเจอร์กลายเป็นธูปหอมไล่ยุง และลายดอกบัวตองแห่งอำเภอแม่เมาะถูกนำมาต่อยอดเป็นฐานปักธูปเซรามิก การเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนสบป้าดวิทยา จ.ลำปาง จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำผลิตภัณฑ์ แต่ยังพาพวกเขาค้นพบความสามารถของตัวเองและมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่อยู่รอบตัวอีกครั้ง
ขี้เลื่อยที่ไม่มีใครเห็นคุณค่า จะกลายเป็นอะไรได้บ้าง?
ในชุมชนที่มีโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ขี้เลื่อยเป็นวัสดุที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่เมื่อไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์มากนัก ปลายทางของมันก็คือการถูกเผาทิ้ง กลายเป็นทั้งวัสดุสูญเปล่าและแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ
สำหรับครูและนักเรียนโรงเรียนสบป้าดวิทยา จังหวัดลำปาง คำถามนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ HOM KLIN PA (หอมกลิ่นป่า) โดยนำขี้เลื่อยมาผสมกับสมุนไพรที่หาได้ในชุมชน ได้แก่ ตะไคร้หอม มะกรูด มะนาว และเปลือกส้มโอ เพื่อสร้างเป็นธูปหอมไล่ยุง
“ตอนแรกเราก็ไม่คิดว่าขี้เลื่อยจะเอามาทำอะไรได้บ้าง เราก็ลองหาดู จนสะดุดว่าทำธูปจากขี้เลื่อยได้อย่างไร” นักเรียนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของแนวคิด
เมื่อพูดคุยกับผู้ประกอบการในชุมชนและนำเสนอแนวคิดให้ฟัง ก็ได้รับการตอบรับ เพราะขี้เลื่อยที่เคยถูกนำไปเผาทิ้งอาจกลายเป็นวัตถุดิบสำหรับสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์ได้ แต่กว่าขี้เลื่อยจะกลายเป็นธูปที่จับต้องได้ นักเรียนต้องค้นคว้า ทดลอง และแก้ปัญหากันอีกหลายครั้ง ตั้งแต่การเตรียมสมุนไพร การผสมส่วนประกอบ ไปจนถึงการขึ้นรูปและทำให้แห้ง

เมื่อธูปหนึ่งแท่ง ต้องผ่านการทดลองมากกว่าที่คิด
กระบวนการทำธูปเริ่มจากการเตรียมขี้เลื่อยให้ละเอียด ส่วนสมุนไพรอย่างตะไคร้หอม มะกรูด และเปลือกส้มโอ จะนำไปตากหรืออบให้แห้งก่อนบดเป็นผง จากนั้นจึงนำมาผสมเข้าด้วยกัน ใช้แป้งข้าวเหนียวและแป้งมันที่เคี่ยวจนมีความเหนียวเป็นตัวช่วยประสาน แล้วจึงนำส่วนผสมมาขึ้นรูปเป็นธูป
ความพิเศษของผลิตภัณฑ์อยู่ที่การเลือกใช้สมุนไพรหลายชนิดร่วมกัน เพื่อให้ได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ แทนการใช้สมุนไพรเพียงชนิดเดียว นักเรียนต้องทดลองสัดส่วนและปรับสูตรจนได้กลิ่นที่พึงพอใจ
อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ธูปที่ขึ้นรูปออกมามีขนาดใหญ่กว่าธูปทั่วไป บางชิ้นแตกหลังการอบ บางครั้งเมื่อตากในช่วงฤดูฝนก็แห้งได้ยาก นักเรียนจึงต้องกลับมาทบทวนว่าเกิดจากขั้นตอนใด และควรปรับส่วนผสมหรือวิธีทำอย่างไร
“ตอนแรกเราไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร พอเอาไปอบแล้วมันแตก เราก็มาปรึกษาครูว่าเราควรใส่อะไรเพิ่มหรือปรับตรงไหน พอรู้ว่าแป้งเปียกอาจจะน้อยไป เราก็กลับมาปรับใหม่” ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนสบป้าดวิทยา กล่าว
จากที่เคยคิดว่าการปั้นเป็นเพียงงานฝีมือเล็ก ๆ นักเรียนได้เรียนรู้ว่ารายละเอียดทุกขั้นตอนส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ทั้งยังฝึกความอดทน ความเป็นระเบียบ และการรับผิดชอบงานของตัวเอง สำหรับนักเรียนบางคน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่แค่ทักษะการทำธูป แต่ยังรวมถึงความรู้สึกที่มีต่องานชิ้นนี้ด้วย
“ก่อนหน้านี้หนูไม่ค่อยสนใจ ไม่คิดว่าตัวเองจะชอบงานแบบนี้เลย แต่พอได้คุยกันและลองทำไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกชอบขึ้นมา” ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนสบป้าดวิทยา กล่าว
ประสบการณ์ที่เริ่มจากการลองทำตามโจทย์ จึงค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้ค้นพบความสนใจและความสามารถที่ตัวเองอาจไม่เคยรู้มาก่อน

จากธูปหอม สู่ฐานปักธูปที่เล่าเรื่องแม่เมาะ
เมื่อทดลองทำธูปจนได้ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ ทีมโรงเรียนสบป้าดวิทยากลับพบโจทย์ใหม่ คือจะรองรับเศษธูปและขี้เถ้าที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้งานอย่างไรให้เหมาะสมกว่าเดิม
ในช่วงแรกมีการใช้ทรายหรือภาชนะทั่วไปมารองรับ แต่ครูและนักเรียนมองว่ายังไม่สอดคล้องกับภาพของผลิตภัณฑ์ที่อยากพัฒนา หากต้องการให้ธูปหอมไล่ยุงเข้าไปอยู่ในพื้นที่อื่น ๆ เช่น สวนกลางแจ้งหรือโรงแรม ก็ควรมีฐานรองที่ดูดี ใช้งานได้เหมาะสม และช่วยเพิ่มคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์โดยรวม
โจทย์นี้จึงนำไปสู่การทำงานร่วมกับคณาจารย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงจากวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ที่เข้ามาช่วยตั้งคำถามและชวนคิดแก้ปัญหา
หลังจากลองขึ้นรูปวัสดุหลายแบบ รวมถึงการนำขี้เลื่อยมาทำเป็นจานรอง ก็พบข้อจำกัดเรื่องความปลอดภัยและการใช้งาน ขณะที่การใช้ดินในท้องถิ่นก็ยังมีปัญหาเรื่องความเหนียวและความทนทาน เมื่อผ่านความร้อนจึงอาจแตกร้าวได้
ด้วยความรู้ด้านเซรามิกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงพัฒนาฐานปักธูปให้มีรูปทรงและลวดลายที่เหมาะสม โดยเลือกใช้ลายกลีบดอกบัวตอง ซึ่งเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
ฐานปักธูปจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรองรับธูปเท่านั้น แต่ยังเป็นผลิตภัณฑ์เซรามิกทำมือที่นำเรื่องราวของท้องถิ่นมาใส่ไว้ในงานออกแบบ ลักษณะของฐานยังช่วยรองรับธูปให้ตั้งได้มั่นคง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นภาชนะสำหรับการบูชาได้ด้วย

เมื่อมหาวิทยาลัยไม่ได้ให้คำตอบ แต่ช่วยให้เด็ก ๆ คิดได้ไกลขึ้น
การทำงานร่วมกับพี่เลี้ยงจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ได้เริ่มจากการบอกนักเรียนว่าควรผลิตอะไร แต่เริ่มจากการชวนกลับไปมองสิ่งที่ชุมชนมีอยู่ แล้วตั้งคำถามว่าจะนำมาต่อยอดอย่างไรให้เกิดมูลค่า
“ก่อนเข้าร่วมกระบวนการนี้ โรงเรียนยังไม่คุ้นเคยกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในลักษณะดังกล่าว ในช่วงแรกจึงมองเพียงว่าจะทำอะไรออกมาขายได้ แต่การทำงานร่วมกับทีมมหาวิทยาลัยช่วยเปิดมุมมองให้เห็นองค์ประกอบอื่น ๆ ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ บรรจุภัณฑ์ การกำหนดราคา และการตลาดออนไลน์” ตัวแทนครูโรงเรียนสบป้าดวิทยาเล่าถึงการเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ได้เกิดกับนักเรียนเพียงกลุ่มเดียว แต่รวมถึงครูที่ได้เรียนรู้วิธีคิดและเครื่องมือใหม่ ๆ สำหรับนำกลับไปใช้พัฒนาการเรียนการสอนด้วย
เหตุการณ์ที่ครูเห็นได้ชัดอีกอย่างคือความรับผิดชอบของนักเรียน เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการผลิต เด็ก ๆ สามารถแบ่งหน้าที่ ทำงาน และดูแลรายละเอียดกันเองได้มากขึ้น ครูจึงไม่ได้เป็นผู้ลงมือทำทุกอย่างแต่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกตัดสินใจและจัดการงานด้วยตัวเอง

จากสิ่งที่เคยถูกมองข้าม สู่ความภูมิใจของทั้งโรงเรียนและชุมชน
แม้ธูปหอมไล่ยุงและฐานปักธูปจะยังมีเรื่องให้พัฒนาต่อ ทั้งการปรับคุณภาพผลิตภัณฑ์ การทดสอบการใช้งาน และการสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจจุดเด่น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือการเปลี่ยนมุมมองของคนที่มีส่วนร่วม จากวัสดุที่เคยถูกเผาทิ้งสู่สิ่งที่สามารถนำมาคิดค้นและสร้างประโยชน์ได้
เรื่องราวของแบรนด์ “หอมกลิ่นป่า” จึงไม่ได้มีเพียงกลิ่นสมุนไพรหรือรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ แต่ยังบอกเล่าการเดินทางของนักเรียนที่ได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ครูที่เปิดใจเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก และชุมชนที่เริ่มมองเห็นความเป็นไปได้จากทรัพยากรใกล้ตัว
บางครั้งการเรียนรู้ที่มีความหมายอาจเริ่มจากวัสดุชิ้นเล็ก ๆ ที่ใครหลายคนมองข้าม และคำถามง่าย ๆ ว่า เราจะทำอะไรกับสิ่งนี้ได้อีกบ้าง เมื่อมีโอกาสให้ลองคิดและลงมือทำ คำตอบที่เกิดขึ้นก็อาจมีคุณค่ามากกว่าผลิตภัณฑ์ที่อยู่ตรงหน้า เพราะสิ่งที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกันคือทักษะ ความมั่นใจ และความภูมิใจของเด็ก ๆ ที่ได้สร้างบางอย่างด้วยมือของตัวเอง

Equity Partnership’ s School Network Season 7
นวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
Equity Lab ภายใต้สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายทั้งบริษัท Sea (ประเทศไทย) เครือข่ายโรงเรียนนานาชาติและเครือข่ายมหาวิทยาลัย เดินหน้าสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อม “ห้องเรียน–ชุมชน–ตลาดจริง” เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนนานาชาติได้พัฒนาทักษะอาชีพ สร้างแบรนด์ สร้างรายได้ และก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือระหว่าง “โรงเรียนพี่–โรงเรียนน้อง” หากแต่เป็นการสร้าง “พื้นที่แห่งมิตรภาพที่เสมอภาค” ในโลกศตวรรษที่ 21
“หอมกลิ่นป่า” ธูปหอมไล่ยุงและฐานปักธูป
โรงเรียนสบป้าดวิทยา จังหวัดลำปาง x วิทยาลัยสหวิทยาการ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง
“หอมกลิ่นป่า” ต่อยอดจากภูมิปัญญาพรานป่าและวิถีชุมชน ที่นำตะไคร้ มะนาว มะกรูด และตะไคร้หอมมาใช้เพื่อช่วยป้องกันยุงและแมลงระหว่างการเดินป่า สู่การสร้างสรรค์เป็นธูปหอมไล่ยุงที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกธูปฤๅษี ผสานขี้เลื่อยจากโรงงานไม้ในชุมชน เกิดเป็นกลิ่นหอมของไม้และสมุนไพรที่ชวนให้นึกถึงผืนป่า เติมเต็มด้วยฐานปักธูปดินเผารูปดอกบัวตองที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแม่เมาะ ออกแบบให้ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งเป็นฐานสำหรับธูปหอม ธูปบูชาพระ หรือของตกแต่ง เปลี่ยนภูมิปัญญา ธรรมชาติ และวัสดุจากชุมชนให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่มีคุณค่า
แบรนด์นี้ขยับออกไปขายสู่ตลาดที่กว้างขึ้นอย่างใน Shopee คลิก