ถ้าพูดถึง “ลูกปัดโนรา” หลายคนอาจนึกถึงเครื่องแต่งกายสีสันสดใสของการแสดงมโนรา ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนานในภาคใต้ แต่สำหรับเด็ก ๆ จากโรงเรียนควนยวน จังหวัดพัทลุง คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า “จะรักษาลูกปัดโนราไว้ได้อย่างไร” แต่อยู่ที่ว่า “ถ้าเอาลูกปัดโนรามาคิดใหม่ เราจะทำอะไรกับมันได้อีก?”
จากคำถามนั้น เด็ก ๆ จึงลองนำภูมิปัญญาที่คุ้นเคยมาออกแบบใหม่ จากลูกปัดที่เคยอยู่บนเครื่องแต่งกาย สู่ “กระเป๋าลูกปัดโนรา” ที่ยังคงลวดลายดอกไม้แบบดั้งเดิม แต่เปลี่ยนให้กลายเป็นของใช้ที่สามารถอยู่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ได้
“เราช่วยกันออกแบบค่ะ เห็นว่าคนในชุมชนต้องการใช้ เราก็เลยคิดว่าเราจะออกแบบและทำให้มันนำมาใช้ได้” คุณครูกล่าว


แต่การทำให้ภูมิปัญญากลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ได้จบแค่การเลือกลายที่สวย เด็ก ๆ ต้องเริ่มคิดตั้งแต่คำถามว่า “จะขายให้ใคร?”
เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การมองผลิตภัณฑ์ในมุมใหม่ ตั้งแต่การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การเลือกวัสดุ การออกแบบ การขึ้นแบบ และการทดลองทำจริง โดยมอง “กลุ่มวัยทำงาน” เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพราะเป็นวัยที่มีกำลังซื้อและอาจสนใจงานแฮนด์เมด แต่เมื่อเริ่มลงมือทำ ปัญหาก็เกิดขึ้นจริง ทั้งการขึ้นแบบ การร้อยลูกปัด และรายละเอียดของชิ้นงาน เมื่อพบข้อผิดพลาดก็ต้องกลับมาแก้ ทดลองใหม่ และค่อย ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ไปทีละขั้น
สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่แค่กระเป๋า แต่คือ วิธีคิดของเด็ก ๆ จากที่เคยคิดว่า “จะร้อยอย่างไรให้เสร็จ” กลายเป็น “จะออกแบบอย่างไรให้คนอยากใช้” และเมื่อมีโจทย์ใหม่ เด็ก ๆ ก็เริ่มรู้จักเข้ามาปรึกษาและคิดต่อยอดด้วยตัวเองมากขึ้น
“เมื่อคนนอกมองลูกปัดโนรา จะเห็นอะไรที่เราอาจมองข้าม?”
คำถามนี้เกิดขึ้นเมื่อเด็ก ๆ ได้ทำงานร่วมกับนักเรียนจากโรงเรียน Rugby School Thailand
ในวันแรกที่พบกัน ความรู้สึกของเด็กจังหวัดพัทลุงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่เคยเจอเพื่อนต่างชาติมาก่อน แต่เมื่อเริ่มทำงานร่วมกัน ความกังวลก็ค่อย ๆ กลายเป็นความสนุก

“ตอนแรกหนูตื่นเต้นมากค่ะ ไม่เคยเจอพี่ ๆ มาก่อน เหมือนทำอะไรไม่ถูก แต่พอได้รู้จักกัน พี่ ๆ เขาก็ให้ความร่วมมือดี” -ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนบ้านควนยวน จังหวัดพัทลุง กล่าว
การทำงานครั้งนี้ไม่ได้ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็น “คนสอน” และอีกฝ่ายเป็น “คนเรียน” แต่ต่างคนต่างมีสิ่งที่นำมาแบ่งปันกัน เด็กจังหวัดพัทลุงถ่ายทอดเรื่องราวของลูกปัดโนราและสอนเพื่อนต่างชาติให้รู้ว่ากว่าจะได้ชิ้นงานหนึ่งชิ้นต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างไร ขณะที่นักเรียนโรงเรียน Rugby School Thailand เข้ามาช่วยคิดเรื่องชื่อแบรนด์ โลโก้ บรรจุภัณฑ์ การออกแบบ รวมถึงมุมมองด้านการตลาด
การทำงานร่วมกันยังทำให้นักเรียนโรงเรียน Rugby School Thailand ได้เข้าใจผลิตภัณฑ์มากกว่าแค่รูปลักษณ์ เพราะก่อนหน้านั้นพวกเขาได้เดินทางไปพัทลุง ร่วมทำ Workshop ชมการแสดงมโนรา และพูดคุยถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ ทำให้เห็นว่าลูกปัดแต่ละเส้นเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและชุมชนอย่างไร และคนเราไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันเพื่อทำงานร่วมกันได้
“ทุก ๆ คนคิดต่างกัน ผมก็ชอบที่ทุกคนมันคิดต่างกันได้ครับ” ตัวแทนนักเรียนโรงเรียน Rugby School Thailand กล่าว


จากกระเป๋าหนึ่งใบ แล้วไปสู่มือใครได้อีก?
เมื่อเด็ก ๆ เริ่มมองผลิตภัณฑ์ผ่านสายตาของคนอื่น คำถามก็ขยับไปไกลกว่าเดิม จาก “ทำอย่างไรให้สวย” และ “ขายให้ใคร” กลายเป็น “จะพาผลิตภัณฑ์นี้ไปเจอกับคนกลุ่มใหม่ได้อย่างไร?”
นักเรียนโรงเรียน Rugby School Thailand มองว่า กระเป๋าลูกปัดโนราสามารถไปอยู่ในโรงแรมในฐานะของที่ระลึกหรือของต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ เพราะเป็นทั้งผลิตภัณฑ์และเรื่องราวของวัฒนธรรมพัทลุงในชิ้นเดียวกัน ขณะเดียวกันการขายผ่านช่องทางออนไลน์ก็เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์เดินทางไปถึงคนในจังหวัดอื่น หรือแม้แต่ต่างประเทศ
“มันเป็นคัลเจอร์ของพัทลุง แล้วโรงแรมเขาแจกให้ลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว มันก็เป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ได้ด้วยค่ะ” -ตัวแทนนักเรียนโรงเรียน Rugby School Thailand กล่าว
สำหรับเด็ก ๆ โรงเรียนควนยวน ผลิตภัณฑ์นี้จึงไม่ได้จบลงพร้อมกับงานโชว์เคส โรงเรียนตั้งใจจะสานต่อทั้งการจำหน่ายในตลาดนัดชุมชน การจัดนิทรรศการลูกปัด และการพัฒนาของที่ระลึกในโอกาสต่าง ๆ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสสร้างรายได้ระหว่างเรียน และให้ชุมชนได้เห็นว่าภูมิปัญญาที่มีอยู่สามารถต่อยอดเป็นสิ่งใหม่ได้


นักเรียนโรงเรียน Rugby School Thailand เองก็รู้สึกภูมิใจเมื่อได้เห็นผลิตภัณฑ์พัฒนาขึ้นมาตั้งแต่วันที่เดินทางไปพัทลุง จนกลายเป็นชิ้นงานที่นำมาโชว์ในวันนี้
“เรารู้สึกภูมิใจมาก เพราะว่าเราทำโปรเจกต์นี้ตั้งแต่เราไปที่โรงเรียนที่ต่างจังหวัด แล้วก็รู้สึกว่าการทำโปรเจกต์มันพัฒนาได้มากเลยค่ะ”
บางทีการสืบทอดภูมิปัญญาอาจไม่ได้หมายถึงการทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม แต่อาจหมายถึงการกล้าที่จะถามว่า “วันนี้เราจะพาสิ่งที่คนรุ่นก่อนส่งต่อมา ไปพบกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร?”
สำหรับเด็ก ๆ จากโรงเรียนควนยวน คำตอบของพวกเขาเริ่มต้นจากลูกปัดเม็ดเล็ก ๆ ที่เคยอยู่บนเครื่องแต่งกายโนรา ก่อนจะถูกนำมาร้อยใหม่เป็นกระเป๋า และวันนี้กำลังเดินทางไปพบผู้คนกลุ่มใหม่ เพราะเมื่อเด็กได้ลงมือคิดและทำด้วยตัวเอง ภูมิปัญญาที่อยู่ในชุมชนก็อาจไม่ได้เพียง “ถูกเก็บรักษา” แต่ได้ เติบโตและเดินทางต่อไปในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่เป็นคนเลือกเอง


Equity Partnership’ s School Network Season 7
นวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
Equity Lab ภายใต้สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายทั้งบริษัท Sea (ประเทศไทย) เครือข่ายโรงเรียนนานาชาติและเครือข่ายมหาวิทยาลัย เดินหน้าสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อม “ห้องเรียน–ชุมชน–ตลาดจริง” เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนนานาชาติได้พัฒนาทักษะอาชีพ สร้างแบรนด์ สร้างรายได้ และก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือระหว่าง “โรงเรียนพี่–โรงเรียนน้อง” หากแต่เป็นการสร้าง “พื้นที่แห่งมิตรภาพที่เสมอภาค” ในโลกศตวรรษที่ 21
คัวโนรา (Kuanora) :กระเป๋าและชาร์มลูกปัดโนรา
โรงเรียนบ้านควนยวน จังหวัดพัทลุง x Rugby School Thailand
“คัวโนรา” กระเป๋าและชาร์มลูกปัดโนรา ถ่ายทอด “โนรา” ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของภาคใต้ ผ่านงานลูกปัดร่วมสมัย โดยนำสีสันที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกายโนรา มาร้อยเรียงทีละเม็ดอย่างประณีต สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม ใช้งานได้จริง และมีเอกลักษณ์
เบื้องหลังทุกชิ้นคือการเรียนรู้ของนักเรียน ผ่านการฝึกความประณีต ความอดทน และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นงานออกแบบที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ และเป็นทักษะที่สามารถสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ในอนาคต
แบรนด์นี้ขยับออกไปขายสู่ตลาดที่กว้างขึ้นอย่าง Shopee คลิก