วันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการปฐมนิเทศ ‘โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ’ (ODOS) นักเรียนและนักศึกษาทุนรุ่น 4 ปีการศึกษา 2569 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ม.4/ปวช. 1) จำนวน 675 คน โดยมี ดร.ธีราภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.อาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดร.ราตรีสวัสดิ์ ธนานันท์ ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นายพลวัฒน์ การุญภาสกร ผู้อำนวยการกองการศึกษาท้องถิ่น ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ผู้บริหารหน่วยงานในโครงการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักเรียนทุนรุ่นที่ 4 จากสถานศึกษา 472 แห่ง ในสังกัด สพฐ. สอศ. และ สถ. เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับทุน ODOS รุ่นที่ 4 พร้อมย้ำว่า รัฐบาลถือเป็นความสำคัญในการสร้างโอกาสเพื่อการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพของเด็กเยาวชนในทุกภูมิภาค ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการพร้อมสนับสนุนและยินดีทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ มีวัตถุประสงค์แรกคือการเป็นหลักประกันโอกาส เพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มที่มีศักยภาพสูงไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา และสองคือเพื่อส่งเสริมพัฒนาทักษะด้าน STEM ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาประประเทศโดยตรง ขณะที่ประเทศไทยยังต้องการบุคลากรด้านนี้อีกเป็นจำนวนมาก


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำงานร่วมกัน และยกให้ทุน ODOS เป็นนโยบายสำคัญ โดยไม่มองว่าทุนเป็นเพียงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายไปที่เยาวชนคนหนึ่ง ให้ก้าวข้ามรอยต่อจากการศึกษาภาคบังคับไปสู่มัธยมศึกษาตอนปลายหรือ ปวช. แต่ตระหนักถึงใจความสำคัญ ว่าทุนนี้คือการเปิดประตูสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งในประเทศไทยและสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ เพื่อท้ายที่สุดเยาวชนที่มีศักยภาพแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จะไม่เพียงได้ไปต่อบนเส้นทางการศึกษา แต่จะเป็นผู้พัฒนาตนเอง จนนำความรู้ความสามารถมาสร้างประโยชน์ต่อประเทศไทยในอนาคตต่อไป

ดร.ธีราภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดี มอบกำลังใจ และส่งต่อข้อความไปถึงนักเรียนทุน ODOS รุ่นที่ 4 ทุกคนว่า การได้รับทุนนี้การันตีว่าทุกคนคือบุคลากรคนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ จึงอยากให้ผู้รับทุนได้ใช้โอกาสครั้งนี้ในการตามหาความฝันและความถนัดของตัวเอง ใช้เวลาสามปีต่อจากนี้อย่างคุ้มค่ากับการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการพร้อมช่วยเหลือดูแลตลอดช่วงรับทุน เพื่อให้ทุกคนพร้อมที่สุด กับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
ทั้งนี้ทุน ODOS รุ่นที่ 4 ได้ขยายปลายทางสำหรับผู้ประสงค์ศึกษาต่อในต่างประเทศเพิ่มเติม จากเดิมในรุ่นที่ 1 และ 2 ที่ระบุปลายทาง 3 ประเทศ คือสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย โดยปีนี้ได้เพิ่มเติมประเทศในกลุ่มเอเชียและยุโรปที่มีความโดดเด่นทางวิทยาการได้แก่ จีน (เน้นองค์ความรู้ด้าน STEM และเทคโนโลยีอวกาศ) ญี่ปุ่น และเยอรมนี จึงอยากให้ผู้รับทุนทุกคนมองถึงเป้าหมายในการไขว่คว้าโอกาส และขอให้มั่นใจว่ากระทรวงศึกษาธิการ กสศ. และหน่วยงานภาคีทุกแห่งจะอยู่ด้วยกันไปตลอดเส้นทาง

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ทุน ODOS เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ในการทำงานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งพัฒนากำลังคนเพื่อตอบสนองการพัฒนาประเทศระยะยาว ด้วยหัวใจสำคัญคือการค้นหาเยาวชนที่มีศักยภาพ หรือ ‘เด็กช้างเผือก’ จากครัวเรือนรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้ไปต่อได้โดยไม่หลุดจากระบบตรงช่วงรอยต่อ
“ข้อมูลสำคัญจากผลประเมินการทดสอบ PISA ปี 2025 ชี้ว่า ประเทศไทยมีเด็กช้างเผือกจากครอบครัวกลุ่ม 25% ที่มีรายได้ต่ำที่สุด แต่กลับสามารถทำคะแนน PISA ติดอยู่ในอันดับ 25% สูงที่สุดในระดับมาตรฐานนานาชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีวิธีรับมือกับการสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กกลุ่มนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปรากฏการณ์ ‘The Lost Einstein’ ที่เยาวชนศักยภาพสูงต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา หรือขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง เนื่องจากปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคม”

ขณะที่ในจำนวนผู้รับทุน ODOS รุ่น 4 จำนวน 675 คน มีข้อค้นพบน่าสนใจบ่งชี้ว่า ผู้ได้รับทุนมีการกระจายตัวครอบคลุมในเกือบทุกจังหวัดของประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีจำนวนประชากรสูง และมีกลุ่มประชากรรายได้น้อยในอัตราสูง เช่นจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งช่วยย้ำข้อมูลจาก OECD ที่ว่า ประเทศไทยมีเด็กช้างเผือกมากกว่า 17% โดยมากกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 12% และถือเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

ผู้จัดการ กสศ. กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมผลักดันทุน ODOS ทั้ง 4 รุ่น พร้อมระบุความคืบหน้าโครงการว่า ปัจจุบันผู้รับทุน ODOS รุ่นที่ 1 ได้เดินทางไปศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศแล้วทั้งสิ้น 48 คน โดยอีกราว 400 คนศึกษาต่อในประเทศ ส่วนรุ่นที่ 2 มีผู้สอบผ่าน ก.พ. ปี 2569 และพร้อมเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศแล้วทั้งสิ้น 68 คน ขณะที่มีผู้รับทุนที่เตรียมตัวเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศอีกราว 1,100 คน