กสศ. ชู ‘การศึกษาที่ยืดหยุ่น’ บนเวที National Education Forum 2026 กุญแจปลดล็อก ‘ขีดความสามารถ’ ให้เด็กเติบโตและกำหนดอนาคตตัวเอง

กสศ. ชู ‘การศึกษาที่ยืดหยุ่น’ บนเวที National Education Forum 2026 กุญแจปลดล็อก ‘ขีดความสามารถ’ ให้เด็กเติบโตและกำหนดอนาคตตัวเอง

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ ภาคีเพื่อการศึกษาไทย (Thailand Education Partnership: TEP) เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวทางปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทุนมนุษย์ ในงาน National Education Forum 2026 ภายใต้แนวคิด “The Future We Shape Together การศึกษาไทยยังมีหวังด้วยพลังความร่วมมือ” ณ ห้องภิรัช ฮอลล์ 1 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ กสศ. และภาคีเครือข่ายนำเสนอบนเวที คือ “การศึกษาที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning)” ภายใต้การขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout Plus ที่ชวนเปลี่ยนโจทย์จากการพยายามพาเด็กทุกคนกลับเข้าสู่ห้องเรียนแบบเดียว ไปสู่การออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับชีวิต ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียนแต่ละคน

แนวคิดดังกล่าวมุ่งสร้างทางเลือกการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชนที่ยังอยู่นอกระบบการศึกษาราว 6 แสนคน รวมถึงเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบอีกกว่า 1.3 ล้านคน ให้สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและได้รับวุฒิการศึกษา โดยก้าวข้ามกรอบที่แบ่งการศึกษาออกเป็นเพียง “ในระบบ” หรือ “นอกระบบ” และเปลี่ยนมาใช้ “ความสนใจและวิถีชีวิตของผู้เรียนเป็นตัวตั้ง” (Learner-Centric) ก่อนออกแบบหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ และการประเมินผลให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริง เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และต่อยอดไปสู่อาชีพได้อย่างเต็มศักยภาพ

ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

ภายในงาน ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการจัดการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และรองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาระดับชาติ (Thailand Zero Dropout Plus) กล่าวปาฐกถาถึงความสำคัญของการศึกษาที่ยืดหยุ่น ในฐานะกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนกว่า 6 แสนคนที่ยังอยู่นอกระบบ สามารถกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้อีกครั้ง

พร้อมกันนี้ ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม กสศ. และ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. ร่วมถ่ายทอดมุมมองถึงการขับเคลื่อนการศึกษาที่ยืดหยุ่น การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และการปฏิรูประบบการเรียนรู้เพื่อปลดล็อกขีดความสามารถของผู้เรียนและยกระดับทุนมนุษย์ของประเทศ

กสศ. และภาคียังได้นำเสนอ 2 โมเดลต้นแบบของการศึกษาที่ยืดหยุ่น ที่ทำให้แนวคิดดังกล่าวเห็นภาพชัดขึ้น ได้แก่ “หลักสูตรหมอลำศึกษา” ซึ่งดำเนินงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย กสศ. ร่วมกับศูนย์การเรียนปัญญากัลป์และเครือข่ายวงหมอลำในภาคอีสาน ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ให้เยาวชนที่เลือกเดินบนเส้นทางศิลปินหมอลำ ซึ่งตารางการฝึกซ้อมและเดินสายแสดงอาจไม่สอดคล้องกับเวลาเรียนในระบบปกติ สามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน โดยไม่ต้องเลือกระหว่าง “การศึกษา” กับ “อาชีพและความฝัน”

อีกโมเดลคือ “หลักสูตรจักรวาลวิทยาฟุตบอล” ซึ่ง กสศ. พัฒนาความร่วมมือกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำการฝึกซ้อม การแข่งขัน และประสบการณ์จริงในสนามมาเชื่อมโยงกับการเรียนรู้และการเทียบโอนผลการเรียนผ่านระบบ Credit Bank พร้อมเปิดให้เด็กมองเห็นโลกของฟุตบอลที่กว้างกว่าการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทั้งเส้นทางผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจัดการแข่งขัน นักพากย์ฟุตบอล และอาชีพอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมกีฬา

เยาวชนจากทั้งสองหลักสูตรยังได้ขึ้นเวทีถ่ายทอดผลลัพธ์ของการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ทั้งการแสดงหมอลำของนักเรียนศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ การสาธิตทักษะฟุตบอลของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง จ.ราชบุรี และการพากย์ฟุตบอลของนักเรียนโรงเรียนพนมทวนชนูปถัมภ์ จ.กาญจนบุรี สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อระบบการศึกษาขยับเข้าใกล้ชีวิตของผู้เรียน สิ่งที่เด็ก “รักและทำอยู่แล้ว” สามารถกลายเป็นจุดตั้งต้นของการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และต่อยอดไปสู่เส้นทางอาชีพในอนาคตได้

กสศ. เชื่อว่า “การศึกษาที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning)” ไม่ใช่เพียงทางเลือกสำหรับเด็กที่ไม่สามารถเรียนในระบบปกติ แต่คือการขยับระบบการศึกษาให้สามารถโอบรับความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน เปิดพื้นที่ให้เด็กได้เรียนรู้จากชีวิตจริง พัฒนาความถนัด และเลือกเส้นทางไปสู่อนาคตที่หลากหลาย

เพราะการพัฒนาทุนมนุษย์ไม่ใช่การทำให้เด็กทุกคนต้องเดินไปบนเส้นทางเดียวกัน แต่คือการสร้างระบบการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ เด็กทุกคนได้ค้นพบ พัฒนา และใช้ “ขีดความสามารถ” ของตนเองอย่างเต็มศักยภาพ