คณะอนุกรรมการยืดหยุ่นฯ TZD+ ช่วยเด็กและเยาวชนพิการกว่า 15,000 คน รับสิทธิ์พื้นฐาน
เตรียมมอบ 12 รางวัล Prime Minister's TZD+ Awards 2569 เชิดชูต้นแบบทำงาน

คณะอนุกรรมการยืดหยุ่นฯ TZD+ ช่วยเด็กและเยาวชนพิการกว่า 15,000 คน รับสิทธิ์พื้นฐาน

คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบการจัดการศึกษาหรือการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา เดินหน้าคัดเลือกผู้สมควรได้รับรางวัล Prime Minister’s TZD+ Awards ประจำปี 2569 รวม 12 รางวัล เพื่อเชิดชูต้นแบบการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout Plus (TZD+) พร้อมเห็นชอบแนวทางยกระดับการดูแลเด็กและเยาวชนพิการกว่า 15,000 คน ให้เข้าถึงการศึกษาและสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ พร้อม ดร.ธีราภา ไพโรหกุล รองประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 2/2569 โดยมีผู้แทนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขับเคลื่อน 2 วาระสำคัญ ได้แก่ การคัดเลือกรางวัล Prime Minister’s TZD+ Awards ประจำปี 2569 และการบูรณาการความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนพิการที่อยู่นอกระบบหรือเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ที่ประชุมเล็งเห็นความสำคัญกับการยกระดับการดูแลเด็กและเยาวชนพิการ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยข้อมูลจากการบูรณาการฐานข้อมูระหว่างหน่วยงานและจากการลงพื้นที่ติดตามเด็กและเยาวชน พบว่า ประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนอายุ 3–18 ปี ที่ไม่มีชื่ออยู่ในระบบการศึกษาจำนวน 603,095 คน ในจำนวนนี้มีเด็กและเยาวชนที่มีความพิการ 15,896 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 3 ของเด็กนอกระบบทั้งหมด

ข้อมูลยังพบว่า กว่าครึ่งของเด็กและเยาวชนพิการนอกระบบการศึกษาเป็นกลุ่มอายุ 15–18 ปี จำนวน 8,746 คน รองลงมาคือกลุ่มอายุ 7–15 ปี จำนวน 6,711 คน โดยประเภทความพิการที่พบมากที่สุด ได้แก่ ความพิการทางสติปัญญา ความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย และภาวะออทิสติก สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบค้นหา ติดตาม และส่งต่อความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

ที่ประชุมจึงเห็นชอบในหลักการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) สำนักงานบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) กระทรวงศึกษาธิการ และ กสศ. เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูล ค้นหา ติดตาม และจัดทำแผนดูแลรายกรณี (Care Plan) สำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความพิการ ทั้งกลุ่มปฐมวัย กลุ่มนอกระบบการศึกษา และกลุ่มที่อยู่ในระบบการศึกษาแต่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบ เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องทั้งด้านการศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการสังคม

นอกจากนี้ กสศ. จะสนับสนุนงบประมาณภายใต้การดำเนินงาน Thailand Zero Dropout Plus สำหรับค่าใช้จ่ายในการตรวจวินิจฉัย ประเมินความพิการ และการจัดทำบัตรประจำตัวคนพิการ ในอัตราไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน เพื่อช่วยลดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย และทำให้เด็กและเยาวชนพิการเข้าถึงสิทธิและบริการของรัฐได้มากขึ้น

มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้เด็กและเยาวชนพิการได้รับการค้นหา ติดตาม ตรวจวินิจฉัย เข้าถึงสวัสดิการ และกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้เป้าหมาย Thailand Zero Dropout Plus ที่มุ่งไม่ปล่อยให้เด็กและเยาวชนคนใดหลุดจากโอกาสทางการศึกษา

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการเตรียมมอบรางวัล Prime Minister’s TZD+ Awards จัดขึ้นโดยคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ระดับชาติ (คกศ.) เพื่อยกย่องหน่วยงาน องค์กร สถานศึกษา และบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Thailand Zero Dropout อย่างต่อเนื่อง

สำหรับปี 2569 กำหนดรางวัลรวม 4 ประเภท จำนวน 12 รางวัล ได้แก่ รางวัล “จังหวัดขับเคลื่อน Zero Dropout” 3 รางวัล รางวัล “องค์กรขับเคลื่อน Zero Dropout” 3 รางวัล รางวัล “นวัตกรรมการศึกษายืดหยุ่น Flexible Learning” 3 รางวัล และรางวัล “บุคคลผู้ขับเคลื่อน TZD+ ดีเด่น” 3 รางวัล โดยผู้ได้รับการคัดเลือกจะได้รับโล่รางวัลจากนายกรัฐมนตรี

รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งแรกภายใต้กลไก Thailand Zero Dropout Plus เพื่อเชิดชูต้นแบบการทำงานที่มีผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในการป้องกันและช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการขยายผลสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

การพิจารณารางวัลจะอาศัยข้อมูลผลการดำเนินงานจากระบบ Thailand Zero Dropout ระบบ Exchange ของกระทรวงศึกษาธิการ และผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยคณะอนุกรรมการฯ จะเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับรางวัลต่อ คกศ. เพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนจัดพิธีมอบรางวัลในเดือนกรกฎาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล