ครม. แต่งตั้งบอร์ดบริหาร กสศ. ชุดใหม่ 5 ตำแหน่ง นำโดย “ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย” มีผล 10 กรกฎาคม 2569

ครม. แต่งตั้งบอร์ดบริหาร กสศ. ชุดใหม่ 5 ตำแหน่ง นำโดย “ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย” มีผล 10 กรกฎาคม 2569

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติอนุมัติตามที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา รวม 5 ตำแหน่ง เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิมจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 

การแต่งตั้งครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความเข้มแข็งในการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยผู้ได้รับการแต่งตั้ง ประกอบด้วย

  1. ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการ
  2. นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 
  3. รองศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ภาควิชาการ
  4. นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคเอกชน
  5. ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม

ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กสศ. เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารภาครัฐ การกระจายอำนาจ และธรรมาภิบาล มีประสบการณ์ทำงานในระดับนโยบายและการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคมและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เข้าใจปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะด้านการศึกษา และมีความสามารถในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

ที่ผ่านมาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 อนุกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ.ร. กรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ และอุปนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นอกจากนี้ ยังเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการ Thailand Zero Dropout Plus ระดับชาติ และประธานคณะทำงาน Thailand Zero Dropout ของ กสศ. ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ

นายนิธิ ภัทรโชค กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ กลยุทธ์ธุรกิจ การพัฒนาที่ยั่งยืน และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน มีประสบการณ์ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมระดับประเทศ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจเอสซีจี และกรรมการธรรมาภิบาล ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจะมีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับการพัฒนาทักษะกำลังคนที่สอดคล้องกับโลกการทำงานในอนาคต

รองศาสตราจารย์ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย ภาควิชาการ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านกฎหมายและการศึกษา เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นหนึ่งในผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมพิจารณายกร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 รวมทั้งมีบทบาทในคณะกรรมการด้านกฎหมายสำคัญหลายชุดของประเทศ เช่น คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และคณะอนุญาโตตุลาการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระและประธานกรรมการเทคโนโลยี บริษัท เอสซีบีเอกซ์ จำกัด (มหาชน) นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนกำเนิดวิทย์ และประธานกรรมการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการพัฒนาคนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาสังคม เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน และเครือข่ายด้านเด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 49 ปี มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานของ กสศ. ในหลายมิติ และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร กสศ. มาแล้วหนึ่งวาระ จึงสามารถสานต่อการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างต่อเนื่อง

การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้กับคณะกรรมการบริหาร กสศ. ด้วยองค์ความรู้และประสบการณ์จากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างเสมอภาค