กสศ. ชู “สูตรจัดสรรงบใหม่” ปิดช่องว่างโรงเรียนเล็ก–พื้นที่ห่างไกล แก้เหลื่อมล้ำตรงจุดตามขนาด ภูมิศาสตร์ ความยากจน

กสศ. ชู “สูตรจัดสรรงบใหม่” ปิดช่องว่างโรงเรียนเล็ก–พื้นที่ห่างไกล แก้เหลื่อมล้ำตรงจุดตามขนาด ภูมิศาสตร์ ความยากจน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเวทีสาธารณะออนไลน์ “Policy Move: สูตรจัดสรรงบใหม่ ปี 2570 แก้โจทย์ความเหลื่อมล้ำโรงเรียนขนาดเล็ก–พื้นที่ห่างไกล” เพื่อนำเสนอผลวิจัย “สูตรจัดสรรงบประมาณเพื่อความเสมอภาค” (Equity-based Budgeting) ซึ่งชี้ว่า การจัดสรรงบตามต้นทุนจริงของโรงเรียน และให้อิสระในการบริหารผ่านรูปแบบ Block Grant สามารถยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนขนาดเล็กและพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผศ.ดร.สหวรัชญ์ พลหาญ

ผศ.ดร.สหวรัชญ์ พลหาญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. เปิดเผยว่า สูตรจัดสรรงบประมาณในปัจจุบันยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของโรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่มีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ เช่น พื้นที่ภูเขา เกาะ หรือแนวชายแดน รวมถึงพื้นที่พิเศษด้านความมั่นคง ซึ่งมีประมาณ 1,000 แห่ง และมีนักเรียนยากจนมากกว่า 70%

ข้อมูลวิจัยยังสะท้อนว่า งบประมาณการศึกษาทุก 100 บาท เป็นค่าใช้จ่ายประจำถึง 78 บาท ขณะที่งบเพื่อความเสมอภาคมีเพียง 22 บาท ในจำนวนนี้ 18 บาทเป็นงบแบบ “เท่ากัน” สำหรับนักเรียนทุกคน เช่น เงินอุดหนุนรายหัว อาหารกลางวัน และนมโรงเรียน เหลืองบเพียง 4 บาทสำหรับช่วยเหลือเด็กยากจนตามความจำเป็น เช่น ปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ทุนเสมอภาค ส่งผลให้การลดความเหลื่อมล้ำยังไม่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

จากนโยบายรัฐบาลที่เตรียมปรับสูตรจัดสรรงบประมาณใหม่ในปีงบประมาณ 2570 เพื่อยกเลิกแนวคิด “จัดสรรเท่ากันแต่ไม่เป็นธรรม” เปลี่ยนเป็น “จัดสรรตามความจำเป็นจริง” กสศ. จึงเสนอแนวทางปรับสูตรใหม่ โดยคำนึงถึงความแตกต่างของโรงเรียนใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ขนาดโรงเรียน ลักษณะภูมิศาสตร์ และฐานะความยากจนของผู้เรียน เพื่อให้การจัดสรรงบตอบโจทย์บริบทพื้นที่อย่างแท้จริง

แนวทางสำคัญคือการเปลี่ยนจากการจัดสรรแบบ “รายหัวเท่ากัน” ไปสู่ “Block Grant” ที่ผันแปรตามความจำเป็นของแต่ละโรงเรียน พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นให้สถานศึกษานำงบไปใช้ได้ตามบริบท เช่น พัฒนาการเรียนรู้ จัดหาสื่อการสอน หรือดูแลนักเรียนกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา

ผลการทดลองในโรงเรียนนำร่อง 180 แห่ง โดยสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่า โรงเรียนที่ได้รับงบตามสูตรใหม่โดยเฉลี่ยประมาณ 54,000 บาทต่อโรงเรียนต่อปี ช่วยให้มีความพร้อมด้านสื่อการสอนเพิ่มขึ้น 94.9% อัตราการเข้าสอบ O-NET ของนักเรียน ป.6 เพิ่มจาก 91.2% เป็น 97.3% และอัตราการมาเรียนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนศักยภาพของการจัดสรรงบประมาณที่สอดคล้องกับบริบทจริง

ขณะที่เสียงจากผู้อำนวยการโรงเรียนขนาดเล็ก–พื้นที่ห่างไกล สะท้อนตรงกันว่า งบประมาณที่เพิ่มขึ้นช่วยให้สามารถพัฒนาการเรียนการสอนได้จริง ทั้งการยกระดับทักษะพื้นฐานของนักเรียน การจัดกิจกรรมเรียนรู้ ดูแลคุณภาพชีวิตผู้เรียน ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าเดินทางหรือค่าบริหารจัดการ ที่เดิมเป็นข้อจำกัดสำคัญของโรงเรียน

ด้านข้อเสนอเชิงนโยบาย กสศ. เสนอ 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การจัดสรรงบประมาณแบบ Block Grant ตาม 3 มิติความจำเป็น และการเพิ่มงบสนับสนุนบุคลากร เช่น ครูอัตราจ้าง รวมถึงการชดเชยโรงเรียนที่ไม่มีผู้บริหาร เพื่อให้โรงเรียนสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้งบประมาณเพิ่มเติมราว 61–103 ล้านบาท สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก–พื้นที่ห่างไกล 1,135 แห่ง ทั้งนี้ รัฐบาลสามารถขยายการสนับสนุนไปยังโรงเรียนเพิ่มเติมได้อย่างยืดหยุ่น โดยประยุกต์ใช้สูตรการคำนวณตามข้อมูลความจำเป็นของแต่ละพื้นที่

ผศ.ดร.สหวรัชญ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การปรับสูตรจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการแก้ปัญหาทรัพยากรไม่เพียงพอในโรงเรียนขนาดเล็ก–พื้นที่ห่างไกล แต่เป็นการปรับโครงสร้างเพื่อสร้าง “ความเป็นธรรมทางการศึกษา” โดยทำให้ทรัพยากรไปถึงโรงเรียนที่ต้องการมากที่สุด ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง และยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศในระยะยาว