ส้มตำสู้ชีวิต ! ทุกลมหายใจขอ’ตำ’ ส่งลูกเรียนหนังสือ

รุ่งฟ้า ประสงค์สุข คุณแม่ลูกสอง วัย 43 ปี ถือเป็นอีกตัวอย่างของคุณแม่สู้ชีวิต ที่ต้องทำงานสู้ชีวิตขี่รถพ่วงขายส้มตำไก่ย่างไปตามที่ต่าง ๆ กับสามี เพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัวและดูแล “น้องปิ่น” บุตรสาววัย 3 ขวบที่อยู่ในวัยกำลังซน

ทุกวัน พ่อของน้องปิ่นจะทำหน้าที่เป็นคนไปจ่ายตลาด จะออกจากบ้านตั้งแต่ตี 1 เพื่อไปจับจ่ายซื้อสิ่งของวัตถุดิบต่าง ๆ และกลับมาเตรียมตัวก่อนจะเริ่มออกตระเวนขายประมาณ 10 โมงเช้าจนถึงเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง 

ทุกวันก่อนออกไปขายของ คุณแม่จะพาน้องปิ่นไปส่งยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนครนนท์ 12 ประชานิเวศน์ 3 จังหวัดนนทบุรี ใกล้บ้าน เพื่อให้ช่วยดูแลในระหว่างที่ออกไปขาย จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 2,300 บาทต่อปี ซึ่งจะเห็นว่าคุณครูดูแลน้องปิ่นเป็นอย่างดี มีพัฒนาที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ หรือบางวันที่ไม่มีคนเลี้ยง ต้องพาน้องปิ่นไปตระเวนขายส้มตำด้วย แต่น้องปิ่นเลี้ยงง่าย บางทีช่วงที่ต้องไปตำส้มตำ ย่างไก่ ลูกค้าก็น่ารัก มาช่วย เลี้ยงน้องปิ่นบนรถพ่วงไปด้วย

รุ่งฟ้า เล่าให้ฟังว่า ทุกวันนี้เธอ สามี และ ลูกสาว เช่าบ้านอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ค่าใช้จ่ายเดือนละ 2,200 บาท ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ยึดอาชีพขายส้มตำไก่ย่างมานับ 10 ปี แต่มาช่วงปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี ของแพงขึ้น ทำให้ขายได้น้อย รายได้ลดลง บางวันก็ชักหน้าไม่ถึงหลัง

“บางครั้งก็ต้องไปหาอาชีพเสริมช่วย เช่น รับจ้างขนของ คนที่จะย้ายหอ ก็ไปช่วยเขาขนตู้ ขนเตียง หรือบางทีก็หาของมาขายเสริมเพิ่มจากส้มตำ ไก่ย่างที่ขายอยู่ให้พอมีรายได้เสริมเข้ามา เพราะหากหยุดขายก็จะไม่มีเงินเข้ามา เราเป็นอาชีพค้าขาย หยุดขายรายได้ก็สะดุดไปด้วย ดังนั้นต่อให้ป่วยก็ยังต้องออกไปขายของ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ยอมหยุด” รุ่งฟ้ากล่าว

รุ่งฟ้ากล่าวว่า หากไม่ไหวจริงก็จะไปหยิบยืมเงืนหรือขอความช่วยเหลือจากพี่ๆ น้องๆ พยายามหลีกเลี่ยงไม่ไปกู้เงินนอกระบบ ซึ่งยังโชคดีที่มีพี่สาวคอยช่วยเหลือ อย่างค่านม ค่าแพมเพิร์ส น้องปิ่นที่ได้พี่สาวช่วยมาตั้งแต่เกิด

“ถามว่าทุกวันนี้เหนื่อยไหม ก็ต้องยอมรับว่าเหนื่อย แต่พอเห็นหน้าลูกก็หายเหนื่อย โชคดีที่น้องปิ่นเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย อยู่กับใครก็อยู่ได้ โชคดีตอนคลอดออกมาใหม่ ๆ ก็ได้คุณตา คุณยาย ที่เป็นข้าราชการเกษียณที่อยู่ข้างบ้านไม่มีลูกมาช่วยเลี้ยงจนถึงสองขวบครึ่ง ทำให้ไม่ต้องไปจ้างเขาเลี้ยงเวลาออกไปขายของ คุณตาคุณยายก็เลี้ยงเหมือนลูกเหมือนหลานเขาเอง เหมือนเป็นสิ่งที่เติมเต็มชีวิตเขา” รุ่งฟ้ากล่าว

ย้อนไปก่อนหน้านี้ด้วยความที่รุ่งฟ้า ทำงานอย่างหนักต้องตระเวนขายส้มตำตอนตั้งครรภ์ ทำให้น้ำคร่ำรั่ว น้องปิ่นคลอดก่อนกำหนดในช่วงอายุครรภ์ได้ 7 เดือน และ ต้องอยู่ในตู้อบอีกประมาณ 1 เดือน โชคดีที่สุดท้ายก็ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก

คุณแม่ตั้งใจว่าจะเลี้ยงน้องปิ่นให้ดีที่สุด จนกว่าชีวิตจะหมดลมหายใจ แต่ก็เป็นห่วงอนาคตเขาไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ยิ่งเป็นเด็กผู้หญิง ต้องพยายามเอาใจใส่ให้เต็มที่ไม่อยากให้เป็นเด็กมีปัญหา พยายามดูแล สอนเรื่องธรรมะ ปลูกฝังพาไปวัดรู้จักความเมตตา ตอนนี้เริ่มสวดมนต์ได้แล้ว

“เราก็สอนเขาไม่อยากให้เขาเอาเปรียบคนอื่น ไม่ให้ไปรังแกคนอื่น อันไหนทำไม่ดีเราก็เตือนเขา ต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก ๆ” รุ่งฟ้ากล่าว

Back To Top