กสศ. เผยผล PISA 2025 ดีขึ้น ! ชี้โจทย์ Thailand’s Lost Talent เร่งปลดล็อกศักยภาพเด็กไทย เพิ่มโอกาสเรียนรู้ และทรัพยากร เพื่อผลิตภาพประเทศ

กสศ. เผยผล PISA 2025 ดีขึ้น ! ชี้โจทย์ Thailand’s Lost Talent เร่งปลดล็อกศักยภาพเด็กไทย เพิ่มโอกาสเรียนรู้ และทรัพยากร เพื่อผลิตภาพประเทศ

20 ตุลาคม 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เปิดบทวิเคราะห์ผลการประเมิน PISA 2025: นัยต่อทิศทางความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาระบบการศึกษาไทย พร้อมผู้แทนจากระดับนโยบายและนิติบัญญัติ ดร.ธีรภา ไพโรหกุล ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.อมรศักดิ์ กิจธนานันท์ รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา นายธีรศักดิ์ จิระตราชู รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร รศ.ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ดร.สมเจตน์ พันธ์พรม ผู้อำนวยการศูนย์ PISA สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 

ดร.ไกรยส ภัทราวาท

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า จากผลประเมิน Programme for International Student Assessment หรือ PISA 2025 ชี้คะแนนนักเรียนไทยสูงขึ้นทั้งด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่าน เมื่อเทียบผลการประเมินครั้งก่อนในปี 2022 โดยวิทยาศาสตร์เพิ่ม 23 คะแนน (ร้อยละ 5.62) ขณะที่ด้านการอ่าน และคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้นด้านละ 13 คะแนน (ร้อยละ 3.43 และ 3.3 ตามลำดับ) 

อันดับคะแนนด้านวิทย์ของนักเรียนไทยขยับขึ้น แต่สถานการณ์ยังน่าห่วง

ผล PISA 2025 ของไทย โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ที่อันดับดีขึ้น 11 อันดับ จากอันดับที่ 64 ในการประเมิน PISA 2022 เป็นอันดับที่ 53 จากทั้งหมด 91 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ แม้ผลคะแนนสูงขึ้นจะเป็นสัญญาณบวก แต่ผลการประเมินสะท้อนความท้าทายสำคัญ เพราะนักเรียนไทยร้อยละ 59.3 มีสมรรถนะต่ำกว่าระดับพื้นฐานในด้านคณิตศาสตร์และการอ่าน ขณะที่ร้อยละ 36.9 มีสมรรถนะต่ำกว่าระดับพื้นฐานทั้ง 3 ด้าน โดยมีนักเรียนไทยที่มีสมรรถนะสูงทั้ง 3 ด้านเพียงร้อยละ 0.1 เท่านั้น ซึ่งค่าเฉลี่ยในกลุ่มประเทศ OECD อยู่ที่ร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD สมรรถนะของนักเรียนไทยภาพรวมยังคงต่ำกว่าทุกด้าน แสดงให้เห็นว่า ไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะและความสามารถเพื่อการนำความรู้ไปใช้จริง

Thailand’s Lost Talent เด็กยากจนไทยจำนวนมากมีศักยภาพ
ด้านทักษะเชิงคำนวณ แต่อาจขาดโอกาสเพราะเศรษฐฐานะ

ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า นอกจาก PISA 2025 มุ่งเน้นประเมินสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการประเมินในด้านคณิตศาสตร์และการอ่าน OECD ยังจัดให้มีการประเมินการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล ซึ่งวัดสมรรถนะการแก้ปัญหาเชิงคำนวณ (Computational Problem Solving) และทักษะการกำกับตนเองในกระบวนการเรียนรู้ (Self-regulated Learning) ซึ่งเป็นทักษะที่มีความสำคัญในการต่อยอดสู่การเรียนรู้และการทำงานในโลกดิจิทัล รวมทั้งการทำงานในสายเทคโนโลยี  ภาพรวมผลการประเมินด้านการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล พบว่านักเรียนไทยมีผลการประเมินในระดับค่อนข้างดี เฉลี่ย 476 คะแนน ห่างจากค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD ที่ 500 คะแนน เพียง 24 คะแนน และอยู่ในอันดับที่ 40 จากทั้งหมด 91 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ

เมื่อพิจารณาตามเศรษฐฐานะ จะพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า นักเรียนในกลุ่มยากจนกว่า 2 ใน 3 มีระดับสมรรถนะตั้งแต่ระดับพื้นฐานขึ้นไป ซึ่งชี้ให้เห็นถึง ‘ศักยภาพ’ ของนักเรียนกลุ่มดังกล่าว ที่หากพื้นฐานเหล่านี้ได้รับการต่อยอดและเจียระไนต่ออย่างต่อเนื่องแล้ว เด็กยากจนเหล่านี้ก็มีโอกาสจะสามารถกลายเป็น ‘เพชร’ ที่เข้าไปเติมเต็มภาคอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีที่กำลังขาดแคลนแรงงานและมีความต้องการสูงได้

นักเรียนไทยใช้ AI ในการเรียนสูง แต่ผลลัพธ์ทางการศึกษาอาจไม่สูงตาม

ผลวิเคราะห์ PISA 2025 ยังพบว่า นักเรียนไทยร้อยละ 95.5 ใช้ AI ช่วยทำงานที่ได้รับมอบหมายจากโรงเรียน เช่น สรุปเนื้อหาที่ต้องอ่าน ช่วยในการเรียนรู้ เป็นต้น สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ที่ร้อยละ 86.3 แต่การใช้ AI มากไม่ได้หมายถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นเสมอไป ทั้งนี้หัวใจสำคัญอยู่ที่การประยุกต์ใช้ AI ให้ส่งเสริมการเรียนรู้ ช่วยพัฒนาการคิดวิเคราะห์ และกระตุ้นให้นักเรียนสร้างความเข้าใจด้วยตนเอง มากกว่าคำตอบสำเร็จรูป

นักเรียนช้างเผือกยังคงรอการเปล่งแสง

ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากผลประเมินพบว่า นักเรียนจากครัวเรือนที่ยากจนที่สุดประมาณร้อยละ 17 ทำคะแนนด้านวิทยาศาสตร์อยู่ในกลุ่มร้อยละ 25 แรกได้ กลุ่มดังกล่าวถือเป็นนักเรียนช้างเผือก (Academically Resilient Students) ซึ่งสะท้อนว่าเด็กที่ขาดแคลนโอกาสมีศักยภาพในการเรียนรู้ ถ้าได้รับการสนับสนุนเหมาะสมและเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษาเพียงพอ  สัดส่วนนี้สูงกว่าตัวเลขของไทยในปี 2022 ที่ร้อยละ 15 และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD ในรอบการประเมิน PISA 2025 ที่ร้อยละ 12 สะท้อนให้เห็นถึง ‘ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของนักเรียนยากจนไทย’

จากแบบสอบถามนักเรียนของการประเมิน PISA 2025 ในข้อคำถามที่เกี่ยวกับ ‘ความใฝ่ฝัน’ ของนักเรียนทั้งด้านการศึกษาและอาชีพชี้ว่า นักเรียนยากจนมากกว่าร้อยละ 85 อยากเรียนและทำงานที่สูงกว่าพ่อแม่ ตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงเกินกว่าร้อยละ 90 ในกลุ่มนักเรียนช้างเผือก หากนักเรียนยากจนได้การสนับสนุนเพียงพอจนสำเร็จการศึกษาและประกอบอาชีพที่ดีกว่ารุ่นพ่อแม่ พวกเขาจะก้าวมาเป็น ‘ประชากรรุ่นทดแทน’ ของรุ่นพ่อแม่ และมีแนวโน้มจะช่วยผลักดันผลิตภาพของประเทศให้เพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดการเลื่อนชั้นทางสังคมของประชากร และลดความยากจนข้ามรุ่นลงด้วย

ผศ.ดร.สหวรัชญ์ พลหาญ

ความเหลื่อมล้ำ ในรอบ 10 ปี (2015 – 2025) อยู่ในระดับทรงตัว 

ผศ.ดร.สหวรัชญ์ พลหาญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) กล่าวว่า ‘ความเหลื่อมล้ำ’ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในการประเมิน PISA 2025 แต่เป็นแนวโน้มที่เกิดต่อเนื่องยาวนาน ถ้าวิเคราะห์แนวโน้มของช่องว่างในระดับคะแนนเฉลี่ย ระหว่างกลุ่มครัวเรือนที่ยากจนที่สุดร้อยละ 25 ของประเทศ (Quartile 1 หรือ Q1) กับกลุ่มครัวเรือนที่มีฐานะร่ำรวยร้อยละ 25 บนสุดของประเทศ (Quartile 4 หรือ Q4) พบว่า แม้ช่องว่างในการประเมิน PISA 2025 จะลดลงเมื่อเทียบกับรอบ PISA 2022 โดยลดลงประมาณ 11 คะแนน เนื่องจากคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนในกลุ่มยากจนเพิ่มขึ้น 29.36 คะแนน ขณะที่นักเรียนในครัวเรือนที่รวยที่สุดทำคะแนนเพิ่มขึ้นเพียง 18.53 คะแนน

ถ้ามองแนวโน้มในภาพรวมในรอบทศวรรษที่ผ่านมา (2015 – 2025) พบว่าช่องว่างคะแนนดังกล่าวลดลงเพียง 2 คะแนน และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ สะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ยังคงอยู่ อีกนัยหนึ่ง การปรับเพิ่มขึ้นของระดับคะแนนระหว่าง PISA 2022 – 2025 เป็นเพียงการปรับฐานและฟื้นฟูผลกระทบต่อสมรรถนะผู้เรียนที่เกิดในช่วงโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังไม่ส่งผลให้เกิดการลดลงของช่องว่างความเหลื่อมล้ำในผลลัพธ์การเรียนรู้

คุณภาพการศึกษาต้องจับมือกันพัฒนาทั้งระบบ

ผศ.ดร.สหวรัชญ์ ชี้ว่า การยกระดับคุณภาพการศึกษาไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการเพิ่มคะแนนสอบ แต่ต้องพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ช่วยให้เด็กทุกคนได้พัฒนาศักยภาพเต็มที่ ทั้งการส่งเสริมกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อการเรียนรู้ การสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษาตามความจำเป็นของผู้เรียนและบริบทของโรงเรียน

ขณะเดียวกัน ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงการพัฒนาวิชาชีพเข้ากับการเรียนการสอนในห้องเรียนจริง พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ โดยไม่ละเลยการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การรู้เท่าทันข้อมูล เท่าทันโลก และความสามารถในการประเมินความน่าเชื่อถือของเนื้อหา

สำหรับการประเมิน PISA 2029 จะให้ความสำคัญกับด้านการอ่าน รวมถึงทักษะการรู้เท่าทันสื่อและปัญญาประดิษฐ์ (Media and AI Literacy) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในโลกที่ข้อมูลและเทคโนโลยีมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ

ผศ.ดร.สหวรัชญ์  เน้นย้ำว่า การนำข้อมูลจาก PISA ไปใช้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง เพื่อให้การพัฒนาการศึกษาสามารถยกระดับทั้งคุณภาพและความเสมอภาคได้อย่างยั่งยืน และทำให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง


รายงานฉบับพิเศษ “ถอดรหัสผลประเมิน PISA 2025 สู่การพัฒนาคุณภาพและความเสมอภาคทางการเรียนรู้” คลิก