สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน
กาญจนบุรี

‘ไท่ซิวเอวี๋ยน’ สถานธรรมที่ขับเคลื่อนชุมชมบ่อพลอยด้วยการเปิดโครงการฝึกทักษะเกษตรอินทรีย์

จากสถานปฏิบัติธรรมสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน จังหวัดกาญจนบุรี
ได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรขึ้น เพื่อยกระดับองค์ความรู้ให้กับกลุ่มเกษตรกรและชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง โดยหวังว่าโครงการนี้จะช่วยพัฒนาระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

จากความตั้งใจนี้สถานปฏิบัติธรรมจึงได้ทำการสำรวจกลุ่มเกษตรกรที่เข้ามาร่วมกิจกรรมกับสถานธรรมจำนวน 50 คน และพบว่าคนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ขาดโอกาสทางการศึกษา บางส่วนเป็นแรงงานพลัดถิ่น และประสบปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกิน ทำให้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ไม่มีความมั่นคง

สถานธรรมฯ จึงได้ออกแบบแนวทางพัฒนาทักษะเป็น 3 ส่วนเพื่อแก้ไขปัญหานี้คือ

  1. หลักสูตรความรู้พื้นฐานการเกษตรอินทรีย์
  2. หลักสูตรการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากธรรมชาติ
  3. หลักสูตรการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยมีเป้าหมายในอนาคตคือการพัฒนาชุมชนสู่การเป็นพื้นที่ ‘ตลาดสีเขียว’ ศูนย์กลางการซื้อ-ขายสินค้าอินทรีย์ ทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์

นอกจากการที่สถานธรรมได้สรรหาวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญเข้ามาฝึกอบรมสมาชิกในทั้ง 3 หลักสูตรแล้ว ยังมีการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างคุณสุธรรม จันทร์อ่อน ซึ่งเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง โดยคุณสุธรรมได้เข้ามาช่วยเหลือตลอดกระบวนการอบรม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มสมาชิก รวมถึงมีการแบ่งปันประสบการณ์และทิศทางการดำเนินงานให้กับโครงการได้เป็นอย่างดี

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายในช่วงเวลาที่ผ่านมานับว่ามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยจากคำบอกเล่าของหนึ่งในเจ้าหน้าที่โครงการคือ “ก่อนเข้าร่วมอบรมในโครงการ กลุ่มชาวบ้านไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการปลูกผักไว้กินเอง แต่ต่อมาเมื่อได้มีการเรียนรู้ถึงโทษของการใช้สารเคมีจากผักในตลาด เขาก็เริ่มตระหนักถึงเรื่องสุขภาพ จึงหันมาปลูกพืชผักไว้กินเองในครอบครัวมากขึ้น”

“นอกจากนี้หลังจากที่ได้เรียนรู้เรื่องการแปรรูปสินค้า สมาชิกก็ได้นำไปปฏิบัติต่อด้วยตัวเอง เช่น จากที่เคยปล่อยให้มะม่วงในสวนหล่นร่วงจนเน่าเสียเพราะขายไม่ได้ราคา ก็นำมากวนและช่วยกันนำมาขายในช่องทางออนไลน์กัน ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกในโครงการได้ถึง 10 เปอร์เซ็นต์”

ขณะเดียวกัน ในด้านของสมาชิกที่ได้รับการอบรมก็มีความเห็นในแง่บวกต่อโครงการ โดยหนึ่งในสมาชิกได้เล่าให้ฟังว่า “รู้สึกประทับใจในโครงการอย่างมาก เพราะสามารถทำให้คนที่ทำอะไรไม่สำเร็จ ประสบความสำเร็จได้จากความพอเพียงในสิ่งที่เรามีอยู่ และทักษะต่างๆ ที่ได้รับการอบรมก็ช่วยให้พึ่งพาตัวเองได้ดีกว่าเดิม มีชีวิตที่มั่นคงขึ้น”

ความพอเพียงคือหลักปรัชญาที่สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยนได้ส่งต่อให้กับกลุ่มสมาชิกโครงการอยู่เสมอ เพราะนอกจากการพัฒนาทักษะฝีมือในการประกอบอาชีพแล้ว การพัฒนาหลักคิดควบคู่ไปด้วยย่อมจะทำให้คนผู้นั้นสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตตัวเองได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นเรื่องน่าติดตามต่อไปว่า ภายหลังจากที่เหล่าสมาชิกได้รับการอบรมครบทุกหลักสูตรแล้ว พวกเขาจะสามารถนำหลักปฏิบัติเหล่านั้นไปต่อยอดกับวิถีชีวิตของตัวเองในรูปแบบใดบ้าง

เกี่ยวกับโครงการเบื้องต้น

พัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย พอใจในวิถีพอเพียง
สถานธรรมไท่ซิวเอวี๋ยน
  • โทร: 094-9962930
  • ผู้ประสานงาน: นางสาวพาฝัน ไพรเกษตร

เป้าประสงค์

สร้างโอกาสที่เสมอภาคของแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสให้ได้รับการพัฒนายกระดับฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ หากกลุ่มเกษตรกรและชาวบ้านมีโอกาสได้รับการเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม ทุกคนมุ่งมั่นที่จะยกระดับความเป็นอยู่ในครอบครัว มุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในครอบครัว  ก่อเกิดทัศนคติของการดำรงชีวิตอย่างถูกต้องชัดเจน สร้างสรรค์คุณค่าชีวิตตน จะรู้จักรักสรรพชีวิต สรรพสิ่ง รู้จักถนอมรักษาบุญกุศล รู้จักสำนึกคุณ ถนอมรักษาทุกอย่างที่มี ทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุข โดยมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ด้วยการมีวิถีชีวิตที่พอเพียง

เรื่องราวนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

กว่า 74 หน่วยงาน 42 จังหวัด กับ 1 เป้าหมายเพื่อสร้างชุมชนที่มีศักยภาพ ด้วยการพัฒนาทักษะอาชีพแก่แรงงานด้อยโอกาส

Back To Top