กสศ. สานพลัง สอศ. – จุฬาฯ ปักหมุดขับเคลื่อนวิจัยเชิงนโยบาย ณ กรุงปักกิ่ง ต่อยอดทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสู่ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ เพื่อเยาวชนที่มีความต้องการพิเศษ

กสศ. สานพลัง สอศ. – จุฬาฯ ปักหมุดขับเคลื่อนวิจัยเชิงนโยบาย ณ กรุงปักกิ่ง ต่อยอดทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสู่ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ เพื่อเยาวชนที่มีความต้องการพิเศษ

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นำโดย ศ.วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กสศ. ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. ผศ. ดร.สันติ เจริญพรพัฒนา อนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับสูงกว่าภาคบังคับ กสศ. และ นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ บูรณาการความร่วมมือกับคณะผู้บริหารและคณาจารย์จากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย รศ. ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการและงานวิจัยเชิงนโยบาย ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษ

การผนึกกำลังในครั้งนี้ มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบและผลลัพธ์เชิงประจักษ์ โดยนำองค์ความรู้เชิงลึกมาพัฒนาเป็นข้อเสนอนโยบาย เชื่อมโยงวัตถุประสงค์โดยตรงกับการพัฒนานวัตกรรม เพื่อเปิดเส้นทางการศึกษาและการมีงานทำอย่างยั่งยืนสำหรับเด็กและเยาวชนที่มีความต้องการพิเศษในประเทศไทย

คณะทำงานได้ลงลึกในเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Graduate School of Education, Peking University) ศูนย์กลางวิเคราะห์และออกแบบนโยบายอาชีวศึกษาของจีน โดยนำงานวิจัยมาเป็นฐานขับเคลื่อนโอกาสของเยาวชนจากครัวเรือนยากจนผ่าน 3 กรอบการทำงานหลัก ได้แก่ การสนับสนุนทางการเงินเพื่อลดอุปสรรคการเข้าถึงการเรียนรู้ (Financial Access) การยกระดับขีดความสามารถของสถานศึกษา (School Capacity) และการสร้างระบบสนับสนุนช่วงเปลี่ยนผ่านจากการเรียนสู่ตลาดแรงงาน (Transition Support)

ขณะเดียวกัน ได้ถอดรหัสความสำเร็จด้านการจัดการศึกษาพิเศษ (Special Education) ของจีนที่ขับเคลื่อนนโยบาย Zero Rejection ตั้งแต่ปี  2558 ซึ่งกำหนดให้สถานศึกษาห้ามปฏิเสธการรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ส่งผลให้เด็กและเยาวชนที่มีความต้องการพิเศษในกรุงปักกิ่งเข้าเรียนในสถานศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ได้ถึงร้อยละ 70 โดยเชื่อมโยงระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงวางรากฐานความร่วมมือระยะยาว ทั้งการร่วมวิจัยเชิงนโยบายอาชีวศึกษา การสร้างเครือข่ายนักวิชาการ และการแลกเปลี่ยนนักศึกษาทุน เพื่อขยายผลองค์ความรู้สู่การปฏิบัติ

นอกจากนี้ คณะทำงานยังได้เจาะลึกรูปแบบการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยอาชีวศึกษากิจการพลเรือน (China Civil Affairs University) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาเฉพาะทางที่ผลิตกำลังคนด้านการบริการสังคม (Social Service) ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงถึงระดับปริญญาตรี ครอบคลุมหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ และวิศวกรรมเพื่อการฟื้นฟู (Rehabilitation Engineering) เพื่อนำองค์ความรู้มาต่อยอดเป็นตัวแบบการศึกษาสายอาชีพในการยุติความยากจนข้ามรุ่น พร้อมสร้างกำลังคนเฉพาะทางรองรับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งทั้งสองประเทศกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่มีสัดส่วนประชากรสูงวัยเกินกว่าร้อยละ 20

ในมิติด้านเทคโนโลยี คณะทำงานได้เชื่อมโยงการทำงานร่วมกับ U-Learning (Wenhua Online) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับอาชีวศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น ระบบ AI ช่วยสอนรายบุคคล และเทคโนโลยีสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ (อาทิ เทคโนโลยีรูปแบบเดียวกับ Siri) เข้ามาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ของกลุ่มผู้มีความต้องการพิเศษ ตลอดจนการพัฒนาทักษะวิชาชีพด้านการบริบาล เพื่อสร้างความเสมอภาคทางดิจิทัลและยกระดับศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มขีดความสามารถ

ก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงเครือข่ายวิจัยระดับสากลในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างฐานขับเคลื่อนเชิงนโยบายและส่งมอบผลลัพธ์ที่ เพื่อผลักดันให้ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงและการศึกษาเรียนรวมของไทย ก้าวสู่การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจได้ยั่งยืน