“ขยับใกล้ฝันอีกก้าว …จากวันที่เคยคิดจะตัดใจแล้ว” วันแห่งความสำเร็จ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล

“ขยับใกล้ฝันอีกก้าว …จากวันที่เคยคิดจะตัดใจแล้ว” วันแห่งความสำเร็จ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล

“เราขยับเข้าใกล้จุดที่จะเป็นที่พึ่งของทุกคนในครอบครัวไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว”

เสียงของ ‘นิส’ นภาภรณ์ ดังขึ้นอย่างมั่นคง ในห้องประชุมคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (องครักษ์) จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 วันที่เธอและเพื่อนร่วมรุ่นอีก 3 คน ก้าวขึ้นรับประกาศนียบัตรหลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล

สำหรับใครหลายคน นี่อาจเป็นเพียงพิธีมอบใบประกาศที่เรียบง่าย

แต่สำหรับพวกเธอ นี่คือเส้นแบ่งระหว่าง “วันที่เคยเกือบยอมแพ้” กับ “จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่”

ทั้งสี่คนคือผู้รับทุนรุ่นแรกจากโครงการ ‘ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง’ หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล (Caregiver: CG) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา เปิดโอกาสให้เยาวชนขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เรียนต่อหลังจบ ม.6 ปวช.3 หรือเทียบเท่า ในหลักสูตรระยะสั้น 6 เดือน ที่เชื่อมตรงสู่ตลาดแรงงานและการมีงานทำทันที

โอกาสที่เชื่อมรอยต่อชีวิต

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ จำนวนเด็กเกิดใหม่ต่อปีลดลงเหลือราว 4 แสนคน ขณะที่ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการเกิดเกือบสองเท่า ความต้องการบุคลากรด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในอีกด้านหนึ่ง เยาวชนจำนวนไม่น้อยต้องหยุดเส้นทางการศึกษาไว้เพียง ม.6 เพราะข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ

ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล ซึ่งใช้เวลาอบรมเข้มข้น 510 ชั่วโมง จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อเชื่อม “โอกาสทางการศึกษา” เข้ากับ “ความต้องการของตลาดแรงงาน” อย่างเป็นรูปธรรม  

ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถทำงานในสายสาธารณสุขในฐานะผู้ช่วยมืออาชีพ ดูแลกิจวัตรประจำวันและสุขอนามัยของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ (Basic Caregiver) ช่วยจัดเตรียมอาหารตามหลักโภชนาการ ดูแลการเคลื่อนย้าย พยุงเดิน จัดท่านอนเพื่อป้องกันแผลกดทับ รวมถึงทำหน้าที่ประสานงานและบันทึกข้อมูล (Communicator & Recorder)

สำหรับ ‘ดา’ รุ่งทิวา  ‘ปัท’ ปสุดา และ ‘นิส’ นภาภรณ์  ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้ราวสามสัปดาห์ที่ศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน จังหวัดปราจีนบุรี วันนี้จึงไม่ใช่เพียงวันรับใบประกาศ หากคือวันแห่งความภาคภูมิใจของเด็กคนหนึ่งที่เคยคิดว่าอาจไม่ได้เรียนต่อหลังจบ ม.6

ในห้องประชุม พวกเธอนิ่งสงบในเครื่องแบบนักศึกษา อกเสื้อด้านซ้ายกลัดดอกไม้และเข็มตราสัญลักษณ์คณะพยาบาลศาสตร์ มศว องครักษ์ 

จนถึงช่วงเวลาสำคัญ ชื่อของทั้งสามคนถูกประกาศตามลำดับ เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างอบอุ่น เมื่อแต่ละคนก้าวขึ้นรับใบประกาศ โดยมีคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์กล่าวแสดงความยินดี

“ความสำเร็จของผู้สำเร็จการศึกษารุ่นแรกในหลักสูตรผู้ดูแลครั้งนี้ คือความภูมิใจของคณะ นอกจากแสดงความยินดี ในโอกาสนี้ยังอยากบอกนักศึกษาทุกคนว่าทางคณะยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนานักศึกษา ขอให้ทุกคนเก็บความภาคภูมิใจนำไปปฏิบัติหน้าที่ พัฒนาตัวเองในฐานะบุคลากรด้านสาธารณสุข เพื่อให้คนไข้ได้รับการดูแลที่ดีที่สุด” 

กล่าวโดย ผศ.ดร.วนิดา วิสุทธิพานิช คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (องครักษ์)

พิธีการอาจเรียบง่าย แต่สำหรับพวกเธอ นี่คือช่วงเวลาที่ขีดเส้นแบ่งระหว่าง “วันที่เคยไขว่คว้าหาโอกาส” กับ “สัญญาณเริ่มของชีวิตใหม่” บนเส้นทางการทำงาน และความหวังที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น

(จากซ้าย) ผศ.ดร.วนิดา วิสุทธิพานิช / ‘ดา’ รุ่งทิวา

ไม่ใช่แค่โอกาสเรียน แต่คือโอกาสเลือกชีวิต

‘ดา’ รุ่งทิวา บอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดของวันนี้คือ “ความภาคภูมิใจในตัวเอง” ที่สามารถเอาชนะอุปสรรค จากเด็กคนหนึ่งที่เคยคิดว่าคงไม่ได้เรียนต่อหลังจบ ม.6 เพราะครอบครัวไม่มีกำลังส่ง จนมาพบโอกาสจากทุนนี้ ซึ่งทำให้เธอเหมือนได้ตั้งหลักชีวิตใหม่อีกครั้ง 

ดาบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมั่นใจในความสามารถของตัวเอง แต่การได้เรียนในหลักสูตรผู้ดูแลซึ่งเป็นงานที่สนใจ เธอก็ค่อย ๆ ค้นพบว่าตัวเองทำได้ และทำได้อย่างดี โดยยืนยันด้วยผลการเรียนเฉลี่ย 3.97 คือหลักฐานของความพยายามนั้น

หลังผ่านการฝึกงานและเริ่มทำงานจริง ดายิ่งมั่นใจว่าเดินมาถูกทาง เพราะเธอได้นำทักษะที่เรียนผ่านหลักสูตรและจากประสบการณ์ตรงที่เคยดูแลคุณยายมาใช้ โดยเฉพาะการสังเกต การฟัง การพูดคุย การเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุในความดูแลมีกำลังใจ และยินดีที่จะฟื้นฟูตัวเองให้กลับมาแข็งแรง   

แม้จะพบเส้นทางที่ใช่ ดาก็ไม่คิดจะหยุดแค่ตรงนี้ ดาตั้งใจจะเก็บประสบการณ์จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และวางแผนเรียนต่อทันทีเมื่อสถาบันที่หมายตาไว้เปิดรับสมัคร

‘ปัท’ ปสุดา

ด้าน ‘ปัท’ ปสุดา เล่าว่า การเลือกหลักสูตรผู้ดูแล เพราะต้องการพื้นฐานงานด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะประสบการณ์จริงที่จะช่วยให้เข้าใจผู้ได้รับการดูแลที่หลากหลาย แล้วหลังจากนี้เธอจะนำความรู้และทักษะที่ได้ไปต่อยอดชีวิตตามแผนที่วางไว้

วันแห่งความยินดีนี้ ปัทบอกว่า “ดีใจที่ได้กลับมาที่คณะ” แม้จะเรียนหลักสูตรระยะสั้น แต่สำหรับเธอแล้ว ช่วงเวลาที่นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ และคือความรู้สึกผูกพันกับผู้คนมากมาย ที่มอบ “โอกาสเรียนรู้” ให้กับเธอ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยคิดว่าอาจต้องยอมตัดใจไปแล้ว  

ปัทขอใช้โอกาสนี้สะท้อนเสียงไปถึงผู้กำหนดนโยบายว่า เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลจำนวนมากยังต้องการการสนับสนุนด้านทุนและค่าใช้จ่ายทางการศึกษา เพื่อให้สามารถก้าวข้ามรอยต่อหลังจบ ม.3 หรือ ม.6 ได้อย่างมั่นคง

“อยากให้ชั้นเรียนมัธยมมีพื้นที่ให้รู้จักและทดลองเกี่ยวกับอาชีพมากขึ้น เพราะประสบการณ์ของเราบอกว่า งานด้านสาธารณสุขไม่ใช่แค่พื้นที่ของคนเรียนเก่งเรียนดี แต่คนที่จะมาสายนี้ ต้องมีทักษะอีกหลายอย่าง ไม่ว่าการรับมือกับผู้ได้รับการดูแล การรับมือการทำงานในสภาวะกดดัน การมีทักษะบริการและการตัดสินใจที่ดี ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ ผู้เรียนควรได้ทดสอบตัวเองก่อนเลือกเรียนต่อ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นงานที่เหมาะสมจริง ๆ”     

‘นิส’ นภาภรณ์

สำหรับ ‘นิส’ นภาภรณ์ วันแห่งความสำเร็จนี้คืออีกก้าวสำคัญของชีวิต

“เราขยับเข้าใกล้จุดที่จะเป็นที่พึ่งของทุกคนในครอบครัวไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว” 

เธอวางแผนทำงานเก็บเงินเพื่อเรียนต่อ และมองเห็นชัดเจนขึ้นว่า ใบประกาศในมือวันนี้ เปิดโอกาสในการทำงานมากกว่าการมีวุฒิ ม.6 เพียงอย่างเดียว

“ตอนนี้มีใบประกาศในมือแล้ว เรามีโอกาสในการทำงานมากขึ้นกว่าตอนมีวุฒิแค่ ม.6 จึงยิ่งเห็นความสำคัญว่าถ้ารัฐสนับสนุนโอกาสเรียนต่อ หรือการเรียนรู้ทักษะอาชีพเฉพาะทาง เชื่อว่าเด็ก ๆ ทั่วประเทศจะสามารถเอาชนะข้อจำกัดเรื่องเงินหรือระยะทางได้ แล้วเขาจะมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น มีโอกาสเรียนสูงขึ้น และคิดฝันถึงสิ่งที่อยากจะเป็นได้มากกว่าที่เคย”     

ใบประกาศที่มากกว่ากระดาษหนึ่งแผ่น

ความสำเร็จของทั้งสามคนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบทุนที่ตั้งใจเชื่อมรอยต่อชีวิตอย่างเป็นระบบ

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับ ม.6 ปวช.3 หรือเทียบเท่า ได้เข้าถึงการศึกษาสายอาชีพ ผ่านโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ในหลักสูตรด้านสาธารณสุข ได้แก่ หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล/ผู้ช่วยทันตแพทย์ (1 ปี) และหลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล (6 เดือน) ซึ่งออกแบบให้สอดรับทั้งการเรียนรู้และความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้เยาวชนสามารถเข้าสู่การมีงานทำได้อย่างรวดเร็ว

ในปี 2568 โครงการได้สนับสนุนเยาวชนรุ่นแรกเข้าศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแลใน 3 สถาบัน รวม 9 ทุน ได้แก่
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จ.นครนายก
คณะพยาบาลศาสตร์แมคคอร์มิค มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่
และคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย จ.ขอนแก่น

จากวันที่เกือบต้องหยุดเส้นทางการศึกษา วันนี้พวกเธอได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพที่มองเห็นอนาคตชัดเจน และยังคงเดินหน้าต่อไปบนความหวังที่จับต้องได้จริง