กสศ. ร่วมกับเมืองไทยประกันชีวิต จัดกิจกรรม “Money Freedom 2024 : อัปเกรดการออม ปลดล็อกความจน”
แนะแนวเทคนิคบริหารจัดการเงินให้กับนักเรียนทุน

กสศ. ร่วมกับเมืองไทยประกันชีวิต จัดกิจกรรม “Money Freedom 2024 : อัปเกรดการออม ปลดล็อกความจน”

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต และ Muang Thai Life (MTL) จัดกิจกรรม Money Freedom 2024 “อัปเกรดการออม ปลดล็อกความจน” How to Tip : DIY My Income & Expense Planning ผ่านระบบออนไลน์ โดยชวนน้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาที่ได้รับทุนจาก กสศ. กว่า 200 คน เข้าร่วมรับฟังเทคนิคการบริหารจัดการการเงิน ในหัวข้อ ปลดล็อกความลับสู่วิถีความมั่งคั่ง, กำจัดหนี้สู่ชีวิตอิสระ (Money Freedom) ,ฉลาดการออม ลงทุนอย่างมั่นใจ สร้างรากฐานสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน และ How to อัปเกรดสร้างเกราะคุ้มภัยทางการเงิน พร้อมเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ซักถามทุกแง่มุมเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงิน โดยมี ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. คุณอุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต และคุณปิยะ สุราสา นักวางแผนการเงิน (CFP) บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมเป็นวิทยากร

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. เล่าว่า นักเรียนนักศึกษาทุนจำนวนมากของ กสศ. คือสมาชิกรุ่นแรกของครอบครัวที่ได้รับการศึกษาในระดับสูงกว่าภาคบังคับ มีหลายคนที่ได้ก้าวไปไกลกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานคือ ม.6 หรือ ปวช.3 ได้แก่นักศึกษาในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ซึ่งรุ่นแรกเตรียมจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและบรรจุเป็นข้าราชการครูในปี 2567 นี้ นักศึกษาทุนในโครงการทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ที่จะจบการศึกษาขั้นต่ำคือปริญญาตรีและยังมีโอกาสเรียนต่อในระดับสูงต่อไป อีกทั้งยังมีนักศึกษาโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ที่จะจบการศึกษาสายอาชีพในระดับ ปวช. ปวส. และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน ดังนั้นจึงหมายถึงว่านักเรียนนักศึกษาทุนทั้งหมดนี้ กำลังจะมีงานมีรายได้ที่ดี และมีความมั่นคงในอนาคต ที่ยกระดับขึ้นจากคนรุ่นพ่อแม่ผู้ปกครองในครอบครัวของตนเอง        

“เมื่อเยาวชนกลุ่มนี้ตัดสินใจว่าจะเรียนต่อ ได้รับโอกาส และพาตัวเองผ่านช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อมาได้ เท่ากับเป็นการลงทุนกับตัวเองเพื่อการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนวันนี้หลายคนผ่านพ้นอุปสรรคและกำลังมองไปที่ภาพชีวิตในอนาคต อย่างไรก็ตามเราก็ยังต้องมาพูดเรื่องการลงทุนกันอีกครั้ง หากคราวนี้เป็นการลงทุนในเรื่อง ‘ความรู้ทางการเงิน’ ด้วยเส้นทางที่อาจพูดได้ว่า ‘ไกลกว่า’ และ ‘แตกต่าง’ อย่างมากจากคนในครอบครัวของน้อง ๆ ที่เคยเดินมา แน่นอนว่าด้านหนึ่งคือโอกาส แต่ขณะเดียวกันก็ถือว่าเป็น ‘ความท้าทาย’ ด้วย

“กล่าวให้ชัดคือเมื่อเข้าสู่กระบวนการทำงาน น้อง ๆ จะได้รับค่าจ้างตลอดทุกเดือนต่อไปเป็นจำนวนที่สูงกว่าเพดานรายได้ที่ครอบครัวเคยได้รับ ความสำคัญคือเราจะมีวิธีบริหารจัดการเงินอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ทำอย่างไรให้เงินได้ถูกใช้ในการลงทุน การออม ที่ไม่ใช่แต่เพียงทำให้น้อง ๆ และครอบคครัวมีความมั่นคงทางการเงินในวันนี้ แต่ยังสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตในอนาคตได้ และอีกประการหนึ่งคือรายได้ที่ได้รับต่อไปจากนี้ จะต้องไม่เป็นบ่อเกิดของการก่อหนี้สินที่เกินกำลัง”

ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่าแม้ กสศ. จะเป็นหน่วยงานที่มีภาพลักษณ์ของการให้ทุนการศึกษากับเด็กเยาวชน แต่อีกทางหนึ่งก็มีความตั้งใจว่า การลงทุนด้านการศึกษาที่มาจากเงินภาษีของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จะต้องมีความหมายมากว่าการสนับสนุนให้เด็กเยาวชนกลุ่มนี้จบการศึกษา โดยจะต้องส่งผลต่อการแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่นให้น้อง ๆ เป็นคนรุ่นแรกของครอบครัวที่ก้าวพ้นกับดักความยากจนได้สำเร็จ แล้วทำอย่างไรความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ จะยังคงผลัดรุ่นส่งต่อกันไปได้โดยไม่มีใครต้องย้อนกลับไปอยู่ ณ จุดเดิมอีก วันนี้จึงเป็นวันสำคัญที่เราชวนนักเรียนนักศึกษาทุนมาฟังประสบการณ์และวิธีการบริหารจัดการเงินจาก บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต ซึ่งหวังว่าความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นกับน้อง ๆ จะถูกส่งต่อไปถึงสมาชิกครอบครัวและเพื่อนนักเรียนทุนคนอื่น ๆ เพื่อทุกคนจะได้ประโยชน์จากการวางแผนการเงิน สามารถบริหารจัดการชีวิต มีเงินออม ปราศจากหนี้สิน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนที่แท้จริง

คุณอุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต

คุณอุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต เล่าต่อไปว่า เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) รู้สึกเป็นเกียรติที่ กสศ. ชวนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม DIY My Income & Expense Planning เนื่องจากในโลกปัจจุบัน การวางแผนบริหารจัดการเงินเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จหรือการเติบโตที่งอกงามของชีวิต

“กิจกรรมวันนี้เราจะมาให้ความรู้เรื่องวิธีการจัดการหนี้สิน การบันทึกรายรับรายจ่าย การเลือกเส้นทางการออม จนถึงการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเพื่อให้เงินที่มีอยู่งอกเงยขึ้น และสำหรับเคล็ดลับที่ทีมงาน MTL นำมาวันนี้ คือ ‘5G’ ของการวางแผนชีวิตและการเงิน ซึ่งเริ่มจาก G1 คือ ‘Goal’ หรือการตั้งเป้าหมาย ที่ต้องชัดเจนเช่นการเก็บเงินเรียนต่อหรือนำไปลงทุน ต่อมาคือต้องเข้าใจว่าต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่ โดยเป้าหมายนั้นต้องทำได้ด้วยตัวเราเองและตั้งอยู่บนความเป็นไปได้จริง สุดท้ายคือการวางกรอบระยะเวลาที่ชัดเจนในการไปสู่เป้าหมายนั้น

ส่วน G2 คือ ‘Gathering information’ หรือการเก็บรวบรวมข้อมูล ที่เราจะมาเจาะลึกเรื่องการทำบันทึกรายรับรายจ่าย ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายส่วนใดที่มากที่สุด หรือค่าใช้จ่ายใดสามารถลดได้ อันจะช่วยให้เกิดการบริหารเงินไปสู่การเก็บออม มาที่ G3 คือ ‘Guide’ หรือ Tip ดี ๆ ที่ช่วยจัดการรายจ่าย ว่าควรแบ่งเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างไร ต่อมาคือ G4 ‘Grow’ เป็นเทคนิคการออมที่ต้องตั้งเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว และเลือกแหล่งการออมเงินที่เหมาะสมกับระยะการออมที่กำหนด สุดท้ายคือ G5 ‘Generate’ หรือผลตอบแทนจากการลงทุน ว่าเงินจากการออมนั้นจะงอกเงยได้อย่างไรบ้าง ทำยังไงให้สามารถกระจายการลงทุนเพื่อผลตอบแทนที่ดีและเข้าใจถึงความเสี่ยงที่ต้องรับ

“หากน้อง ๆ ทุกคนวางแผนบริหารจัดการเงินได้ดีตั้งแต่ในวันนี้ ก็ถือว่ามีชัยตั้งแต่เริ่ม นับตั้งแต่วันนี้ที่ยังศึกษาอยู่ไปจนถึงวันที่แต่ละคนจะมีรายรับเข้ามามากขึ้น ซึ่งหมายถึงรายจ่ายที่มากขึ้นตามมาเช่นกัน ดังนั้น MTL จึงหวังว่าความรู้ในวันนี้จะช่วยให้น้อง ๆ มีทักษะ วิธีการ และมีความเข้าใจยิ่งขึ้นในการจัดการเงิน เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง อันจะเป็นส่วนสำคัญของการประสบความสำเร็จในชีวิตในวันข้างหน้า” รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต กล่าวทิ้งท้าย