Banner
มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
กรุงเทพมหานคร

สร้างงาน สร้างรายได้ ผ่านทักษะ e-commerce ในโครงการพัฒนาสมรรถนะเยาวชน โดยมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศฯ กรุงเทพ

ปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียเข้ามามีอิทธิพลต่อคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก จนปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของมนุษย์เราแทบทุกด้าน ส่งผลให้สื่อโซเชียลมีเดีย เป็นเหมือนดาบสองคม หากไม่รู้จักใช้ให้ถูกวิธีก็อาจทำให้เราได้รับผลกระทบในเชิงลบ แต่หากรู้จักใช้อย่างเหมาะสม จะก่อให้เกิดประโยชน์และสร้างได้รายให้แก่ตนเองได้ 

ในมุมที่มีประโยชน์ อินเทอร์เน็ตได้เข้ามาทำให้การซื้อ-ขายสินค้าและบริการมีความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้ตลาด e-commerce ในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นไลฟ์สไตล์ของหลายๆ คน ซึ่งจะดีสักแค่ไหน หากเด็กและเยาวชนที่อยู่ในสถานพินิจจะสามารถเรียนรู้การซื้อขายในโลก e-commerce และคว้าโอกาสที่จะก้าวมาเป็นพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ได้ตั้งแต่ยังใช้ชีวิตอยู่ในสถานพินิจ เพราะเมื่อพวกเขาได้พ้นจากพื้นที่แห่งนี้ไปแล้ว เขาจะสามารถนำทักษะยุคใหม่ติดตัวไปพัฒนาเป็นอาชีพที่สร้างรายได้และเลี้ยงตัวเองต่อไปในอนาคต

มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดตั้งขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเรียน การสอน และการวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงช่วยเหลือประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยใช้องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วย จากเหตุผลดังกล่าว มูลนิธิฯ จึงได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย และมีความสนใจที่จะพัฒนากลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชน ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยหวังว่าความรู้ ความสามารถที่มูลนิธิมีนั้น จะช่วยส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนกลุ่มดังกล่าว สามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและสังคม

จึงเกิดเป็น ‘โครงการพัฒนาสมรรถนะของเยาวชนในสถานพินิจตามมาตรฐานอาชีพด้าน e-commerce’ โครงการที่จะเปิดการเรียนการสอนและพัฒนาองค์ความรู้ในด้านการทำธุรกิจออนไลน์และสมรรถนะด้านอีคอมเมิร์ซให้กับเยาวชนในสถานพินิจ เพื่อเป็นการสร้างอาชีพและความรู้ติดตัวให้แก่เยาวชนสามารถนำไปใช้หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวได้ นอกจากนี้ยังทำให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้เห็นถึงคุณค่าของตัวเองและเติบโตอย่างมีคุณภาพในสังคม

โครงการฯ ได้วางเป้าหมายของการจัดทำหลักสูตรครั้งนี้โดยยึดจากเยาวชนเป็นหลัก ว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้เยาวชนเกิดองค์ความรู้ความเข้าใจในด้านนี้ ไปจนถึงมีสมรรถนะด้านอีคอมเมิร์ซตามมาตรฐาน ไปจนถึงขั้นตอนลงมือทำ คือ การสร้างร้านค้าออนไลน์ และท้ายที่สุดคือเยาวชนมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองและเห็นถึงคุณค่าในตัวเอง

ดยแบ่งเนื้อหาในการฝึกสอนเป็น 4 ลำดับด้วยกันคือ

  1. ภาคทฤษฎี – จะเป็นการฝึกสอนและมอบใบประกาศนียบัตรใน 2 หัวข้อคือ การสร้างธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และ e-commerce
  2. ภาคปฏิบัติ – จะเป็นการฝึกฝนเกี่ยวกับการทำธุรกิจและสร้างร้านค้าออนไลน์ ให้ผ่านระดับที่ 1 Basic e-Commerce โดยมีคุณสมบัติดังนี้ มีความรู้พื้นฐานด้านอีคอมเมิร์ซ สามารถสร้างเพจร้านค้าออนไลน์ จำหน่ายสินค้าออนไลน์ได้ นำสินค้าที่ผลิตเอง และ/หรือนำสินค้าจากชุมชน มาจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ได้
  3. ปฏิบัติงานจริง – เยาวชนที่ผ่านการอบรมในสองลำดับแรกมาแล้วจะได้ปฏิบัติการจริงในฐานะผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ฝึก เช่น การออกแบบหน้าร้าน การสร้างร้านค้าออนไลน์ การเขียนเรื่องเล่าผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์  การถ่ายภาพสินค้า เป็นต้น
  4. การทดสอบสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพ – เยาวชนที่ผ่านการอบรมในหลักสูตรธุรกิจออนไลน์ จะได้รับการทดสอบสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพด้านอีคอมเมิร์ซของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อเป็นเครื่องการันตีที่สำคัญสำหรับการทำงานภายหลังออกจากสถานพินิจไปแล้ว

ตลอดกระบวนการทำงานที่ผ่านมา โครงการมีการจับมือกับภาคีเครือข่ายมากมาย เพื่อร่วมกันผลักดันศักยภาพของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริฯ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ศูนย์วิจัยการจัดการความรู้การสื่อสารและพัฒนา (CCDKM มสธ.) และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)

ท้ายสุด หากเป้าหมายที่วางไว้ลุล่วงไปอย่างราบรื่น เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมในโครงการฯ จะมีความรู้ความสามารถในด้าน e-commerce

เพราะเมื่อเด็กทุกคนเติบโตไป มีอาชีพ มีศักยภาพในตัวเอง และมีรายได้ที่เพียงพอ พวกเขาก็จะไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก และพร้อมเดินหน้า ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณภาพในสังคมต่อไป

เมื่อเด็กทุกคนเติบโตไป มีอาชีพ มีศักยภาพในตัวเอง และมีรายได้ที่เพียงพอ พวกเขาก็จะไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

เกี่ยวกับโครงการเบื้องต้น

พัฒนาสมรรถนะของเยาวชนในสถานพินิจตามมาตรฐานอาชีพด้าน e-commerce

มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

  • โทร: 089-452-4244
  • ที่อยู่: 061-449-6498
  • ผู้ประสานงาน: นางเยาวลักษณ์ คนคล่อง

เป้าประสงค์

1.เยาวชนเกิดความรู้ ความเข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ สามารถสร้างร้านค้าออนไลน์ได้ ตลอดจนมีสมรรถนะด้านอีคอมเมิร์ซตามมาตรฐานอาชีพ
2.เยาวชนมีพื้นที่ทดลองปฏิบัติตามจริงและเกิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ
3.เยาวชนเห็นคุณค่าและศักยภาพที่มีในตนเอง นำไปสู่ความภาคภูมิใจและสร้างช่องทางการหารายได้อย่างยั่งยืน

เรื่องราวนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

กว่า 74 หน่วยงาน 42 จังหวัด กับ 1 เป้าหมายเพื่อสร้างชุมชนที่มีศักยภาพ ด้วยการพัฒนาทักษะอาชีพแก่แรงงานด้อยโอกาส

รายชื่อโรงเรียน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

จังหวัด นราธิวาส จำนวน 4 โรงเรียน

  • โรงเรียนผดุงมาตร
  • โรงเรียนสวนพระยาวิทยา
  • โรงเรียนราชพัฒนา
  • โรงเรียนนราสิกขาลัย

จังหวัดยะลา จำนวน 15 โรงเรียน

  • โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 94 (บ้านบ่อน้ำร้อน)
  • โรงเรียนคุรุชนพัฒนา
  • โรงเรียนบ้านตาเซะ
  • โรงเรียนบ้านราโมง
  • โรงเรียนบ้านกาตอง
  • โรงเรียนบ้านหลักเขต
  • โรงเรียนพัฒนาบาลอ
  • โรงเรียนบ้านโกตาบารู
  • โรงเรียนบ้านตะโละหะลอ
  • โรงเรียนบ้านเยาะ
  • โรงเรียนบ้านโต
  • โรงเรียนบ้านลูโบ๊ะปันยัง
  • โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส
  • โรงเรียนบ้านสะเอะ
  • โรงเรียนกาบังพิทยาคม

จังหวัดปัตตานี จำนวน 16 โรงเรียน

  • โรงเรียนวุฒิชัยวิทยา
  • โรงเรียนนิคมสร้างตนเองโคกโพธิ์ มิตรภาพที่ 148
  • โรงเรียนบ้านบางมะรวด
  • โรงเรียนบ้านท่าน้ำตะวันออก
  • โรงเรียนบ้านน้ำบ่อ
  • โรงเรียนบ้านปาลัส
  • โรงเรียนบ้านตรัง
  • โรงเรียนบ้านกระเสาะ
  • โรงเรียนบ้านบูดี
  • โรงเรียนบ้านฝาง
  • โรงเรียนบ้านตะโละไกรทอง
  • โรงเรียนบ้านน้ำดำ
  • โรงเรียนบ้านโลทู
  • โรงเรียนบ้านวังกว้าง
  • โรงเรียนสะนอพิทยาคม
  • โรงเรียนวังกะพ้อพิทยาคม

รายชื่อโรงเรียน ภาคตะวันตก

จังหวัดตาก จำนวน 1 โรงเรียน

  • โรงเรียนบ้านร่มเกล้า 2