“จุดเปลี่ยนจริง ๆ คือเมื่อเด็กมีอินเทอร์เน็ต มีเครื่องมือ นักเรียนทุกคนก็เข้าถึงครูและเพื่อน ๆ ได้ทันที เป็นการสื่อสารที่เร็ว ทันที และทำได้ทุกเวลา ซึ่งไม่เพียงส่งผลให้การเรียนรู้ไปต่อได้ แต่ในเรื่องความเป็นอยู่ ความปลอดภัย หรือการดูแลสภาวะจิตใจ เราดูแลได้ครอบคลุมกว่าเดิมทั้งหมด”
‘ครูเพชร’ วาสนา ลิ้มสุวรรณ โรงเรียนประชากรรังสฤษฏ์ อำเภอบางบาล จังหวัดอยุธยา เล่าถึงการได้รับซิมอินเทอร์เน็ต และเครื่องมือเรียนรู้ออนไลน์ทั้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุคและสมาร์ทโฟน จากความร่วมมือของ สพฐ. กสศ. มูลนิธิกระจกเงา และเครือข่ายศูนย์การเรียน ที่มุ่งสร้าง ‘ระบบเรียนรู้ฉุกเฉิน’ ผ่านการนำดิจิทัลแพลตฟอร์ม Mobile School มาใช้ เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็ก ๆ ในพื้นที่น้ำท่วมดำเนินต่อไป โดยเผยว่า ณ วันนี้ แม้โรงเรียนยังคงต้องปิดต่อไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ ‘การเรียนรู้ไปต่อได้แล้ว’

“ตั้งแต่น้ำท่วมโรงเรียน เราพยายามหาวิธีที่จะทำให้การเรียนรู้ไปต่อ โดยเฉพาะการนำระบบออนไลน์มาใช้ แต่การเป็นโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ที่ผู้ปกครองมีรายได้ไม่มาก ก็ต้องยอมรับว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องมือสื่อสาร บางคนไม่เคยจับอุปกรณ์ดิจิทัลเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นการได้เครื่องมือมาช่วย อย่างแรกเลยคือเราติดตามเด็กง่ายขึ้น ติดต่อเด็กได้ทุกคน แล้วจากตรงนี้เองที่เหมือนว่ามันได้มาปลุกให้การเรียนรู้เกิดขึ้นต่อไปได้จริง ๆ
“สิ่งที่เด็ก ๆ ดีใจที่สุด คือได้บรรยากาศของห้องเรียนกลับมา เพราะตั้งแต่หยุดเรียน หลายคนบอกว่าเหงามาก วัน ๆ แทบไม่ได้คุยกับใครเลย แต่ตอนนี้พี่ ๆ ป.5-ป.6 เค้าตั้งกลุ่มคุยกันผ่านไลน์ได้แล้ว โดยครูเป็นคนสร้างห้องขึ้นมา แล้วทำคลิปบทเรียน ให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาดู แต่ละคนก็ตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะไม่ได้คุยหรือเจอหน้ากันพร้อม ๆ มาเป็นเดือน แล้วเราก็ใช้ช่องทางนี้ติวสอบโอเน็ตให้เด็ก ๆ ด้วย ส่วนชั้น ป.3-ป.4 ครูจะสร้างห้องไว้คอยส่งเนื้อหาการเรียนการสอน และถามไถ่ชีวิตประจำวัน ซึ่งเด็กบางคนบอกเราว่า แค่ได้เห็นหน้าครูเห็นหน้าเพื่อน เขาก็หายเหงาและรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาแล้ว”
ครูเพชร ยังบอกว่าการเรียนผ่าน Mobile School ในช่วงเวลานี้ ยังเหมือนเป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ของการซึมซับประสบการณ์การใช้ทักษะดิจิทัลของเด็กหลายคน และไม่เว้นกระทั่งผู้ปกครอง


“ในชั้นอนุบาล เราใช้วิธีให้ผู้ปกครองช่วยถ่ายคลิปตอนนักเรียนอยู่กับเนื้อหาบทเรียนส่งมา ตรงนี้เป็นอีกจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้ปกครองทำความเข้าใจ ว่าเครื่องมือสื่อสารสัมพันธ์กับการเรียนรู้ของเด็กอย่างไร ส่วนเด็ก ๆ ที่บางคนเพิ่งได้หยิบจับเครื่องมือเป็นครั้งแรก แค่นี้สำหรับเขาก็ดีใจที่สุดแล้ว เรามองว่านี่คือโอกาสที่ทุกคนจะได้ยกระดับการเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์ ได้คุ้นเคยกับเครื่องมือ ได้ลองเสิร์ชหาสิ่งที่ตัวเองสนใจ แล้วประสบการณ์ที่ได้สัมผัสนี้ จะช่วยเปลี่ยนวิธีคิดต่อการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว”
ครูเพชรสรุปว่า แม้การนำเครื่องมือดิจิทัลมาช่วยในการเรียนรู้ จะยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับเด็ก ๆ แต่เชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไป ทักษะของนักเรียนรวมถึงการพัฒนาระบบจะยิ่งทำได้ดีขึ้น แล้วสิ่งนี้จะเป็น ‘ข้อต่อ’ สำคัญ ที่ทำให้การเรียนรู้ในสภาวะฉุกเฉินมีทางไปต่อ ไม่ว่าในสถานการณ์น้ำท่วมหรือฉุกเฉินใด ๆ ก็ตาม
“อย่างน้อยที่สุด เราอยากให้มองถึงเด็กที่ไม่เคยมีเครื่องมือสื่อสารของตัวเองมาก่อน เวลาแค่เดือนกว่าที่น้ำท่วมโรงเรียนปิด เขาเหมือนถูกตัดขาดจากโลก บางครั้งจึงพลาดโอกาสได้รับความช่วยเหลือเพราะไม่มีใครติดต่อได้ ยิ่งการเรียนรู้ด้วยตัวเองยิ่งไม่มีทางเลย แต่วันนี้เราเห็นแล้วว่าพอสื่อสารกับครูได้ คุยกับเพื่อนได้ เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป ทั้งยังร่าเริงขึ้น เริ่มมีรอยยิ้มสดชื่นขึ้นมาบ้าง ซึ่งคือความอบอุ่นในหัวใจที่เด็ก ๆ ได้รับอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะยังกลับไปเรียนที่โรงเรียนไม่ได้”

