ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย ประธานกรรมการบริหาร กสศ. ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.และนางผลิพร ธัญญอนันต์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ ได้เข้าพบกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายก่อแก้ว พิกุลทอง ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ปรึกษา และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาทุนมนุษย์ มุ่งช่วยเหลือเด็กและเยาวชนอายุ 15–25 ปี ที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้เข้าถึงการพัฒนาทักษะอาชีพ มีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน เป็นไปตามนโยบายการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout Plus ณ ห้องประชุมประสงค์ รณะนันท์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน วันที่ 26 ต.ค. 2569


ในที่ประชุมดังกล่าว กสศ. ได้นำเสนอการใช้ต้นทุนและทรัพยากรที่มีอยู่สนับสนุนการทำงานร่วมกันระหว่างทั้งสองหน่วยงาน ทั้งฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุตัวตนและพิกัดของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา งานวิจัย ฐานข้อมูลและคณะทำงานที่พร้อมสนับสนุนการออกแบบกลไกการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น (Flexible Learning) ร่วมกับภาคเอกชน ตลอดจนเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ที่สามารถร่วมค้นหาและติดตามเด็กและเยาวชนในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด


จากการหารือดังกล่าว ที่ประชุมได้วางแนวทางความร่วมมือที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. เชื่อมโยงข้อมูล คัดกรอง และจำแนกกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุด โดยใช้ข้อมูลระบุตัวบุคคล 13 หลัก ร่วมกับข้อมูลจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เช่น ระบบประกันสังคมและข้อมูลการจัดหางาน เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และจำแนกความต้องการของเด็กและเยาวชนแต่ละกลุ่ม ก่อนส่งต่อความช่วยเหลือให้เหมาะสมกับข้อจำกัดและความจำเป็นเฉพาะบุคคล (Tailor-made)
2. พัฒนาหลักสูตรฝึกอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรมากกว่า 10 หลักสูตร ให้สอดคล้องกับแนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และชิป (Chip) ควบคู่กับการเสริมทักษะชีวิตและทักษะมนุษย์ (Soft Skills/Human Skills) โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและข้อกำหนดตามกฎหมายแรงงานสำหรับเยาวชนอายุ 15 – 18 ปี
3. สร้างเส้นทางการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน ภายใต้แนวคิด Learn to Earn เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้ฝึกทักษะในสถานประกอบการ พร้อมมีรายได้ระหว่างพัฒนาตนเอง ควบคู่กับการสะสมหน่วยกิตผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เพื่อให้สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้และต่อยอดสู่การศึกษาที่สูงขึ้นได้ โดยไม่ต้องเลือกระหว่างการเรียนกับการหารายได้
4. ผสานกลไกอาสาสมัครแรงงานกับเครือข่ายพี่เลี้ยงในพื้นที่ โดยเชื่อมการทำงานของอาสาสมัครแรงงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ากับกลไกพี่เลี้ยง (Care Manager) ของ กสศ. เพื่อเข้าถึงเด็กและเยาวชนเป็นรายบุคคล สร้างความไว้วางใจ และทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง พร้อมสนับสนุนให้เด็กเข้าสู่กระบวนการพัฒนาทักษะและเตรียมความพร้อมสู่การทำงาน
5. จัดทำแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดย กสศ. จะสรุปผลการหารือและจัดส่งแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานร่วมกันให้ชัดเจน และต่อยอดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสู่การช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาให้มีทักษะ มีอาชีพ และมีโอกาสสร้างอนาคตของตนเองได้อย่างมั่นคง
