เปลี่ยนของดีฉะเชิงเทราให้เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ เมื่อเด็ก ๆ เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ผ่านเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

เปลี่ยนของดีฉะเชิงเทราให้เป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ เมื่อเด็ก ๆ เรียนรู้จากการลงมือทำจริง ผ่านเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

จากผ้าไหมและถ่านในชุมชน สู่ชุดสังฆทานผ้าไหมพรีเมียม ถุงผ้าดับกลิ่น และชุดเตาถ่านพร้อมย่าง ผลงานของนักเรียนโรงเรียนบ้านอ่างเตย จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีครูและพี่ ๆ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังร่วมสนับสนุน  การเดินทางครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้จากทรัพยากรใกล้ตัวสามารถต่อยอดไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ พร้อมเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ฝึกคิด ลงมือทำ และค้นพบศักยภาพของตัวเอง

ผ้าไหมและถ่านอาจเป็นทรัพยากรที่คุ้นเคยของคนในชุมชนบ้านอ่างเตย แต่เมื่อมองด้วยมุมคิดที่ต่างออกไป สิ่งเหล่านี้ก็สามารถกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายรูปแบบ และนี่คือเรื่องราวของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 3 ชิ้นของนักเรียน

เรียนรู้จากปัญหา ก่อนพัฒนาสู่ผลงานจริง

ผลิตภัณฑ์แรกคือ มาลินี-ชุดสังฆทานผ้าไหมพรีเมียม ที่นำผ้าทอจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกหม่อนเลี้ยงไหมทอผ้าบ้านอ่างเตยมาต่อยอดให้มีความประณีตและแตกต่างจากชุดสังฆทานทั่วไป ผลิตภัณฑ์ที่สองคือ แอพเซนท์-ถุงผ้าดับกลิ่นสำหรับคนรักการออกกำลังกาย ซึ่งออกแบบให้มีช่องใส่ถ่านแยกไว้เพื่อช่วยดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ส่วนผลิตภัณฑ์ที่สามคือ Fire Daddy- ชุดเตาถ่านไม้ไผ่พร้อมย่าง ที่รวมอุปกรณ์ปิ้งย่างไว้ในกล่องเดียว เพื่อให้พกพาและใช้งานได้สะดวก เหมาะกับผู้ที่สนใจกิจกรรมกลางแจ้ง

ทั้งสามชิ้นมีแนวคิดร่วมกัน คือการนำทรัพยากรที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในรูปแบบใหม่ โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจชุมชนและมองหาความต้องการของผู้บริโภค

“บทบาทของพี่เลี้ยงไม่ใช่การนำคำตอบสำเร็จรูปไปให้เด็ก แต่เป็นการช่วยให้เด็กและโรงเรียนมองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ จากสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว” ตัวแทนอาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การสร้างผลิตภัณฑ์ไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่ครั้งแรก ชุดสังฆทานต้องอาศัยความละเอียดในการตัดเย็บและมีข้อจำกัดเรื่องสีสันของผ้า ถุงผ้าดับกลิ่นผลิตได้ไม่รวดเร็วนักเพราะมีผู้เย็บเพียงคนเดียว ขณะที่ชุดเตาถ่านไม้ไผ่พร้อมย่างต้องปรับรายละเอียดทั้งขนาดกล่องและการจัดวางอุปกรณ์ให้เหมาะสม

“จากปัญหา นักเรียนจึงได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอนค่ะ ตั้งแต่การสำรวจปัญหา การคิดค้นแนวทางแก้ไข การออกแบบผลิตภัณฑ์ การเลือกใช้วัสดุ การทดลองทำ การปรับปรุงชิ้นงาน ตลอดจนการนำเสนอและจำหน่ายสินค้า” คุณครูกล่าว

นอกจากทักษะการผลิตแล้ว เด็ก ๆ ยังได้เรียนรู้เรื่องต้นทุน การกำหนดราคา และการขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee ซึ่งทำให้เข้าใจว่าการสร้างสินค้าหนึ่งชิ้นไม่ได้จบลงเมื่อผลิตเสร็จ แต่ยังต้องคิดต่อว่าจะนำเสนออย่างไรให้ผู้บริโภคเห็นคุณค่า

เมื่อได้ขายจริง เด็ก ๆ ก็ได้ค้นพบความมั่นใจ

การฝึกนำเสนอสินค้าด้วยตัวเอง นักเรียนได้ตอบคำถาม อธิบายจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ และรับรู้ว่าผลงานที่ร่วมกันพัฒนามีคนสนใจ โดยเฉพาะชุดเตาถ่านและถุงผ้าดับกลิ่นที่มีผู้สอบถามและเริ่มสั่งจองสินค้า

นักเรียนคนหนึ่งเล่าถึงประสบการณ์ตอนขายของว่า “รู้สึกดีใจ แล้วก็รู้สึกสนุกค่ะ มีพี่ ๆ เข้ามาสอบถามกันเยอะแยะมากมายเลยค่ะ ได้เปิดประสบการณ์หนูด้วยค่ะ”

อีกสิ่งที่เด็กๆ โรงเรียนบ้านอ่างเตยและพี่ๆ นักศึกษาได้เรียนรู้ร่วมกัน คือการทำงานเป็นทีม เพราะแต่ละคนต้องรับผิดชอบผลิตภัณฑ์และหน้าที่ที่แตกต่างกัน ทั้งการเตรียมสินค้า การขาย และการสื่อสารกับลูกค้า

“ตัวหนูได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม เพราะว่าต้องแบ่งหน้าที่กัน แล้วก็การสื่อสาร การขายของค่ะ”–ตัวแทนนักศึกษากล่าว

ประสบการณ์นี้ทำให้การเรียนรู้ไม่ได้อยู่เพียงในขั้นตอนการผลิต แต่เกิดขึ้นเมื่อเด็ก ๆ ต้องนำสิ่งที่ทำไปสื่อสารกับคนอื่นจริง ๆ พวกเขาได้ฝึกความกล้าแสดงออก เรียนรู้การรับฟัง และเห็นความเชื่อมโยงระหว่างความตั้งใจในการทำงานกับโอกาสในการสร้างรายได้

ต่อยอดผลิตภัณฑ์ พร้อมส่งต่อคุณค่าให้ชุมชน

สำหรับโรงเรียนบ้านอ่างเตย ผลลัพธ์สำคัญไม่ได้มีเพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งสามชิ้น แต่คือการทำให้นักเรียนเห็นคุณค่าของทรัพยากรในชุมชน และเรียนรู้ว่าจะนำสิ่งเหล่านั้นไปต่อยอดได้อย่างไร

ผ้าทอและถ่านจึงไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบ แต่กลายเป็นจุดตั้งต้นของการคิด ออกแบบ และสร้างโอกาสใหม่

ครูตั้งใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้น ทั้งการเพิ่มรูปแบบของชุดสังฆทาน ปรับปรุงถุงผ้าดับกลิ่นและทดสอบประสิทธิภาพ ตลอดจนพัฒนาชุดเตาถ่านให้พกพาสะดวกและปลอดภัย โดยยังต้องเรียนรู้เรื่องการตลาดและช่องทางจำหน่ายควบคู่กันไป

ด้านอาจารย์ผู้ร่วมพัฒนาเห็นว่า การสร้างต้นแบบเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากต้องการให้ผลิตภัณฑ์พร้อมเข้าสู่ตลาด ยังจำเป็นต้องมีเวลาในการทดลอง ปรับปรุง และทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นักเรียนเองก็ตั้งใจจะนำประสบการณ์จากโครงการนี้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อ รวมถึงเรียนรู้จากผลงานของโรงเรียนอื่น เพื่อนำแนวคิดใหม่ ๆ มาปรับใช้กับงานของตัวเอง

เรื่องราวของบ้านอ่างเตยจึงสะท้อนให้เห็นว่า การเรียนรู้ที่มีความหมายอาจเริ่มจากสิ่งใกล้ตัว เมื่อเด็ก ๆ ได้รับโอกาสให้ลงมือทำจริง พวกเขาจะได้มากกว่าผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้น แต่ยังได้ฝึกคิด แก้ปัญหา ทำงานร่วมกัน และมองเห็นว่าทรัพยากรในชุมชนสามารถสร้างคุณค่าใหม่ได้ หากรู้จักตั้งคำถามและกล้าที่จะทดลอง


Equity Partnership’s School Network  Season 7
นวัตกรรมเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

Equity Lab ภายใต้สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายทั้งบริษัท Sea (ประเทศไทย) เครือข่ายโรงเรียนนานาชาติและเครือข่ายมหาวิทยาลัย  เดินหน้าสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อม “ห้องเรียน–ชุมชน–ตลาดจริง” เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนนานาชาติได้พัฒนาทักษะอาชีพ สร้างแบรนด์ สร้างรายได้ และก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงความร่วมมือระหว่าง “โรงเรียนพี่–โรงเรียนน้อง” หากแต่เป็นการสร้าง “พื้นที่แห่งมิตรภาพที่เสมอภาค” ในโลกศตวรรษที่ 21

โรงเรียนบ้านอ่างเตย จังหวัดฉะเชิงเทรา x สถาบันเทคโนโลยรพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

1.“ไฟร์แดดดี้”   ชุดเตาถ่านไม้ไผ่พร้อมย่าง
“ชุดปิ้งย่างพร้อมใช้” รวมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ในชุดเดียว ใช้ถ่านไม้ไผ่จากชุมชนบ้านอ่างเตย ให้ควันน้อยและความร้อนสม่ำเสมอ เหมาะทั้งมื้ออาหารและกิจกรรมกลางแจ้ง

2.  “ แอพเซนท์” ถุงผ้าดับกลิ่นสำหรับคนรักการออกกำลังกาย
“พกง่าย ลดกลิ่น ใช้ได้ทุกวัน” ถุงผ้าสำหรับจัดเก็บเสื้อผ้าออกกำลังกาย มีถ่านช่วยดูดซับความชื้นและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์

3. “มาลินี” สังฆทานผ้าไหมพรีเมียม
“งดงามด้วยศรัทธา ล้ำค่าด้วยความตั้งใจ” สังฆทานห่อด้วยผ้าไหมทอมือจากชุมชน ผสานภูมิปัญญาไทยกับการออกแบบร่วมสมัย ผ้าสามารถนำกลับมาใช้ได้ ช่วยลดขยะ พร้อมสนับสนุนงานฝีมือและรายได้ของชุมชน ทั้ง 3 แบรนด์นี้ขยับออกไปขายสู่ตลาดที่กว้างขึ้นอย่าง

ทั้ง 3 แบรนด์นี้ขยับออกไปขายสู่ตลาดที่กว้างขึ้นอย่างใน Shopee คลิก