รร.สพฐ.เดินหน้า ขยายผล เงินอุดหนุนนร.ยากจนพิเศษแล้ว

เปิดคอร์สสร้างอาชีพ แก้ปัญหายั่งยืน ขณะที่ ผอ.-ครู- เขตพื้นที่การศึกษา พร้อมติดตามผลใกล้ชิด หลังได้รับเงินอุดหนุน ป้องกันเด็กหลุดนอกระบบ ด้าน กสศ.เปิดระบบ ให้ รร. ส่งรายชื่อนร.ยากจนพิเศษถึง 16 มค.นี้

ที่โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จัดเสวนาติดตามเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ จัดสรรช่วยเหลือแล้วแก้ปัญหาตรงจุดอย่างไร นางสาวชูสะอาด กันธรส
ผู้อำนวยการสำนักบริหารเงินอุดหนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ กสศ. กล่าวว่า สถานะการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา
กสศ. ได้โอนเงินอุดหนุนในรอบแรกให้แก่โรงเรียนและผู้ปกครองที่ส่งข้อมูลเข้ามาและผ่านการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน เสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 393,932,400 บาท ครอบคลุมโรงเรียนจำนวน 16,497 โรงเรียน และนักเรียนจำนวน 364,527 คน โรงเรียนสามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินได้จาก User ของ Admin โรงเรียน และเมื่อได้รับเงินอุดหนุนแล้ว สามารถดำเนินการตามแผนการใช้เงินที่เสนอไว้แก่คณะกรรมการสถานศึกษาได้ทันที

สำหรับเงินอุดหนุนนักเรียน ที่ผู้ปกครองไม่มีบัญชีเงินฝากธนาคารและขอรับเงินสดจากโรงเรียนควรเบิกจ่ายแก่นักเรียนภายใน 7-10 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินโอนจาก กสศ. โดยหลังจากนี้สถานศึกษาและครูจะรายงานบันทึกการมาเรียน รวมถึงนำ้หนัก ส่วนสูงของนักเรียนยากจนพิเศษรายบุคคลอย่างใกล้ชิดตลอดปีการศึกษาผ่าน cct.thaieduforall.org ตามข้อตกลงการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข ซึ่งจะเป็นข้อมูลและผลลัพธ์ที่สำคัญในการจัดสรรเงินอุดหนุนภาคเรียนถัดไป
โดยนักเรียนยากจนพิเศษจะต้องมีอัตราการมาเรียนสูงกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียน หลังจากนี้ทางเขตพื้นที่การศึกษาจะช่วยลงพื้นที่สนับสนุน ติดตามผลการใช้เงินอุดหนุน และการดำเนินงานของทางโรงเรียนต่อไป

นางสาวชูสะอาด กล่าวว่า จากการตรวจสอบระบบการจ่ายเงินอุดหนุน เราพบว่าขณะนี้ยังมีโรงเรียน 2 กลุ่ม ที่ขอความร่วมมือให้เร่งดำเนินการเข้ามาในระบบได้แก่
1.กลุ่มที่ต้องแก้ไขข้อมูลที่ส่งเข้ามาให้ถูกต้อง เช่น กรอกชื่อบัญชีเงินฝาก เลขบัญชีธนาคารไม่ถูกต้อง
2.กลุ่มที่ยังไม่ได้ดำเนินการส่งข้อมูลเข้ามาเลยจำนวนรวมทั้งสิ้น 7,070 โรงเรียน

ซึ่งหลังจากเปิดระบบรอบสุดท้ายในปีการศึกษา 2561 ล่าสุด มีโรงเรียนกรอกข้อมูลเข้ามาเพิ่มเติมมากกว่า 2,600 โรงเรียนหรือ ประมาณ 1 ใน 3 ของรายชื่อโรงเรียนที่เหลืออยู่ โดยระบบจะยังเปิดไปจนถึงวันพุธที่ 16 มกราคม 2562 นี้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้สถานศึกษาอีกราว 4,400
แห่งเร่งจัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อส่งผลการรับรองรายชื่อนักเรียนยากจนพิเศษ
และดำเนินการเปิดบัญชีสถานศึกษาพร้อมทั้งระบุชื่อ-เลขบัญชีให้ถูกต้องเพื่อมิให้นักเรียนเสียโอกาสในการรับเงินอุดหนุนยากจนพิเศษในปีการศึกษานี้ ทั้งนี้สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ที่ยังไม่ได้จัดทำข้อมูล นร.ยากจนพิเศษ ได้ที่ https://www.eef.or.th/thaieduforall/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ 02-079-5475 กด 1

ด้านนายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า หัวใจสำคัญของเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ
คือการดูแลและพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคล ตามสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน
ซึ่งภายหลังได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนจาก กสศ.นั้น โรงเรียนสามารถบริหารจัดการเงินอุดหนุนเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ค่าอาหารเช้าสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ค่าอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โดยโรงเรียนสามารถบริหารจัดการตามความเหมาะสมเพื่อให้นักเรียนมีภาวะโภชนาการที่ดี มีน้ำหนัก ส่วนสูงตามเกณฑ์ นำไปสู่พัฒนาการสมวัย พร้อมเรียนรู้เต็มศักยภาพ และส่วนที่ 2 ค่าดำเนินกิจกรรมทางการศึกษา เสริมสร้างพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพในอนาคต โดยคำนึงถึงความสนใจของนักเรียน บริบทของพื้นที่ และโอกาสทางเศรษฐกิจประกอบกัน เพื่อขยายผลเงินอุดหนุนให้เป็นประโยชน์แก่นักเรียนกลุ่มนี้ในระยะยาว

“กรณีของโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ ถือเป็นต้นแบบการขยายผลเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษ
ด้วยงบประมาณจำนวนไม่มาก แต่โรงเรียนวางแผนต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม เมื่อสำรวจว่านักเรียนมีความสนใจด้านเบเกอรี่ จึงเปิดคอร์สพิเศษเพื่อสอนนักเรียนกลุ่มนี้ซึ่งการเรียนการสอนสามารถบูรณาการทั้งในส่วนทักษะการทำอาหารเพื่อสร้างอาชีพการบูรณาการกับวิชาการเรียนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น คณิตศาสตร์ การคำนวนต้นกำไรขาดทุน การชั่งตวงวัด วิทยาศาสตร์อาหาร ความคิดสร้างสรรค์ในการการออกแบบผลิตภัณฑ์ การวางแผนการขาย และการทำการตลาด ซึ่งโรงเรียนสามารถเชิญวิทยากรจากภายนอกมาร่วมให้ความรู้ได้” นายสุภกร กล่าว

ด้านนางสุภาณี ธรรมาธิคม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียน
ยากจนพิเศษที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการสถานศึกษาจำนวน 64 คน คิดเป็นร้อยละ 5 ของนักเรียนทั้งหมดเป็นกลุ่มที่ทางโรงเรียนจะละเลยไม่ได้ ในทุกกระบวนการตั้งแต่การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียน การเก็บข้อมูลต้องครบถ้วนถูกต้อง เพราะทุกรายละเอียดคือ โอกาสทางการศึกษาของเด็กนักเรียนเหล่านี้ โรงเรียนเข้าใจในกระบวนการที่มีหลายขั้นตอน และต้องตรวจสอบ ก็เพื่อความรอบคอบ สำหรับเงินอุดหนุนที่ได้รับจากทางกสศ. โรงเรียนบริหารการใช้จ่ายเงินเป็น 2 ส่วน คือ
จัดให้นักเรียนในรูปแบบคูปองอาหารกลางวัน และกิจกรรมพัฒนานักเรียนยากจนพิเศษซึ่งทางโรงเรียนให้ความสำคัญมาก โดยในการจัดกิจกรรมได้ประเมินจากความสนใจของนักเรียนเป็นหลัก
จึงจัดให้มีการสอนทักษะการทำเบเกอรี่และขนมอบต่างๆแก่นักเรียนยากจนพิเศษทั้ง 64 คน

“เราเริ่มเปิดคอร์สให้นักเรียน มา 2 ครั้งแล้ว เด็กๆ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาให้รสชาติดีขึ้นทุกครั้ง
เมื่อเชี่ยวชาญกว่านี้ เราวางแผนเปิดเป็นร้านเบเกอรี่จำหน่ายในชุมชน ตลาด เพื่อสร้างรายได้
เป็นกองทุนเล็กๆที่เติบโตต่อไป ทางโรงเรียนมองว่า เงินอุดหนุนจาก กสศ.ในส่วนของการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิต แม้ไม่มากแต่เป็นเงินลงทุน ซึ่งถ้านำไปใช้อย่างถูกจุดจะสามารถสร้างดอกผลทั้งในรูปของการเพิ่มพูนศักยภาพของนักเรียน และเป็นเงินลงทุนที่สร้างรายได้ในอนาคตได้ สำคัญอยู่ที่ความคิดริเริ่มและวิธีการนำไปใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเงินจำนวนนี้ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่นักเรียนมากที่สุด” นางสุภาณี กล่าว

ขณะที่นายนิพนธ์ ด้วงคำจันทร์ อาจารย์ระบบงานแนะแนวและระบบดูแลช่วยเหลือ โรงเรียนสตรีวัดอัปสรสวรรค์ครูแอดมิน กล่าวว่า เพราะเราตระหนักดีว่า ข้อมูลของนักเรียนที่เก็บมาไม่ได้ถูกใช้เพื่อจ่ายเงินแค่ครั้งเดียว แต่คือการติดตามนักเรียนเป็นรายบุคคลในระยะยาวจนจบการศึกษา ป้องกันไม่ให้หลุดออกนอกระบบ กระบวนการจึงถูกออกแบบมาให้มีความละเอียด รอบคอบ เวลาบันทึกข้อมูลต้องสะกดให้ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน ไม่ว่าจะชื่อนักเรียน ชื่อผู้ปกครอง สถานะครัวเรือน เลขที่บัญชี ต้องมั่นใจ 100% ว่าตรงตามข้อเท็จจริงเพราะถ้าผิดแม้แต่คำเดียว จะส่งผลให้การช่วยเหลือนักเรียนล่าช้าออกไปอีก หรืออาจจะทำให้เด็กคนหนึ่งเสียโอกาสไปเลยก็ได้

“เวลากว่าสองเดือนที่ทำงานเรื่องนี้มา ตั้งแต่ลงเยี่ยมบ้าน กรอกข้อมูล แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และมี
การตรวจสอบหลายชั้น จนถึงวันที่นักเรียนได้รับเงินอุดหนุน เราเห็นแววตาที่ดีใจ ความกระตือรืนร้นที่จะเรียนรู้ โอกาสของเด็กเหล่านี้ พิสูจน์เลยว่า ที่ทุ่มเทลงไปมันไม่สูญเปล่า เราหายเหนื่อย ยิ่งมีพลังมากขึ้นด้วยซ้ำ รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร ” นายนิพนธ์ กล่าว

ขณะที่ หนึ่งในตัวแทนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดสตรีอัปสรสวรรค์ ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนเด็กยากจนพิเศษ จาก กสศ. กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ได้รับทุน จะวางแผนใช้ทุนที่ได้รับโดยเก็บไว้ใช้จ่ายในครอบครัว และเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ทุนนี้เป็นกำลังใจให้หนูมาก จะขวนขวายในเรื่องการเรียนให้มาก เพื่อตอบแทนสิ่งที่ได้รับ และเป็นการพัฒนาศักยภาพในเรื่องการเรียนต่อตัวเอง รวมทั้งจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเพื่อนๆ ได้เห็นว่าเราได้รับทุนแล้วนำไปทำอะไรบ้าง อยากให้ทุน กสศ. เด็กยากจนพิเศษ มีต่อไปเรื่อยๆ เพื่อส่งเสริมให้เด็กยากจนได้เพิ่มศักยภาพ เพราะเพื่อนของหนูหลายครอบครัวที่เห็น มีศักยภาพแต่ขาดทุนทรัพย์ ทำให้ขาดโอกาสในการพัฒนา

Back To Top