“ออกแบบให้เด็กได้เล่น” เพราะ ‘ฐานกาย’ ที่ดี สร้างการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

“ออกแบบให้เด็กได้เล่น” เพราะ ‘ฐานกาย’ ที่ดี สร้างการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

‘ฐานกาย’ คือ ภาพสะท้อนการทำงานของสมอง

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของเด็กไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กเล็กในช่วงชั้นอนุบาลที่ไม่ได้มาโรงเรียน เมื่อสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย โรงเรียนกลับมาเปิดการเรียนการสอนเมื่อต้นปี 2565 ที่ผ่านมานี้ เด็กอนุบาลเหล่านั้น ได้ข้ามชั้นไปเรียนในชั้นประถมศึกษาตอนต้นทันที จึงทำให้พื้นฐานความพร้อมในการการเรียนรู้หลาย ๆ อย่างที่ควรจะได้รับก่อนหน้านี้ขาดหายไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งฐานกายภาพที่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมตามวัยของเด็ก ซึ่งสังเกตได้ชัดจากการลงพื้นที่ของโค้ชในโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง ที่ทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในวง PLC กับคุณครูในโรงเรียนเครือข่ายที่มองเห็นปัญหานี้ร่วมกัน จึงได้เริ่มช่วยกันแก้ไขอย่างจริงจัง

ผศ.อัมพร ศรประสิทธิ์ หนึ่งในโค้ชโครงการ
โรงเรียนพัฒนาตนเอง ระดับอนุบาล – ป. 3

“เมื่อไปดูในชั้นเรียนจะเห็นว่าการจับดินสอของเด็ก หรือการนั่งเขียนหนังสือของเด็กดูไม่ปกติ ปกติท่านั่งเขียนหนังสือเด็กเขาจะนั่งตัวตรง แต่ที่เราสังเกตเห็นลักษณะการจับดินสอและการนั่งเขียนของเขามันไม่เป็นปกติเลย และที่ครูให้ข้อมูลเพิ่มเติมในการแลกเปลี่ยนกันคือ เด็กยังไม่มั่นใจในตัวเอง เด็กพูดเป็นคำ ๆ ไม่เป็นประโยค หรือไม่ค่อยสื่อสาร แล้วก็นั่งอยู่กับที่นาน ๆ ไม่ได้ เดี๋ยวก็ลุกขึ้นเดินไปมาในห้อง หรือเวลาคุณครูให้เขียนให้อ่าน ก็เขียนไม่ได้ อ่านไม่ได้ เราจึงเริ่มเห็นความซับซ้อนของปัญหามากขึ้น”

ผศ.อัมพร ศรประสิทธิ์ หนึ่งในโค้ชโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง ระดับอนุบาล – ป.3 จาก เครือข่ายมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้อธิบายถึงปัญหาที่ได้พบเจอจากการลงพื้นที่ และบอกเล่าถึงความสำคัญของการพัฒนาฐานกายของเด็กนักเรียนไว้ว่า ความไม่เต็มที่ของร่างกายจะทำให้วงจรประสาทในสมอง ที่เป็นกลไกสำคัญในการเรียนรู้ทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ฉะนั้นประสิทธิภาพการเรียนรู้ก็จะได้ไม่เต็มที่เช่นเดียวกัน

“เวลาเราดูการทำงานของสมองไม่ได้หมายถึงการส่องเข้าไปดูในสมอง แต่จะดูลักษณะของการที่สมองสั่งให้ร่างกายทำงาน ถ้าร่างกายยังทำได้ไม่ดีก็แสดงว่าการสั่งการกับการตอบสนองต่อคำสั่งยังไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก”

ผศ.อัมพร กล่าวว่า ในช่วงแรก ตั้งเป้าการแก้ปัญหามุ่งไปที่เด็ก ป. 2 ก่อน ซึ่งก็คือเด็กที่อยู่ชั้นอนุบาล 2 ก่อนที่จะมีการหยุดมาเรียนที่โรงเรียนเพราะสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด ทำให้การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย เรื่องความรู้พื้นฐาน ความเตรียมความพร้อมด้านการเขียน การอ่าน เด็กรุ่นนี้แทบจะไม่ได้รับการพัฒนาเลย และเด็ก ป. 2 รุ่นนี้ยังอยู่ในช่วงวัยที่ยังไม่เกิน 7 ขวบ ซึ่งถือว่าเป็นระยะสุดท้ายของช่วงวัยที่ดีที่สุดของการพัฒนาฐานกาย และระบบประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับการรับรู้ทั้ง 7 ช่องทาง จึงได้เริ่มที่เด็ก ป. 2 ก่อนจะสายเกินการและค่อย ขยายไปยังเด็ก ป.1 และ ป.3 แบบคู่ขนานกันต่อไป

“อันดับแรก เราจะแก้เรื่องของการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ก่อนเช่น เรื่องการทรงตัว เพื่อทำให้เด็กสามารถใช้ร่างกายได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง กระโดด ขึ้นลงบันได และไม่ใช่เฉพาะกล้ามเนื้ออย่างเดียว เพราะการเคลื่อนไหวต้องมี กระดูก ข้อต่อต่าง ๆ ด้วย ต้องแก้ไขปัญหาไปด้วยกันเลย หากทำให้เขาสามารถไว้วางใจร่างกายได้ เขาจะรู้สึกว่าทำโน่นทำนี่ได้อย่างปลอดภัย และมั่นใจในการใช้ร่างกายทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ถัดมาประมาณ 1 สัปดาห์เราเริ่มบูรณาการกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กไปด้วยกันเลย”

ออกแบบให้ ‘เล่น’ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการเรียนรู้

ผศ.อัมพร อธิบายว่า การเอาใจใส่สังเกตพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกทางด้านร่างกายในห้องเรียน จะช่วยให้คุณครูเข้าใจถึงปัญหา และสามารถออกแบบกิจกรรมเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างมีทิศทางและเป้าหมายชัดเจน จะต้องใช้กิจกรรมที่เอื้อต่อการที่เด็กได้ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เคลื่อนไหวไปในทิศทางและระดับที่หลากหลายขณะทำกิจกรรม รวมถึงการให้เงื่อนไข หรือสถานการณ์ที่กระตุ้นพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ สติปัญญาไปด้วยกัน นอกจากนี้สามารถนำเนื้อหาความรู้ที่ต้องการให้เด็กได้เรียนรู้เข้ามาบูรณาการได้ด้วย

โดยการออกแบบกิจกรรมในแต่ละโรงเรียนแต่ละพื้นที่ จะต้องออกแบบกิจกรรมให้เข้ากับปัญหา บริบทและเป้าหมาย เพื่อให้การจัดกิจกรรมไปตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น กิจกรรมการให้กระโดดไปหยิบตัวพยัญชนะ หยิบสระ แล้วเอามาประสมเป็นคำตามที่คุณครูกำหนดให้ เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องการเคลื่อนไหวไปพร้อม ๆ กับเรียนรู้เรื่องพยัญชนะ หรืออาจจะเป็นกิจกรรมให้เด็กเดินเป็นรูปพยัญชนะต่าง ๆ เด็กก็จะไม่เบื่อ เพราะได้คิด ได้ลงมือทำ ได้แก้ปัญหา ได้ทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ได้บอกเล่า แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อน กับครู

“พอเริ่มให้คุณครูทำกิจกรรมเสริมตรงนี้ สักประมาณ 1 สัปดาห์ คุณครูก็บอกว่า เด็กเริ่มกระฉับกระเฉงขึ้น ขึ้นลงบันไดมั่นใจขึ้น จากเดิมที่ไม่ค่อยกล้าทำกิจกรรม แต่ตอนนี้อยากทำกิจกรรมมากขึ้น ซึ่งความจริงแล้ว การทำกิจกรรมก็คือออกแบบให้เด็กได้เล่น เล่นโดยการใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย การทำกิจกรรมผ่านการเล่นจะทำให้ความมั่นใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นมาด้วย และเมื่อร่างกายพร้อม ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กก็จะตามมา”

ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา ที่กสศ.และ ทีมโค้ชจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ร่วมมือกับโรงเรียนในเครือข่าย ทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนที่ขาดหายไปให้กลับคืนมาก่อนที่โอกาสจะผ่านเลยไป และทำให้เกิดความเสี่ยงในการที่เด็กสูญเสียศักยภาพไปอย่างที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์

รายชื่อโรงเรียน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

จังหวัด นราธิวาส จำนวน 4 โรงเรียน

  • โรงเรียนผดุงมาตร
  • โรงเรียนสวนพระยาวิทยา
  • โรงเรียนราชพัฒนา
  • โรงเรียนนราสิกขาลัย

จังหวัดยะลา จำนวน 15 โรงเรียน

  • โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 94 (บ้านบ่อน้ำร้อน)
  • โรงเรียนคุรุชนพัฒนา
  • โรงเรียนบ้านตาเซะ
  • โรงเรียนบ้านราโมง
  • โรงเรียนบ้านกาตอง
  • โรงเรียนบ้านหลักเขต
  • โรงเรียนพัฒนาบาลอ
  • โรงเรียนบ้านโกตาบารู
  • โรงเรียนบ้านตะโละหะลอ
  • โรงเรียนบ้านเยาะ
  • โรงเรียนบ้านโต
  • โรงเรียนบ้านลูโบ๊ะปันยัง
  • โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส
  • โรงเรียนบ้านสะเอะ
  • โรงเรียนกาบังพิทยาคม

จังหวัดปัตตานี จำนวน 16 โรงเรียน

  • โรงเรียนวุฒิชัยวิทยา
  • โรงเรียนนิคมสร้างตนเองโคกโพธิ์ มิตรภาพที่ 148
  • โรงเรียนบ้านบางมะรวด
  • โรงเรียนบ้านท่าน้ำตะวันออก
  • โรงเรียนบ้านน้ำบ่อ
  • โรงเรียนบ้านปาลัส
  • โรงเรียนบ้านตรัง
  • โรงเรียนบ้านกระเสาะ
  • โรงเรียนบ้านบูดี
  • โรงเรียนบ้านฝาง
  • โรงเรียนบ้านตะโละไกรทอง
  • โรงเรียนบ้านน้ำดำ
  • โรงเรียนบ้านโลทู
  • โรงเรียนบ้านวังกว้าง
  • โรงเรียนสะนอพิทยาคม
  • โรงเรียนวังกะพ้อพิทยาคม

รายชื่อโรงเรียน ภาคตะวันตก

จังหวัดตาก จำนวน 1 โรงเรียน

  • โรงเรียนบ้านร่มเกล้า 2

รายชื่อโรงเรียน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

จังหวัด นราธิวาส จำนวน 6 โรงเรียน

  • โรงเรียนผดุงมาตร
  • โรงเรียนสวนพระยาวิทยา
  • โรงเรียนราชพัฒนา
  • โรงเรียนนราสิกขาลัย
  • โรงเรียนพิทักษ์วิยากุมุง
  • บ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128

จังหวัดสงขลา จำนวน 20 โรงเรียน

  • โรงเรียนบ้านม้างอน
  • โรงเรียนวัดประจ่า
  • โรงเรียนจะนะชนูปถัมภ์
  • โรงเรียนบ้านป่าโอน
  • โรงเรียนชุมชนนิคม สร้างตนเองเทพา
  • โรงเรียนบ้านกระอาน
  • โรงเรียนบ้านวังใหญ่
  • โรงเรียนเทพา
  • โรงเรียนบ้านป่าเร็ด
  • โรงเรียนบ้านนาปรัง
  • โรงเรียนทับช้างวิทยาคม
  • โรงเรียนชุมชนบ้านนากัน
  • โรงเรียนบ้านโคกตก
  • โรงเรียนบ้านคอลอมุดอ
  • โรงเรียนบ้านบาโหย
  • โรงเรียนเขาแดงกุศลวิทยา
  • โรงเรียนบ้านเขาพระ
  • โรงเรียนบ้านพระพุทธ
  • โรงเรียนบ้านปากบางนาทับ
  • โรงเรียนบ้านคูนายสังข์

จังหวัดยะลา จำนวน 10 โรงเรียน

  • โรงเรียนบ้านราโมง
  • โรงเรียนพัฒนาบาลอ
  • โรงเรียนบ้านโกตาบารู
  • โรงเรียนบ้านตะโละหะลอ
  • โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส
  • โรงเรียนบ้านสะเอะ
  • โรงเรียนกาบังพิทยาคม
  • บ้านด่านสันติราษฎร์
  • อัยเยอร์เวง
  • บ้านจุโป

จังหวัดปัตตานี จำนวน 8 โรงเรียน

  • โรงเรียนวุฒิชัยวิทยา
  • โรงเรียนบ้านกระเสาะ
  • โรงเรียนบ้านตะโละไกรทอง
  • โรงเรียนบ้านน้ำดำ
  • โรงเรียนบ้านโลทู
  • โรงเรียนบ้านวังกว้าง
  • โรงเรียนวังกะพ้อพิทยาคม
  • บ้านบางทัน

รายชื่อโรงเรียน ภาคตะวันตก

จังหวัดตาก จำนวน 1 โรงเรียน

  • โรงเรียนบ้านร่มเกล้า 2