สิงคโปร์เผยแผนงบปี 65 เดินหน้าทุ่มสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กเต็มที่
โดย : Ang Hwee Min - Channel News Asia
แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา

สิงคโปร์เผยแผนงบปี 65 เดินหน้าทุ่มสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กเต็มที่

รัฐบาลสิงคโปร์เปิดเผยแผนงบประมาณประจำปี 2565 ระบุยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างหนักในการสร้างระบบนิเวศ และให้การสนับสนุนในทุกทางสำหรับการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กคนหนึ่ง ตั้งเป้าให้เด็กสิงคโปร์ทุกได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของชีวิตที่มีคุณภาพและศักยภาพของเด็กสิงคโปร์

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ แชนแนลนิวส์ เอเชียของสิงปคโปร์ รายงานอ้างอิงคำกล่าวของ ลอว์เรนซ์ หว่อง รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์ ซึ่งให้คำมั่นว่า สิงคโปร์จะยังคง “ลงทุนอย่างหนักหน่วง” กับเด็กๆ เพื่อให้เด็กๆ เหล่านี้ได้รับโอกาสที่จะ “เริ่มต้นชีวิตได้ดีที่สุด” ในฐานะพลเรือนของสิงคโปร์ และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน

รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์ย้ำชัดว่า ในขณะที่รัฐบาลยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มเปราะบาง รัฐบาลก็จะยังคงเดินหน้าเพิ่มความคล่องตัวทางสังคมต่อไป

“รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่าชาวสิงคโปร์ทุกคนมีโอกาสที่จะทำดีเพื่อตนเอง ไม่ว่าภูมิหลังหรือจุดเริ่มต้นของพวกเขาจะเป็นอย่างไร” ลอว์เรนซ์ หว่อง รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์กล่าว ก่อนเสริมว่า การสนับสนุนจากภาครัฐจะเริ่มต้นตั้งแต่เด็กเล็กก่อนวัยเรียน โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวผู้มีรายได้น้อย หรือครอบครัวยากจน

การเดินหน้าส่งเสริมสนับสนุนครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลสิงคโปร์ตระหนักว่า เด็กบางคน โดยเฉพาะเด็กในกลุ่มเปราะบาง ไม่อาจหนีพ้นความล้มเหลวหรือความล้าหลังในระบบการศึกษาเนื่องจากสภาพภูมิหลังของบ้านที่ยากลำบาก ดังนั้น การเข้าไปแทรกแซงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่ช่วงปฐมวัยจะสามารถสร้างความแตกต่างอย่างในชีวิตของเด็กคนหนึ่งได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ภายใต้งบประมาณสนับสนุนประจำปี ส่วนหนึ่งจะส่งเข้าโครงการ KidSTART ซึ่งใช้เครือข่ายพันธมิตรในชุมชนเข้าไปให้การสนับสนุนครอบครัวที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ต้องได้รับความช่วยเหลือ และมีเด็กเล็กอยู่ในครอบครัวเป็นหลัก โดยคาดกว่า จำนวนเด็กที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงกรรจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5,000 คน ภายในปี 2023 นี้ ก่อนเดินหน้าขยายขนาดของโครงการให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้รัฐบาลสามารถให้การสนับสนุนครอบครัวยากจนเพิ่มมากขึ้นได้

ขณะเดียวกัน เมื่อไม่นานมานี้ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ทางสำนักงานพัฒนาเด็กปฐมวัย หรือ Early Childhood Development Agency (ECDA) เพิ่งออกมาประกาศว่าเด็กๆ จากโครงการ KidSTART จะได้รับเงินช่วยเหลือต่อปีสูงถึง 100 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 2,406 บาท) จนกว่าเด็ก ๆ จะมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

นอกจากนี้ ทางรัฐบาลจะฝากเงินเข้าบัญชีให้กับเด็กเพิ่มเติม เพื่อเป็นทุนตั้งต้นทางการศึกษา เมื่อเด็กคนนั้นลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนอนุบาล โดยการฝากเงินเพิ่มเติมจะเพิ่มจาก 100 เป็น 200 เหรียญสิงคโปร์ หากว่าเด็กลงทะเบียนเรียนในระหว่างอายุ 3-4 ปี

ถัดจากโครงการ KidSTART ทางรัฐบาลสิงคโปร์ยังได้จัดทำโครงการ UPLIFT Community Pilot เพื่อส่งเสริมต่อยอดจากโครงการแรก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การสนับสนุนเด็กด้อยโอกาสหรือจากครอบครัวยากจนได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนจนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรภาคบังคับต่อไป

รายงานระบุว่า โครงการเสริมนี้ หมายรวมถึงการเชื่อมโยงเด็กกับหน่วยงานบริการสังคมและเพื่อนบ้านที่คอยตรวจสอบกับเด็กได้อย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนการให้คำแนะนำและคำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

สำหรับ โครงการ UPLIFT หรือที่มีชื่อเต็มว่า Uplifting Pupils in Life and Inspiring Families Taskforce (คณะทำงานยกระดับคุณภาพชีวิตนักเรียนและสร้างแรงบันดาลใจให้ครอบครัว) มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสนับสนุนเด็กนักเรียนจากครอบครัวด้อยโอกาสในด้านการแก้ปัญหาการขาดเรียนในระยะยาวและอัตราการออกกลางคันในโรงเรียน ตลอดจนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในด้านต่างๆ

หว่อง รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์กล่าวว่า โครงการนำร่อง UPLIFT มีผลลัพธ์ในเชิงบวก และเป็นที่น่าพอใจ โดยชี้ให้เห็นถึงอัตราการเข้าเรียนของนักเรียนส่วนใหญ่ที่อยู่ในโครงการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับแผนการต่อไป ทางรัฐบาลสิงคโปร์ตั้งเป้าที่จะขยายโครงการนำร่อง UPLIFT ให้ครอบคลุมทั่วประเทศผ่านทางเครือข่ายชุมชน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนสิงคโปร์มากยิ่งขึ้น โดยในปี 2565 นี้ จะขยายให้ครอบครัวพื้นที่ใน 8 เมือง ก่อนที่จะเดินหน้าเพิ่มพื้นที่อีกหลายๆ เมืองในปีต่อๆ ไป

รัฐมนตรีคลังหว่องกล่าวอีกว่า อีกหนึ่งการแทรกแซงจากภาครัฐที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการให้เด็กเหล่านี้มีสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตที่เอื้ออำนวยมากขึ้นที่จะเติบโตขึ้นมา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการสนับสนุนให้พ่อแม่มีบ้านเป็นของตนเอง

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ครอบครัวของเด็กสามารถทำงานเพื่อเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ดียิ่งขึ้น ทางรัฐบาลสิงคโปร์ได้เดินหน้าพัฒนาปรับปรุงโครงการ  Fresh Start Housing Scheme

สำหรับ โครงการ  Fresh Start Housing Scheme จะมุ่งช่วยให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อยครั้งในสิงคโปร์สามารถซื้อบ้านของตนเองเป็นครั้งที่สองได้ หลังจากที่เคยได้รับเงินอุดหนุนที่อยู่อาศัยจากรัฐไปแล้วก่อนหน้านี้

ในส่วนของรายละเอียดในแต่ละโครงการ ทางกระทรวงการคลังจะหารือร่วมกับทางคณะกรรมการกระทรวงการพัฒนาแห่งชาติ ต่อไป

ที่มา : Budget 2022: Singapore to continue ‘investing heavily’ in children to give them ‘best possible start in life’

รายชื่อโรงเรียน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

จังหวัด นราธิวาส จำนวน 4 โรงเรียน

  • โรงเรียนผดุงมาตร
  • โรงเรียนสวนพระยาวิทยา
  • โรงเรียนราชพัฒนา
  • โรงเรียนนราสิกขาลัย

จังหวัดยะลา จำนวน 15 โรงเรียน

  • โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 94 (บ้านบ่อน้ำร้อน)
  • โรงเรียนคุรุชนพัฒนา
  • โรงเรียนบ้านตาเซะ
  • โรงเรียนบ้านราโมง
  • โรงเรียนบ้านกาตอง
  • โรงเรียนบ้านหลักเขต
  • โรงเรียนพัฒนาบาลอ
  • โรงเรียนบ้านโกตาบารู
  • โรงเรียนบ้านตะโละหะลอ
  • โรงเรียนบ้านเยาะ
  • โรงเรียนบ้านโต
  • โรงเรียนบ้านลูโบ๊ะปันยัง
  • โรงเรียนบ้านคลองน้ำใส
  • โรงเรียนบ้านสะเอะ
  • โรงเรียนกาบังพิทยาคม

จังหวัดปัตตานี จำนวน 16 โรงเรียน

  • โรงเรียนวุฒิชัยวิทยา
  • โรงเรียนนิคมสร้างตนเองโคกโพธิ์ มิตรภาพที่ 148
  • โรงเรียนบ้านบางมะรวด
  • โรงเรียนบ้านท่าน้ำตะวันออก
  • โรงเรียนบ้านน้ำบ่อ
  • โรงเรียนบ้านปาลัส
  • โรงเรียนบ้านตรัง
  • โรงเรียนบ้านกระเสาะ
  • โรงเรียนบ้านบูดี
  • โรงเรียนบ้านฝาง
  • โรงเรียนบ้านตะโละไกรทอง
  • โรงเรียนบ้านน้ำดำ
  • โรงเรียนบ้านโลทู
  • โรงเรียนบ้านวังกว้าง
  • โรงเรียนสะนอพิทยาคม
  • โรงเรียนวังกะพ้อพิทยาคม

รายชื่อโรงเรียน ภาคตะวันตก

จังหวัดตาก จำนวน 1 โรงเรียน

  • โรงเรียนบ้านร่มเกล้า 2