เอสโซ่ยืนยันความเชื่อมั่นในระบบ iSEE ระดมทุนต่อเนื่องปีที่ 2 พร้อมบอกต่อ ‘ใครๆ ก็มีส่วนร่วมได้’

เอสโซ่ยืนยันความเชื่อมั่นในระบบ iSEE ระดมทุนต่อเนื่องปีที่ 2 พร้อมบอกต่อ ‘ใครๆ ก็มีส่วนร่วมได้’

ดร.อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

บริษัท เอสโซ่(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ESSO จัดงานมอบทุนการศึกษา ‘เอสโซ่ปันน้ำใจ พาน้องกลับห้องเรียน’ ปีที่ 2 โดยจับมือกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) สมทบเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาคในจังหวัดจันทบุรี จับมือบริษัทในเครือและพันธมิตรทางธุรกิจ มุ่งเป้าส่งเสริมเด็กขาดโอกาสเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาจากสถานการณ์ COVID-19 พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับการศึกษาของประเทศ

ดร.อดิศักดิ์ แจ้งกมลกุลชัย ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นผลจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นในปีก่อน(2562) ที่เอสโซ่ร่วมกับ กสศ. ระดมทุนการศึกษาเพื่อการศึกษาของเด็กๆ ได้ราว 1.6 ล้านบาท และได้นำไปช่วยเหลือน้องนักเรียนทุนเสมอภาคในจังหวัดเพชรบุรี น่าน และนครนายก

สำหรับในปีนี้ ทางเอสโซ่มีความภูมิใจที่ทำให้งานระดมทุนเกิดขึ้นได้อีกครั้ง แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ COVID-19 ที่ภาคธุรกิจเกือบทุกแห่งต้องประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ แต่เอสโซ่และบริษัทในเครือ รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจ สามารถระดมเงินทุนให้น้องๆ ได้ถึงกว่า 2 .5 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนมากขึ้นเกือบ 2 เท่าของกิจกรรมในปีก่อน

การทำงานที่ทวนกระแสในขณะที่สภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยนี้ เกิดขึ้นได้เพราะแรงกายแรงใจ จิตอาสา และความสามารถของคนในบริษัทเอสโซ่ทุกคน ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงไปจนถึงพนักงานทั้งหมดกว่า 3,000 คน โดยเฉพาะนอกจากเอสโซ่ ยังมีบริษัทเอ็กซอนโมบิล ประเทศไทย ผู้บริหารสถานีบริการน้ำมัน Esso และตัวแทนจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นโมบิล ซึ่งการที่จะรวบรวมพลังของคนจำนวนมากให้แข็งแรงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราสามารถทำให้เกิดผลสำเร็จได้ นั่นเพราะปลายทางของงานคือประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับส่วนรวม โดยวันนี้เราสามารถระดมทุนเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในความดูแลของ กสศ. ได้ถึง 25 แห่ง ในจังหวัดจันทบุรี และจะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายความช่วยเหลือไปยังจังหวัดอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อไป

 

เชื่อมั่น ระบบ iSEE ของ กสศ. เปลี่ยนเงินทุกบาทให้เกิดประโยชน์สูงสุด
พร้อมเชิญชวน ‘ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาไทย’

ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ เอสโซ่ (ประเทศไทย)  จำกัด (มหาชน)  กล่าวต่อไปว่า เอสโซ่มีนโยบายสนับสนุนด้านการศึกษา และมีกิจกรรมระดมทุนเพื่อนักเรียนด้อยโอกาสทั่วประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนาน จนถึงปีที่ผ่านมาได้เข้ามาร่วมงานกับ กสศ. เพราะเล็งเห็นในพันธกิจและวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาที่ชัดเจน โดยเฉพาะระบบ iSEE ที่ กสศ. นำมาใช้เพื่อคัดกรองและระบุตัวตนพร้อมรายละเอียดต่าง ๆ ของเด็กนักเรียนทุนเสมอภาคได้เป็นรายคน ซึ่งเรามองว่าจะสามารถช่วยพัฒนาการศึกษาในประเทศได้อย่างก้าวกระโดด

“เมื่อเราสามารถระบุเด็กที่เขามีความต้องการพิเศษหรือเร่งด่วนรายคนได้ จะทำให้ความช่วยเหลือเข้าไปถึงเด็กและครอบครัวได้ตรงจุด ทั้งยังจะเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการต่างๆ อีกมากมาย ที่จะเกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาของน้องๆ กลุ่มนี้ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศได้ ก่อนที่เขาจะต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาไป สิ่งที่ตามมาคือ iSEE ทำให้เราสามารถติดตามผลได้ว่าทุนที่มอบลงไปจะทำประโยชน์โดยตรงกับนักเรียนกลุ่มนี้ ทั้งในด้านการศึกษา สุขภาพ พัฒนาการ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

เราอยากให้ทุกคนมองเห็นว่าจริงๆ แล้วใครก็เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการศึกษาไทยได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ เอสโซ่เราเป็นเพียงบริษัทแรกๆ ที่เห็นประโยชน์จากวิธีการและระบบที่ กสศ. ได้บริหารจัดการอยู่ ซึ่งเราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้บริษัทเอกชนอื่นๆ หรือใครก็ตามที่ประสงค์อยากสนับสนุนการศึกษาของน้องๆ กลุ่มนี้ เข้ามาร่วมมือกัน กสศ. ถือเป็นช่องทางหนึ่งที่คุณจะมั่นใจได้ว่าทุนทุกบาททุกสตางค์ที่ส่งมานั้นสำคัญจริงๆ จึงอยากขอเชิญชวนให้ทุกท่านมาช่วยกันทำให้โครงการลักษณะนี้สำเร็จและขยายผลกว้างออกไปอีก” ดร.อดิศักดิ์ กล่าว

 

กสศ. คือ’น้ำมันหล่อลื่น’ เพื่อทำให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นไปได้เร็วขึ้น

นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ต้องขอบคุณ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนทุนการศึกษานักเรียนยากจนพิเศษในความดูแลของ กสศ. โดยเฉพาะในปีนี้ที่ภาวะทางเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย เงินทุนที่ทางเอสโซ่มอบให้เด็กๆ จึงนับว่าจะส่งผลต่อการศึกษาของเด็กอย่างมหาศาล

กสศ. มีภารกิจสำคัญคือดูแลด้านการศึกษาของประเทศ ทั้งในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้เรียนจบการศึกษาพื้นฐาน รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้พัฒนาตนเองตลอดชีวิต เราถูกออกแบบมาให้เป็นน้ำมันหล่อลื่น เพื่อที่จะทำให้ระบบการปฏิรูปการศึกษาเกิดได้เร็วขึ้น โดยร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ ในการส่งเสริมให้เด็กๆ ได้มีอาหารเช้า มีค่าเดินทางไปโรงเรียน ซึ่งเป็นส่วนที่จะช่วยหนุนให้เด็กมีโอกาสอยู่ในระบบการศึกษาได้จนถึงปลายทาง

“เรามีหน้าที่หล่อลื่นเชื่อมโยงภาคีและประชาชนทั่วไป เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในระบบการศึกษา เราสร้างระบบ iSEE ขึ้นมาเพื่อบันทึกติดตามเด็กที่เขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนให้อยู่ในการศึกษาขั้นพื้นฐานไปจนจบการศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจากครูทั่วประเทศ ระบบนี้ออกแบบมาให้ทำงานออนไลน์ ครูจะช่วยในการติดตามปัจจัยแวดล้อมของเด็ก โดยดูไปถึงบ้านแต่ละหลัง ว่าเด็กมีความเป็นอยู่อย่างไร มีความเสี่ยงต่อการหลุดจากระบบแค่ไหน หรือต้องการความช่วยเหลือใดเร่งด่วน

“จากสถานการณ์ COVID-19 ประเทศเรามีเด็กที่สุ่มเสี่ยงต่อการหลุดจากระบบเพิ่มขึ้นอีกราว 3-4 แสนคน จากเดิมที่มีเด็กกว่า 8 แสนคนที่ กสศ. ดูแลอยู่ การระดมทุนที่มาจากความร่วมมือของภาคเอกชนจึงมีความสำคัญมาก สิ่งที่เอสโซ่ทำจึงไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือสังคมในรูปบแบบ CSR เท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาประเทศและการศึกษาที่ลึกถึงสามระดับ หนึ่งคือ All for Education หรือปวงชนเพื่อการศึกษา อันเป็นคติหรือปรัชญาการศึกษาที่ถูกพูดถึงในระดับสากล ส่วนที่สองคือการแสดงให้เห็นว่า 126 ปีของบริษัทเอสโซ่ ได้มีการคืนสิ่งดีๆ กลับสู่สังคมมาโดยตลอด และลำดับที่สามคือในระดับครอบครัวของเด็กๆ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงผลที่ตกไปสู่เด็กๆ แต่ยังเป็นการช่วยเหลือครอบครัวของเขาด้วย”

สิ่งที่ท่านทำจึงไม่ได้เพียงช่วยงาน กสศ. แต่นี่คือการช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติ ด้วยการให้ที่ไม่สิ้นสุด เพราะเรากำลังสร้างรากฐานสังคม ที่เด็กๆ เหล่านี้จะเติบโตขึ้นมาเป็นพลเมืองคุณภาพ และเผื่อแผ่โอกาสไปให้ผู้อื่นต่อไป ซึ่งนี่เป็นความหมายของการศึกษาเพื่อสร้างอนาคต นายภัทระ  กล่าว

 

การมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมสนับสนุน จะช่วยให้สังคมมองเห็นกลุ่มเป้าหมายชัดเจนขึ้น

ทางด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษา กสศ. กล่าวว่า บริษัทเอสโซ่ทำให้เราแน่ใจได้ว่ามีเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่จะมีโอกาสเรียนหนังสือเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเงินทุนที่นำมามอบให้ แต่หมายถึงการเปิดประตูสู่การปฏิรูปการศึกษา โดยภาคเอกชนอื่นๆ หรือสังคมโดยรวมจะได้มองเห็นกลุ่มเป้าหมายของ กสศ. ชัดขึ้น และจะทำให้เกิดความร่วมมืออื่นๆ ตามมา ซึ่งเงินทุนจากส่วนนี้ กสศ. จะนำไปทำโครงการอื่นๆ ที่ครอบคลุมการดูแลและพัฒนาการของเด็กกลุ่มนี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก